Buddhadasa.org
ประวัติ › ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปี (ภาคผนวก)

ภาคผนวก ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปีของท่านพุทธทาส

เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา — อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส (สัมภาษณ์โดย พระประชา ปสนฺนธมฺโม)

ในบทนี้:
๘๐ ปีของท่านพุทธทาส
🖼 หน้าภาพประกอบในต้นฉบับ น.692 — (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ)

๘๐ ปีของท่านพุทธทาส

พ.ศ. ๒๔๔๙

น.693

• เด็กชายเงื่อม หรือพุทธทาสภิกขุในเวลาต่อมา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๗ พฤษภาคม ตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย บุตร นายเซี้ยงและนางเคลื่อน พานิช ที่หมู่บ้านกลาง ตำบลพุมเรียง ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นที่ตั้งของจังหวัดไชยา

พ.ศ. ๒๔๕๑

• เด็กชายยี่เกย หรือ นายธรรมทาส พานิช ผู้น้องชาย เกิดเมื่อ วันที่ ๑๓ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๔๕๒

• ย้ายที่ตั้งตัวจังหวัดไปอยู่บ้านดอน

พ.ศ. ๒๔๕๗

• เมื่ออายุ ๘ ขวบ บิดามารดาพาเด็กชายเงื่อมไปฝากเป็นเด็กวัด ที่วัดพุมเรียง เป็นเวลา ๓ ปี เพื่อรับการศึกษาเบื้องต้นตามแบบ โบราณ

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: กำเนิดเด็กชายเงื่อม พานิช · กำเนิดเด็กชายยี่เกย — ธรรมทาส พานิช

พ.ศ. ๒๔๖๐

น.694

• เด็กชายเงื่อมกลับมาอยู่บ้าน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียน วัดโพธาราม และเล่าเรียนที่นี่จนถึงชั้นมัธยม

พ.ศ. ๒๔๖๔

• ย้ายมาเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒ ที่โรงเรียนสารภีอุทิศ ตำบลตลาด เพื่อจะได้อยู่กับบิดา ซึ่งมาเปิดร้านค้าอีกแห่งหนึ่งที่ตำบลนี้

พ.ศ. ๒๔๖๕

• บิดาถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน เด็กหนุ่มเงื่อมออกจาก โรงเรียนมาช่วยดำเนินการค้ากับมารดา

• ระหว่างนี้ นาย ยี่เกย น้องชาย บวชเป็นสามเณรและเรียนชั้นมัธยมอยู่ที่โรงเรียน ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

พ.ศ. ๒๔๖๘

• เปิดโรงเรียนนักธรรมขึ้นปีแรกในตำบลพุมเรียง

พ.ศ. ๒๔๖๙

• ต้นปีนายยี่เกยเข้าเรียนเตรียมแพทย์จุฬา

• ก่อนเข้าพรรษา นายเงื่อมบวชเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ได้ฉายา "อินฺทปญฺโญ" จำพรรษาที่วัดพุมเรียง ปลายปีสอบได้นักธรรมตรี ไม่ลา สิกขาตามกำหนด

• ปิดเทอมปลายปี นายยี่เกยกลับบ้านและ ไม่ไปเรียนต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้พระเงื่อมได้บวชเรียนต่อไป

พ.ศ. ๒๔๗๐

• พระเงื่อมสอบได้นักธรรมโท

พ.ศ. ๒๔ ๗๑

• ต้นปีพระเงื่อมเข้าเรียนต่อกรุงเทพฯครั้งแรกที่วัดปทุมคงคา

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: อุปสมบท ได้ฉายา 'อินฺทปญฺโญ'

น.695 อยู่ได้เพียง ๒ เดือน ก็เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดพุมเรียง

• ปีนั้นสอบได้นักธรรมเอก

พ.ศ. ๒๔๗๒

• เป็นครูสอนนักธรรมโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรมธาตุไชยา

• นายยี่เกยตั้งคณะธรรมทานขั้นต้นขึ้น โดยเปิดหีบหนังสือ ธรรมะให้คนยืมอ่านที่ร้านไชยาพานิช

• เริ่มรับหนังสือ วารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษจากต่างประเทศ

