เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ สิ่งเกาะเกี่ยว หรือสามารถเกาะเกี่ยว
นัยที่หนึ่ง: ภพหรือโลกที่เป็นอยู่แห่งสัตว์: ได้แก่ กามาวจรภพ, รูปาวจรภพ, อรูปาวจรภพ. นัยที่สอง: ภูมิแห่งจิตของสัตว์: ได้แก่ กามาวจรภูมิ, รูปาวจรภูมิ, อรูปาวจรภูมิ. ทั้งหมดนั้นแยกเป็นสองประเภท: คือ สวรรค์ชั้นกาม และสวรรค์ชั้นพรหม; ทุกชั้นเป็นที่เกาะเกี่ยวแห่งจิต ของสัตว์ผู้ยังยึดมั่นด้วยอุปาทาน. ๓. ไวพจน์: คือ สคฺค, สุคติ, เทวโลก, มารโลก, พรหมโลก
คือ ความเป็นเหยื่อล่อให้หลง; ความ เย็บร้อยให้ติดแน่น; ความผูกพันไม่ให้หลุดไปจากอำนาจ; ความ เป็นที่เกาะเกี่ยวของตัณหา ; ความเป็นที่ตั้งของอุปาทาน
มีลักษณะ: ๕.๑ แห่งความเป็นอนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา, เช่นเดียวกับสังขตธรรม ทั้งหลาย. ๕.๒ แห่งการหลอกลวงคนพาล, คนโง่, คนมีอวิชชา, ให้หลงใหล จนสูญเสียอิสรภาพ. ๕.๓ แห่งการหลอกลวงที่ซ่อนเร้น, เป็นเพียงมายา, เห็นได้ยาก, สลัดได้ยาก. แม่บท .. สวรรค์ ๒๓๖
มีอาการ: ๖.๑ แห่งการคลุกคลีด้วยเหยื่อหรืออารมณ์; ทั้งที่เป็นกามธาตุ, รูปธาตุ,และอรูป ธาตุ. ๖.๒ แผดเผาของไฟที่เปียก และเย็น. ๖.๓ ของเบ็ดที่เกี่ยวสัตว์หลายชั้นเชิง
มีสอง: นัยที่หนึ่ง: ๑. สวรรค์ที่กล่าวตามสนันตนธรรม: (คำ กล่าวของเก่าโบราณก่อนพุทธกาล นานไกล); คือ สวรรค์ที่อยู่เหนือฟ้า จะ ถึงได้ต่อตายแล้ว; สมบูรณ์ด้วย กามารมณ์. ๒. สฬายตนิกสวรรค์: ที่พระพุทธเจ้าตรัส ว่า: เป็นไปทางอายตนะที่นี่และเดี๋ยว นี้; เป็นความพอใจที่เกี่ยวกับ กามารมณ์ หรือไม่เกี่ยวกับกามารมณ์ ก็ได้. นัยที่สอง: ๑. สวรรค์ที่เกี่ยวกับกามารมณ์. ๒. สวรรค์ที่ไม่เกี่ยวกับกามารมณ์ แต่ เกี่ยวกับความสุขที่เกิดจากสมาธิ (พิเศษ: สวรรค์แห่งศาสนาอื่น ๆ ก็มีอยู่ ตามที่กล่าว ไว้ในคัมภีร์ แห่งศาสนา นั้น ๆ)
๘.๑ สวรรค์ต้องเป็นสิ่งที่ให้ความพอใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง (ตั้งแต่กามธาตุ ขึ้นไปถึงอรูปธาตุ); จนกว่าจะสิ้นสุด อาณาจักรแห่งความพอใจ คือออก ไปสู่นิโรธธาตุ หรือนิพพาน. ดังนั้น สวรรค์จึงมีหลายชั้นหลายชนิด ตามลักษณะแห่งอารมณ์หรือ ความพอใจตามชั้นของตน ๆ. ๘.๒ เป็นพุทธบริษัทต้องรู้จัก สวรรค์ (หรือนรกก็ตาม) ที่เป็นไป ทางอายตนะที่นี่และเดี๋ยวนี้. ๘.๓ สวรรค์ทุกชั้นมิใช่ความหลุด พ้น; ดังนั้นอย่าไปผูกพันตนเองไว้ กับสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่ง; แม้จะ สวยสดงดงามสักเพียงใด
