Buddhadasa.org
ประวัติ › ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปี (ภาคผนวก)

ภาคผนวก ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปีของท่านพุทธทาส

เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา — อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส (สัมภาษณ์โดย พระประชา ปสนฺนธมฺโม)

ในบทนี้:
๘๐ ปีของท่านพุทธทาส
🖼 หน้าภาพประกอบในต้นฉบับ น.714 — (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ)

๘๐ ปีของท่านพุทธทาส

น.715 ๒๔๔๙ *เด็กชายเงื่อม หรือพุทธทาสภิกขุในเวลาต่อมา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๗ พฤษภาคม ตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย บุตร นายเซี้ยงและนางเคลื่อน พานิช ที่หมู่บ้านกลาง ตำบลพุมเรียง ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นที่ตั้งของจังหวัดไชยา ๒๔๕๑

• เด็กชายยี่เกย หรือ นายธรรมทาส พานิช ผู้น้องชาย เกิดเมื่อ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๕๒ *ย้ายที่ตั้งตัวจังหวัดไปอยู่บ้านดอน ๒๔๕๗ *เมื่ออายุ ๘ ขวบ บิดามารดาพาเด็กชายเงื่อมไปฝากเป็นเด็กวัด ที่วัดพุมเรียง เป็นเวลา ๓ ปี เพื่อรับการศึกษาเบื้องต้นตามแบบ โบราณ

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: กำเนิดเด็กชายเงื่อม พานิช · กำเนิดเด็กชายยี่เกย — ธรรมทาส พานิช

น.716 ๒๔๖๐ *เด็กชายเงื่อมกลับมาอยู่บ้าน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียน วัดโพธาราม และเล่าเรียนที่นี่จนถึงชั้นมัธยม ๒๔๖๔ *ย้ายมาเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒ ที่โรงเรียนสารภีอุทิศ ตำบลตลาด เพื่อจะได้อยู่กับบิดา ซึ่งมาเปิดร้านค้าอีกแห่งหนึ่งที่ตำบลนี้ ๒๔๖๕

• บิดาถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน เด็กหนุ่มเงื่อมออกจาก โรงเรียนมาช่วยดำเนินการค้ากับมารดา

• ระหว่างนี้ นาย ยี่เกย น้องชาย บวชเป็นสามเณรและเรียนชั้นมัธยมอยู่ที่โรงเรียน ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๒๔๖๘

• เปิดโรงเรียนนักธรรมขึ้นปีแรกในตำบลพุมเรียง ๒๔๖๙

• ต้นปีนายยี่เกยเข้าเรียนเตรียมแพทย์จุฬา

• ก่อนเข้าพรรษา นายเงื่อมบวชเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ได้ฉายา "อินฺทปญฺโญ" จำพรรษาที่วัดพุมเรียง ปลายปีสอบได้นักธรรมตรี ไม่ลา สิกขาตามกำหนด

• ปิดเทอมปลายปี นายยี่เกยกลับบ้านและ ไม่ไปเรียนต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้พระเงื่อมได้บวชเรียนต่อไป ๒๔๗๐ *พระเงื่อมสอบได้นักธรรมโท ๒๔ ๗๑

• ต้นปีพระเงื่อมเข้าเรียนต่อกรุงเทพฯครั้งแรกที่วัดปทุมคงคา

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: อุปสมบท ได้ฉายา 'อินฺทปญฺโญ'

น.717 อยู่ได้เพียง ๒ เดือน ก็เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดพุมเรียง *ปีนั้นสอบได้นักธรรมเอก ๒๔๗๒ *เป็นครูสอนนักธรรมโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรมธาตุไชยา *นายยี่เกยตั้งคณะธรรมทานขั้นต้นขึ้น โดยเปิดหีบหนังสือ ธรรมะให้คนยืมอ่านที่ร้านไชยาพานิช

• เริ่มรับหนังสือ วารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษจากต่างประเทศ

• นาย ยี่เกยเริ่มเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ ใช้นามปากกา ว่า "ธรรมทาส" ๒๔๗๓

• พระเงื่อมขึ้นกรุงเทพฯมาอยู่วัดปทุมคงคาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเรียน บาลีต่อ

• เขียนบทความชิ้นแรกชื่อ "ประโยชน์แห่งทาน" เพื่อพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระอุปัชฌาย์ มีเนื้อความ ตอบคำถามของคนสมัยใหม่ที่เริ่มสงสัยคุณค่าของการทำทาน แบบที่ทำ ๆ กันอยู่