• นาย ยี่เกยเริ่มเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ ใช้นามปากกา ว่า "ธรรมทาส"

พ.ศ. ๒๔๗๓

• พระเงื่อมขึ้นกรุงเทพฯมาอยู่วัดปทุมคงคาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเรียน บาลีต่อ

• เขียนบทความชิ้นแรกชื่อ "ประโยชน์แห่งทาน" เพื่อพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระอุปัชฌาย์ มีเนื้อความ ตอบคำถามของคนสมัยใหม่ที่เริ่มสงสัยคุณค่าของการทำทาน แบบที่ทำ ๆ กันอยู่

• ปลายปีเขียนบทความขนาดยาวเรื่อง "พระพุทธศาสนาขั้นบุถุชน" อธิบายคุณค่าของพระพุทธศาสนา ด้วยภาษาสมัยปัจจุบัน และเริ่มแสดงความคิดเห็นว่า มรรค ผล นิพพาน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงในสมัยปัจจุบัน บทความ นี้พิมพ์เป็นหนังสือแจกงานฉลองโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรม ธาตุไชยา

• ปลายปีนั้นสอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เป็น พระมหาเงื่อม อินฺทปญฺโญ

พ.ศ. ๒๔๗๔

• เบื่อเรียนมากขึ้น ค้นคว้าศึกษานอกตำราเรียนออกไป ความคิด อุดมคติเริ่มตั้งมั่น

• ปลายปีสอบเปรียญธรรมประโยค ๔ ตก

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: งานเขียนยุคแรก — 'ประโยชน์แห่งทาน' และเปรียญธรรม ๓

น.696 เตรียมเดินทางกลับบ้านเพื่อทำงานตามอุดมคติ

พ.ศ. ๒๔๗๕

• เดินทางกลับถึงพุมเรียง (๖ เม.ย.)

• เข้าอยู่ในวัดร้างตระพังจิก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์ (๑๒ พ.ค.)

• นางเคลื่อนทำ พินัยกรรมมอบเงิน ๖,๓๗๘ บาท ตั้งเป็นทุนต้นตระกูลพานิช ใช้ดอกผลบำรุงสวนโมกข์และคณะธรรมทาน

• คณะธรรมทาน ตั้งขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ (ก.ค.) เปิดบ้านหลังหนึ่งเป็น "ห้อง ธรรมทาน" มีทำบุญเลี้ยงพระและเทศน์ทุกวันพระและวัน ๘ ค่ำ เริ่มเขียน "ตามรอยพระอรหันต์" ในเดือนสิงหาคม

พ.ศ. ๒๔๗๖

• ออกหนังสือพิมพ์ พุทธศาสนา ราย ๓ เดือน

• เริ่มเขียน บทความวิพากษ์วิจารณ์สภาพพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ ใช้นามปากกา "ธรรมโยธ" "ชินวาทก์" ฯลฯ และเขียน "ทำไม ไม่ไปกับพระโลกนาถ" ลงหนังสือพิมพ์ ประชาธิปไตย ฉบับ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๖

พ.ศ. ๒๔๗๗

• คณะธรรมทานซื้อแท่นพิมพ์มาพิมพ์หนังสือเอง เขียน "คันถะธุระ กับวิปัสสนาธุระเนื่องกันอย่างไร"

• เริ่มแปล "พุทธประวัติ จากพระโอษฐ์"

• แปล "บาลีมหาสติปัฏฐานสูตร"

• สด กูรมะโรหิต เขียนเรื่องมาจากปักกิ่ง ทั้งหมดนี้ลงพิมพ์ใน พุทธ สาสนา

• ก่อนเข้าพรรษาเดินทางไปนครศรีธรรมราช ปาฐกถา เรื่อง "การส่งเสริมปฏิบัติธรรม และ "หลักพุทธศาสนา" ให้ แก่คณะของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ ซึ่งเปิดสวน ปันตาราม ตาม แบบสวนโมกขพลาราม

• ในพรรษาเข้ากรรมฐาน ๓ เดือน

น.697 งดพูด จดบันทึกปฏิบัติธรรมเป็นรายวัน

• เขียนบทความ ขนาดยาวเรื่อง "การปฏิบัติธรรม" (๑๗ ก.พ.)