๙.๑ สวรรค์ทุกชั้นเป็นที่เกี่ยวเกาะของสัตว์ และเกี่ยวเกาะสัตว์มิใช่เพื่อความหลุด พ้นหรือดับทุกข์; อย่างมากก็เป็น เพียง เครื่องกลบเกลื่อนทุกข์ชั่วคราว. ทุกคนจึงควรระวังสิ่งที่เรียกว่าสวรรค์. ๙.๒ สวรรค์ทาง ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ เป็นสิ่งที่จัดเตรียมได้ควบคุมได้; ไม่เหมือนสวรรค์บนฟ้าต่อตายแล้ว; ซึ่งควบคุมไม่ได้ หรือจัดเตรียมไม่ได้ ตามความพอใจของเรา. ๙.๓ สวรรค์เป็นสิ่งที่บ้าได้, เมาได้, หลงได้, ทำอันตรายได้; จึงเป็นสิ่งที่ ควรเกี่ยวข้องให้ปลอดภัย ด้วยความ ไม่ประมาท. ๙.๔ สวรรค์ของลูกไก่ใต้ปีกแม่ มีน้ำ หนักหรือความหมาย เท่ากับสวรรค์ ในวิมานของพวกเทวดา. ๙.๕ สวรรค์มิใช่สิ่งสะอาด แต่ยัง สกปรกอยู่ด้วยกิเลสตัณหา อุปาทานบางชนิด; นี้เป็นสิ่งที่ควร ทราบไว้. ๙.๖ ความพอใจในสวรรค์เป็น อุปสรรคของการบรรลุพ
นัยที่หนึ่ง: สวรรค์มีหน้าที่ (โดยสมมติ): เกี่ยวเกาะหรือกักขังสัตว์. นัยที่สอง: บุคคลมีหน้าที่มองเห็นโทษ อันเกิดจากการเกี่ยวเกาะ ของสัตว์: แล้วเปลื้องตัวออก มาเสียให้ได้ หรือใช้เป็น บันไดเพื่อคุณธรรมที่สูงไป กว่านั้น. นัยที่สาม: ครูบาอาจารย์มีหน้าที่สอน ประชาชนให้เข้าใจสวรรค์ อย่างถูกต้อง: จนไม่เป็นที่ เกี่ยวเกาะ; แต่เป็นการ สนับสนุนเพื่อการบรรลุธรรม ในขั้นที่สูงขึ้นไป. เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ดอกไม้หรือเหยื่อล่อแห่งมาร เพื่อนำสัตว์ไปตามความพอใจของตน. แม่บท .. สวรรค์ ๒๓๘ ๑๑.๒ ยาพิษที่เคลือบไว้ด้วยน้ำตาล หรือเบ็ดที่มีเหยื่อหุ้มไว้ จนเป็น ที่ติดตังของคนประมาท. ๑๑.๓ ห้ามล้ออัตโนมัติ ที่ทำความเนิ่นช้าให้แก่รถ ที่จะวิ่งไปสู่จุด หมายปลายทาง. ๑๑.๔ สิ่งปฏิกูลแก่พระอริยเจ้า. ๑๑.๕ สิ่งที่เข้าไปแล้วออกยากเหม
๑๒.๑ ตัณหาอุปาทานฝ่ายกุศล. ๑๒.๒ สัมมาทิฏฐิฝ่ายสาสวะ. ส่วนสัมมาทิฏฐิฝ่ายอนาสวะ เป็นเครื่อง ปลดเปลื้องสัตว์ออกมาเสียจากอำนาจแห่งสวรรค์
๑๓.๑ ความดับไปตามคราวแห่งเหตุปัจจัยของสวรรค์ เช่นเดียวกับ สังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ ความเห็นโทษหรือความต่ำทรามแห่งสวรรค์ จนหมดตัณหา ในสวรรค์. ๑๓.๓ การบรรลุมรรคผลที่สูงขึ้นไป; จนไม่มีอัสสาทะเหลืออยู่ สำหรับจะพอใจในสวรรค์
๑๔.๑ อัสสาทะของสวรรค์มีอยู่เป็นชั้น ๆ ตรงตามภาวะแห่งจิตใจ ของสัตว์ ซึ่งตั้งอยู่ในภพหรือภูมินั้น ๆ. ๑๔.๒ อัสสาทะของสวรรค์ชั้นใด ย่อมเกี่ยวเกาะเฉพาะจิตของสัตว์ ที่ตั้งอยู่ในสวรรค์ชั้นนั้น. ๑๔.๓ สวรรค์ของอันธพาล มีอัสสาทะที่จะเกี่ยวเกาะใจคนชั้นอันธพาล หรือมิจฉาทิฏฐิ แต่ธรรมดาไม่เรียกกันว่าสวรรค์; ทั้งที่มี ความหมายอย่างเดียวกับสวรรค์