พ.ศ. ๒๔๗๘

• เดินทางราชการย้ายที่ว่าการอำเภอจากพุมเรียง ไปอยู่ที่ตำบลตลาด ริมทางรถไฟ

• คณะธรรมทานและโรงพิมพ์ธรรมทานย้าย ตามไปอยู่ที่ตำบลตลาดด้วย

• เริ่มแปล "อริยสัจจากพระโอษฐ์" ลง พุทธสาสนา

• เดินทางไปเทศน์ถิ่นไทยทางใต้สุด กลับมา เขียนเรื่อง "พระพุทธศาสนาในถิ่นไทยทางใต้”

• เริ่มติดต่อ กับสามเณรกรุณา กุศลาสัย (ต่อมาคืออาจารย์กรุณา กุศลาสัย) บรรพชิตไทยรูปเดียวที่เดินเท้าไปถึงอินเดียพร้อมกับพระโลกนาถ (พระภิกษุชาวอิตาเลียน)

พ.ศ. ๒๔๗๙

• แปลและแต่งกาพย์สุกรยักษ์ อันเป็นคำวิจารณ์พระสงฆ์อย่าง รุนแรง (จากบางตอนของ สุมังคลวิลาสินี )

• เขียน "คุณค่า ของปริยัติ" ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมระหว่างทฤษฎี และการปฏิบัติในพุทธศาสนา

• เขียน "สังคายนาแต้มหัวตะ" เรียกร้องให้แปลพระไตรปิฎกเป็นไทย และวิจารณ์การทำ สังคายนาที่ผ่าน ๆ มา

• ท่านปัญญานันทะ พระราชญาณกวี (บุญชวน) และสามเณรสำเริง มาร่วมจำพรรษาอยู่ด้วย

• พิมพ์รวมเล่ม พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ครั้งแรก

• คณะ ธรรมทานเปิดโรงเรียนพุทธนิคม

พ.ศ. ๒๔๘๐

• หัวหน้ากองตำรามหามกุฎราชวิทยาลัย ประกาศใช้พุทธประวัติ จากพระโอษฐ์ เป็นหนังสือประกอบแบบเรียน (๑๕ มิ.ย.)

น.698 แปล "ลังกาวตารสูตร" จากพระสูตรฝ่ายมหายาน ลง พุทธสาสนา

• สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) วัดเทพ- ศิรินทร์ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม และผู้บัญชาการ คณะสงฆ์แทนองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เดินทางมาเยี่ยม สวนโมกข์และค้างคืน ๑ คืน (๒๖ มิ.ย.)

• เขียน "บรรณวิจารณ์ อภิธานัปปทีปนีกา" และ "ต้นบัญญัติสิกขาบท" ไว้อาลัยวาระ สิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (๑๖ ธ.ค. )

พ.ศ. ๒๔๘๑

• เริ่มอบรมสามเณรชุดพิเศษ เพื่อสร้างนักเผยแผ่ที่ทันสมัย (งาน ที่ไม่ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา)

• เรียบเรียง "เกียรติคุณ ของพระพุทธเจ้า" หนังสือ พุทธประวัติสำหรับคนหนุ่มสาว ลงวันที่ ๑๑ ม.ค.

• เขียนบทความขนาดยาว "อนัตตาของ พระพุทธเจ้า”

• พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ พระยาภะรตราชสุพิช ผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ และนายสัญญา ธรรมศักดิ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์ เป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๔๘๒

• นายยี่เกยเปลี่ยนชื่อเป็น "ธรรมทาส" อย่างเป็นทางการ

• สร้างหอสมุดธรรมทาน ที่วัดชยาราม เป็นที่พักและที่ทำงาน อีกแห่งหนึ่ง

• มีบทความเกี่ยวกับกฤษณมูรติ ลง พุทธสาสนา

• เขียนบทความขนาดยาว ๕๕ หน้า "ตอบปัญหาบาทหลวง" หักล้างความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าแบบบุคคลอย่างรุนแรง ลง พุทธสาสนา