๑๕.๑ มีเฉพาะแก่ผู้ที่มองเห็นโทษของสวรรค์; ไม่มีแก่ผู้ที่บ้าสวรรค์, เมาสวรรค์, หลงสวรรค์ หรือไม่เห็นโทษของสวรรค์. ๑๕.๒ อาทีนวะของสวรรค์มีชั่วเวลาที่อวิชชา ตัณหา อุปาทานของ คนเขลาปิดบังอยู่; แถมหลอกให้เห็นว่ามิใช่เป็นอาทีนวะ
นัยที่หนึ่ง: นิสสรณะจากสวรรค์ไม่มี และไม่ต้องการจะมีสำหรับ พาลปุถุชน; ต่อเมื่อเป็นกัลยาณปุถุชนเห็นสิ่งที่ดีกว่า สูงกว่าสวรรค์; จึงจะต้องการนิสสรณะจากสวรรค์. นัยที่สอง: นิสสรณะจากสวรรค์ตั้งต้นจากสัมมาทิฏฐิที่เห็นโทษของ สวรรค์; แล้วดำเนินในสัมมาทิฏฐิที่สูงขึ้นไป จนสมบูรณ์ ด้วยอริยอัฏฐังคิกมรรค
นัยที่หนึ่ง: เพื่อเข้าสู่สวรรค์: คือ กุศลกรรมบถสิบประการ; หรือ การปฏิบัติตามปฏิจจสมุปบาทขั้นต้น ๆ เพื่อการมีแห่ง กุศลกรรมบถนั้น. นัยที่สอง: เพื่อออกจากความเกี่ยวเกาะของสวรรค์: คือ การ เห็นโทษของสวรรค์; และเห็นอานิสงส์ของการออก จากสวรรค์; แล้วดำเนินตามปฏิจจสมุปบาทฝ่ายนิโรธวาร จนถึงที่สุด
นัยที่หนึ่ง: มีเฉพาะแก่สามัญสัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายในวัฏฏะ: ยังไม่ประสงค์โลกุตตระ. นัยที่สอง: อานิสงส์โดยอ้อม: คือ เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นจนติดอยู่ ในสวรรค์; สวรรค์ก็กลายเป็นบันไดเพื่อการบรรลุ พระนิพพาน. นัยที่สาม: อานิสงส์ต่ำสุด: คือ อานิสงส์ทางศีลธรรม; คือเป็น เครื่องยั่ว เครื่องชักจูงให้คนปฏิบัติเพื่อกุศล ละอกุศล. แม่บท .. สวรรค์ ๒๔๐
เข้าไปสู่ความยึดมั่นถือมั่นในสวรรค์: ๑๙.๑ การเทศนาอบรมสั่งสอนตามขนบธรรมเนียมประเพณี หรือ วัฒนธรรมปรำปราแบบโบราณ ซึ่งหยุดอยู่เพียงสวรรค์ใน ฐานะเป็นสิ่งสูงสุด. ๑๙.๒ การคบหาสมาคมกันอยู่แต่ในหมู่บุคคลผู้มีความรู้สูงสุด เพียง เรื่องของสวรรค์
สวรรค์โดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: คือ สิ่งแวดล้อม, ปัจจัย, การชักจูงแนะนำสั่งสอนเพื่อความนิยมชมชอบ หรือเพื่อเบื่อหน่ายใน สวรรค์ แล้วแต่กรณี
๒๑.๑ ภาษาคน: เป็นบ้านเมืองอยู่บนฟ้า. ภาษาธรรม: ภาวะแห่งจิตที่ได้รับความสุขความพอใจ อย่างหลงใหล. ๒๑.๒ ภาษาคน: อยู่บนฟ้า. ภาษาธรรม: อยู่ที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. ๒๑.๓ ภาษาคน: ถึงได้ต่อตายแล้ว. ภาษาธรรม: ถึงได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้. : : : ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมบรรยายต่อหางสุนัข ๒. ปรมัตถสภาวธรรม ๓. ฟ้าสางๆ ตอน ๑, ๒
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๑๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