พ.ศ. ๒๔๘๓

น.699

• เกิดสงครามในยุโรป ทำให้กระดาษแพง หายาก พุทธสาสนา ๒ เล่ม ออกรวมเป็นเล่มเดียว

• เริ่มมีบทความต่อต้านสงคราม เรื่อง "ไฟไหม้โลกยุคกึ่งพุทธกาล" ลง พุทธสาสนา

• แสดง ปาฐกถาที่กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก ตามคำอาราธนาของพุทธ ธรรมสมาคม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔) ในหัวข้อเรื่อง "วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" (๑๓ ก.ค. พูด ๒ ชั่วโมง ๑๕ นาที)

พ.ศ. ๒๔๘๔

• ทางราชการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จาก ๑ เมษายน เป็น ๑ มกราคม

• เริ่มแปล "ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์" ลง พุทธสาสนา

พ.ศ. ๒๔๘๕

• เริ่มสร้างสโมสรธรรมทาน ที่วัดชยาราม

• หนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา เริ่มลงเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน

• แสดงปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยเรื่อง "ความ สงบในฐานะเป็นผลแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม"

พ.ศ. ๒๔๘๖

• วางเงินซื้อที่บริเวณธารน้ำไหลจากหลวงพรหมปัญญา เมื่อ ๑๘ มีนาคม

• หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เป็นผู้เชื่อมให้ได้เฝ้าสมเด็จ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่วังวรดิศ เพื่อปรึกษาหารือ เรื่องโบราณคดีเมืองไชยา

• เทศน์งานพระราชทานเพลิงศพ ของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เรื่อง "ลักษณะน่าอัศจรรย์ บางประการของนิพพาน" (๒๒ ส.ค.)

• เขียนความเรียงเชิง อัตชีวประวัติ เกี่ยวกับชีวิตและงานในสวนโมกข์ที่ผ่านมาชื่อ

น.700 "สิบปีในสวนโมกข์"

พ.ศ. ๒๔๘๗

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายองค์การเผยแผ่ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (๒๒ ม.ค.)

• ย้ายมาจำพรรษาที่สวนโมกข์แห่งใหม่ บริเวณธารน้ำไหล เขาพุทธทอง (สวนโมกข์ปัจจุบัน)

• คณะพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์มาเยี่ยมครั้งที่ ๒

พ.ศ. ๒๔๘๙

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูอินทปัญญาจารย์

• ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับสันติภาพ" (๒ มี.ค.)

• เลิกสวนโมกข์แห่งเดิมที่พุมเรียงโดยสิ้นเชิง (ก่อนหน้านี้ยังมีพระอยู่ประจำ)

• ปาฐกถาธรรมที่สมาคมพุทธบริษัทไทยจีนประชา เรื่อง "ข้อควรทราบเกี่ยวกับหลักพุทธศาสนาระหว่างนิกายต่าง ๆ" (๒๙ ธ.ค.)

พ.ศ. ๒๔๙๐

• ปาฐกถาที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับเจตนารมณ์แห่งประชาธิปไตย" ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในขณะนั้นเข้าฟังด้วย (๑๑ ม.ค.)

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ (๓๐ เม.ย.)

• เกิดคณะพุทธนิคมที่เชียงใหม่

• ปาฐกถาที่หอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "พระพุทธศาสนาจะช่วยพวกเราในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร" (๓๑ พ.ค.)

• เริ่มแปล “สูตรของเว่ยหล่าง" ลง พุทธสาสนา

พ.ศ. ๒๔๙๑

• โยมมารดาถึงแก่กรรม (๒๔ เม.ย.)

• เดินทางขึ้นเชียงใหม่

น.701 ครั้งแรกเพื่อช่วยให้คำแนะนำแก่กิจการของคณะพุทธนิคมเชียงใหม่ (ก่อนเข้าพรรษา)

• ออกตระเวนเทศน์ตามเกาะสมุย เกาะพงัน

• ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม" (๕ มิ.ย.) และเริ่มถูกโจมตีในข้อหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์

• ออกพรรษา ท่านปัญญานันทะขึ้นไปประจำอยู่ที่เชียงใหม่

พ.ศ. ๒๔๙๒

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าองค์การเผยแผ่ประจำภาค ๕ (ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด)

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา (๓๐ มิ.ย.)

พ.ศ. ๒๔๙๓

• พักสวนชาใกล้หมู่บ้านแก่งปันเต๊า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา ๒๐ วัน เพื่อเขียน "โบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน" (ม.ค.)

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สาขาประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

• เขียนบทความทดลองเสนอเกี่ยวกับจิตวิทยาแบบพุทธ เรื่อง "ปมเขื่อง"

• ตระเวนเทศน์หัวเมืองปักษ์ใต้ กับพระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง)

• ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานพิธีสวดกระทำน้ำมุรธาภิเษก สำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ณ วัดพระบรมธาตุไชยา ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระอริยนันทมุนี (๔ ธ.ค.)

• มีบทความของเสถียร โพธินันทะ มาลง พุทธสาสนา

พ.ศ. ๒๔๙๔

• อบรมข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และศาลที่กรุงเทพฯ เรื่อง "ทุกขขัปนูทนกถา" (๒๐ ก.ย.)

• มี

น.702 ประกาศใน พุทธสาสนา ว่าพระยาอนุมานราชธน ส่งหนังสือมา ให้ห้องสมุดธรรมทานหลายเล่ม

พ.ศ. ๒๔๙๕

• นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์ (ก.พ.)

• คณะ พุทธนิคม เชียงใหม่ ออกหนังสือพิมพ์ ชาวพุทธ เมื่อวันวิสาขบูชา

• มีพิธีทอดกฐินครั้งแรกและครั้งเดียวของสวนโมกข์

• เขียน "บันทึกเปิดผนึกครบรอบ ๒๐ ปี" ลงใน พุทธสาสนา ซึ่ง ออกรวมเป็นเพียงฉบับเดียวในปีนั้น

• เริ่มมีการบรรยาย ประจำคืนในช่วงพรรษา เพื่ออบรมพระภิกษุสามเณรภายใน สวนโมกข์

พ.ศ. ๒๔๙๖

• แสดงธรรมเรื่อง "ศาสนาคือโรงพยาบาลของโลก" ที่โรงพยาบาล สงฆ์ ในโอกาสเปิดตึกสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (๒๑ ก.พ.)

• คณะธรรมทานได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น "ธรรมทาน มูลนิธิ" (๒๔ พ.ย.)

• มีผู้บริจาคแท่นพิมพ์และเครื่องตัดกระดาษ ให้ใหม่

• มีการฉายสไลด์ในสวนโมกข์ ริเริ่มการเผยแผ่ธรรม โดยการฉายสไลด์

พ.ศ. ๒๔๙๗

• อธิษฐานไม่ออกนอกเขตวัดตลอดพรรษา

• พิมพ์หนังสือ ทำวัตรสวดมนต์แปล ครั้งแรก

• ร่วมประชุมและกล่าวปราศรัย ในนามตัวแทนคณะสงฆ์ไทย ในงานฉัฏฐสังคายนาที่ประเทศพม่า เรื่อง "ลักษณะน่าอัศจรรย์บางประการของพุทธศาสนาแบบ เถรวาท” (๖ ธ.ค.)

• เขียน "โลกอาจรอดได้ แม้เพราะกตัญญู" (๘ มี.ค.) เป็นบทความที่เด่นบทหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงโลกทัศน์

น.703 แบบพุทธที่มีลักษณะนิเวศวิทยาอยู่ในตัว

พ.ศ. ๒๔๙๘

• ปาฐกถาเรื่อง "อุดมคติของครูตามทัศนะฝ่ายพระพุทธศาสนา" ในที่ประชุมครูทั่วประเทศ ณ หอประชุมสวนสุนันทาวิทยาลัย (๒๖ เม.ย.)

• ไปอินเดีย (๑๙ ต.ค. ๙๘ - ๑๖ ม.ค. ๙๙)

• สร้างอาคารถาวรธรรมทานมูลนิธิอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๔๙๙

• อบรมข้าราชการตุลาการครั้งแรก เรื่อง "ใจความสำคัญของ พุทธศาสนา" ณ ห้องบรรยายเนติบัณฑิตยสภา ต่อมาพิมพ์เป็น เล่มชื่อ หลักพระพุทธศาสนา และพิมพ์ในชุด ธรรมโฆษณ์ ชื่อ "ตุลาการิกธรรม เล่ม ๑" การบรรยายชุดนี้ทำต่อเนื่องมาอีก รวม ๑๔ ครั้ง

พ.ศ. ๒๕๐๐

• แสดงธรรมที่โรงพยาบาลสงฆ์ เรื่อง "ธรรมะคือโอสถสำหรับ โลก" (ก.พ.)

• เทศน์ในโอกาส ๒๕ พุทธศตวรรษ เรื่อง "หนทางดับความเลวร้ายในยุคปัจจุบัน" ที่วัดพระบรมธาตุไชยา

• คณะพุทธนิคมเชียงใหม่ตั้งชาวพุทธมูลนิธิ

• ในพรรษา บรรยาย "การศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี" หรือ "ธรรมวิภาค นวกภูมิ" ต่อมากลายเป็นหนังสือพื้นฐานที่สำคัญอีกเล่มหนึ่ง ของสวนโมกข์

• ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชชัย กวี

พ.ศ. ๒๕๐๑

• ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม "สวนอุดม" และ "สวนอุดมมูลนิธิ" ที่ กรุงเทพฯ เป็นอีกองค์กรหนึ่งในเครือข่ายของสวนโมกข์

น.704 ทางราชการประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทาง ศาสนา สอดคล้องกับที่สวนโมกข์ทำมาก่อน

• ไปเขมร ชม นครวัด นครธม

พ.ศ. ๒๕๐๒

• กรมศิลปากรส่งศิลาจารึกจำลองทุกหลักที่ทำจากไชยามาถวาย

• ท่านปัญญานันทะลงมาจำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์

• เจ้าชื่น สิโรรส หัวหน้าคณะพุทธนิคมและบุตรลงมาอยู่ที่ สวนโมกข์ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา

• สถานีวิทยุ ปชส. ๗ ธนบุรี นำ "หลักพระพุทธศาสนา" ที่อบรมข้าราชการตุลาการ ครั้งแรก ไปอ่านออกอากาศเป็นประจำทุกวัน เวลา ๐๖.๓๐ น. ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา

• พิมพ์ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ครั้งแรก

• บรรยาย "อานาปานสติ" (ฉบับสมบูรณ์) ใน ระหว่างพรรษาในสวนโมกข์

พ.ศ. ๒๕๐๓

• โรงเรียนพุทธนิคมเปิดชั้นเตรียมอุดมศึกษา

• แสดงธรรมที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "ส่วนสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่ทุกคนควรรู้จัก" ตามคำอาราธนาของสมเด็จพระราชชนนี องค์อุปถัมภกของชมรมกลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์และประเพณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้ฟังประมาณ ๓,๐๐๐ คน (๒๘ ธ.ค.)

พ.ศ. ๒๕๐๔

• ในพรรษาพูดเรื่อง "ตัวกู-ของกู" อบรมพระสงฆ์สามเณร

• ร่วมสัมมนาเรื่อง "การศึกษาพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัย" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๒๖ พ.ย. - ๒๒ ธ.ค.) และแสดง ธรรมอบรมนิสิต รวม ๗ ครั้ง

พ.ศ. ๒๕๐๕

น.705

• เริ่มสร้างโรงมหรสพทางวิญญาณ (โรงหนังแบบสวนโมกข์) และมีโรงปั้นเพื่อปั้นภาพพุทธประวัติยุคแรกของโลก ทั้ง ๒ อย่างนี้ใช้เวลาราว ๑๐ ปี จึงเสร็จ

พ.ศ. ๒๕๐๖

• อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา กับหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ครั้งแรก ในหัวข้อ "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม" มีนายปุ๋ย โรจนบุรานนท์ และ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ร่วมด้วย ที่หอ ประชุมคุรุสภา (๖ ธ.ค.)

พ.ศ. ๒๕๐๗

• อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา (ที่กลายเป็นวิวาทะ) กับหม่อม ราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ครั้งที่ ๒ และครั้งที่สุดท้าย ที่หอ ประชุมคุรุสภา เรื่อง "การทำงานด้วยจิตว่าง” (๑๓ ก.พ.)

พ.ศ. ๒๕๐๘

• ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังเข้าใจผิดกันอยู่" ที่พุทธสมาคม แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ (๒๑ ม.ค.)

• ปาฐกถาธรรมเรื่อง “การส่งเสริมจริยธรรมแก่เด็กวัยรุ่น" ในที่ประชุมสามัญประจำปี ที่คุรุสภา (๒๗ เม.ย.)

พ.ศ. ๒๕๐๙

• เริ่มมีงานล้ออายุ ครั้งแรก (๒๗ พ.ค.)

• ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังสนใจกันน้อยเกินไป” ในที่ประชุมองค์การพุทธ ศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ พุทธสถานเชียงใหม่ (๘ พ.ย.)

• ปาฐกถาธรรมเรื่อง "ผีหัวเราะเยาะมนุษย์" แก่ผู้ร่วมประชุม

น.706 ยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศครั้งที่ ๑๐ ยอดเขาพุทธทอง สวน โมกข์ (๑๔ พ.ย.)

พ.ศ. ๒๕๑๐

• เป็นประธานในการอบรมพระธรรมทูตรุ่นแรกที่จะไปเผยแผ่ พระศาสนาในต่างประเทศ

• ปาฐกถา "คริสตธรรม-พุทธ ธรรม" ณ วิทยาลัยพระคริสตธรรม เชียงใหม่

• ในพรรษา เริ่มบรรยายชุด "ธรรมปาฏิโมกข์” แก่พระสงฆ์สามเณรภายใน สวนโมกข์ (กระทำต่อเนื่องทุกพรรษาถึง พ.ศ. ๒๕๑๔)

พ.ศ. ๒๕๑๑

• เป็นประธานในการประชุมสมาคมพุทธศาสนาทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ณ ค่ายลูกเสือธรรมบุตร ติดกับสวนโมกข์ (๑ ธ.ค.)

• พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ "สหายธรรมหมายเลขหนึ่ง" ถึงแก่อนิจกรรม (๑๙ เม.ย.) มอบทุน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้ธรรม- ทานมูลนิธิ

• เริ่มโครงการพิมพ์หนังสือชุด ธรรมโฆษณ์

พ.ศ. ๒๕๑๒

• บรรยายชุด "บรมธรรม" อบรมพระนิสิตภาคฤดูร้อน ที่ประจำ อยู่ในสวนโมกข์

• ในพรรษาบรรยายชุด "สุญญตาปริทรรศน์"

พ.ศ. ๒๕๑๓

• บรรยายชุด "ฆราวาสธรรม" แก่ พระนิสิตภาคฤดูร้อน

พ.ศ. ๒๕๑๔

• เริ่มบรรยายธรรมประจำวันเสาร์และทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

• ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระเทพวิสุทธิเมธี" (๕ ธ.ค.)

• เขียน "บันทึกคำชี้แจงเกี่ยวกับการศึกษาเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท" (๓๐ ก.ย.)

พ.ศ. ๒๕๑๕

น.707

• บรรยายชุด "แก่นพุทธศาสน์" ที่โรงพยาบาลศิริราช

• บรรยายชุด "สอนพุทธศาสนาผ่านคัมภีร์ไบเบิล" ในสวนโมกข์

พ.ศ. ๒๕๑๖

• บรรยายเรื่อง "มหาวิทยาลัยกับความรู้เรื่องจิต" แก่อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาสวนโมกข์ (๓๐ ส.ค.)

• เขียนบทความขนาดยาว "สมเด็จในความรู้สึกของ ข้าพเจ้า" ตามคำขอของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ เพื่อพิมพ์ใน หนังสือครบรอบ ๑๐๐ ปี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร)

• บรรยายเรื่อง "ประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม" ในสวนโมกข์ (๑๑ พ.ย.)

• อาพาธ ขณะกำลังเทศน์และเข้า รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช (ธ.ค.)

พ.ศ. ๒๕๑๗

• บรรยายเรื่อง “มหิดลธรรม" แก่พระนักศึกษาภาคฤดูร้อน

• บรรยายเรื่อง "สังคมนิยมตามหลักแห่งพระศาสนา" (15 ก.ย.)

พ.ศ. ๒๕๑๘

• บรรยายชุด "โมกขธรรมประยุกต์" สำหรับพระนักศึกษาภาค ฤดูร้อน

• บรรยายเรื่อง "พระพุทธเจ้ามีอุดมคติเป็นสังคมนิยม"

• บรรยายเรื่อง “สังคมนิยมชนิดที่ช่วยโลกได้" (๒๗ พ.ค. ๑๘)

พ.ศ. ๒๕๒๑

• เริ่มปาฐกถาธรรมทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทุก วันอาทิตย์ที่ ๓ ของเดือนจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๕๒๒

น.708

• บรรยายชุด "ใจความแห่งคริสตธรรม เท่าที่พุทธบริษัทควร ทราบ"

• ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธ- ศาสตร์ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๒๕

• สวนโมกข์อายุครบ ๕๐ ปี พิมพ์แถลงการณ์ ๕๐ ปี สวนโมกข์

• พิมพ์กฎบัตรของพุทธบริษัท ในวันวิสาขบูชา

พ.ศ. ๒๕๒๗

• พิมพ์ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ฉบับสมบูรณ์

พ.ศ. ๒๕๒๘

• อาพาธค่อนข้างหนักตั้งแต่ต้นปี และยังไม่หายเป็นปกติแม้จนถึง ปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๕๒๙

• ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ (ศาสนาและปรัชญา) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย รามคำแหง

น.709 พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา ๓ ชีวิตแห่งการศึกษา พระประยา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ ภาพชีวิต ๘๐ ปี พุทธทาสภิกขุ มิติใหม่ของพระพุทธศาสนา

น.710 อนุทินภาพ ๖๐ ปีสวนโมกข์ : ประทีปธรรมแห่งสยาม อนุทินภาพ ๖๐ปี สวนโมกข์ ขนาด ๘ หน้ายกพิเศษ (๘๑/๔ นิ้ว x ๑๑ ๑/๔ นิ้ว) หนา ๒๐๐ หน้า พิมพ์ด้วย กระดาษอาร์ต ๑๒๘ แกรม (นิวเอด) สี่สี ทั้งเล่ม ปกแข็ง เย็บกี่ ปั๊มดำด้าน ราคา ๔๘๐ บาท รวมค่าจัดส่ง โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์ ๙๔๗ ถนนอรุณอมรินทร์ ตรงข้ามตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ ๔๑๑-๑๕๒๓

น.712 ISBN 974-7014-33-5 เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา เป็นหนังสือ สำคัญที่ช่วยให้รู้จักท่านอาจารย์พุทธทาส ชนิดที่ยากจะรู้ได้จากข้อเขียนของท่าน โดยที่ท่านไม่มีเวลาหรือไม่ต้องการเขียน อัตชีวประวัติ เล่มนี้จึงเป็นอัตชีวประวัติ ของท่านอย่างดีที่สุดที่เราจะหาได้ใน บัดนี้ ผู้ถามตั้งใจถามและผู้ตอบตั้งใจ ตอบอย่างจริงจังและลึกซึ้ง นับว่าเป็น เยี่ยงอย่างได้ของการสัมภาษณ์เชิงชีว- ประวัติ และควรแปลออกเป็นภาษา อังกฤษด้วย การนำเอาเล่าไว้เมื่อวัยสนธยา กลับมาตีพิมพ์ใหม่ในโอกาสที่สวนโมกข์ ครบ ๕ รอบนักษัตรนั้น นับว่าเหมาะสม ด้วยประการทั้งปวง ส.ศิวรักษ์ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา เต๋าไว้เมื่อวัยสนธยา เต้าไว้เมื่อวัยสนธยา โลโก้สำนักพิมพ์ โกมล คีมทอง มูลนิธิโกมลคีมทอง พุทธทาส อินฺทปัญฺโญ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · หนังสือ "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย พระประชา ปสนฺนธมฺโม · เผยแพร่เพื่อการศึกษา