• ปลายปีเขียนบทความขนาดยาวเรื่อง "พระพุทธศาสนาขั้นบุถุชน" อธิบายคุณค่าของพระพุทธศาสนา ด้วยภาษาสมัยปัจจุบัน และเริ่มแสดงความคิดเห็นว่า มรรค ผล นิพพาน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงในสมัยปัจจุบัน บทความ นี้พิมพ์เป็นหนังสือแจกงานฉลองโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรม ธาตุไชยา

• ปลายปีนั้นสอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เป็น พระมหาเงื่อม อินฺทปญฺโญ ๒๔๗๔

• เบื่อเรียนมากขึ้น ค้นคว้าศึกษานอกตำราเรียนออกไป ความคิด อุดมคติเริ่มตั้งมั่น

• ปลายปีสอบเปรียญธรรมประโยค ๔ ตก

🔎 เหตุการณ์ในหน้านี้ที่มีสรุปฉบับเต็ม: งานเขียนยุคแรก — 'ประโยชน์แห่งทาน' และเปรียญธรรม ๓

น.718 เตรียมเดินทางกลับบ้านเพื่อทำงานตามอุดมคติ ๒๔๗๕

• เดินทางกลับถึงพุมเรียง (๖ เม.ย.)

• เข้าอยู่ในวัดร้างตระพังจิก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์ (๑๒ พ.ค.)

• นางเคลื่อนทำ พินัยกรรมมอบเงิน ๖,๓๗๘ บาท ตั้งเป็นทุนต้นตระกูลพานิช ใช้ดอกผลบำรุงสวนโมกข์และคณะธรรมทาน

• คณะธรรมทาน ตั้งขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ (ก.ค.) เปิดบ้านหลังหนึ่งเป็น "ห้อง ธรรมทาน" มีทำบุญเลี้ยงพระและเทศน์ทุกวันพระและวัน ๘ ค่ำ เริ่มเขียน "ตามรอยพระอรหันต์" ในเดือนสิงหาคม ๒๔๗๖

• ออกหนังสือพิมพ์ พุทธศาสนา ราย ๓ เดือน

• เริ่มเขียน บทความวิพากษ์วิจารณ์สภาพพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ ใช้นามปากกา "ธรรมโยธ" "ชินวาทก์" ฯลฯ และเขียน "ทำไม ไม่ไปกับพระโลกนาถ" ลงหนังสือพิมพ์ ประชาธิปไตย ฉบับ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ ๒๔๗๗

• คณะธรรมทานซื้อแท่นพิมพ์มาพิมพ์หนังสือเอง เขียน "คันถะธุระ กับวิปัสสนาธุระเนื่องกันอย่างไร"

• เริ่มแปล "พุทธประวัติ จากพระโอษฐ์"

• แปล "บาลีมหาสติปัฏฐานสูตร"

• สด กูรมะโรหิต เขียนเรื่องมาจากปักกิ่ง ทั้งหมดนี้ลงพิมพ์ใน พุทธ สาสนา

• ก่อนเข้าพรรษาเดินทางไปนครศรีธรรมราช ปาฐกถา เรื่อง "การส่งเสริมปฏิบัติธรรม และ "หลักพุทธศาสนา" ให้ แก่คณะของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ ซึ่งเปิดสวน ปันตาราม ตาม แบบสวนโมกขพลาราม

• ในพรรษาเข้ากรรมฐาน ๓ เดือน

น.719 งดพูด จดบันทึกปฏิบัติธรรมเป็นรายวัน

• เขียนบทความ ขนาดยาวเรื่อง "การปฏิบัติธรรม" (๑๗ ก.พ.) ๒๔๗๘

• เดินทางราชการย้ายที่ว่าการอำเภอจากพุมเรียง ไปอยู่ที่ตำบลตลาด ริมทางรถไฟ

• คณะธรรมทานและโรงพิมพ์ธรรมทานย้าย ตามไปอยู่ที่ตำบลตลาดด้วย

• เริ่มแปล "อริยสัจจากพระโอษฐ์" ลง พุทธสาสนา

• เดินทางไปเทศน์ถิ่นไทยทางใต้สุด กลับมา เขียนเรื่อง "พระพุทธศาสนาในถิ่นไทยทางใต้”

• เริ่มติดต่อ กับสามเณรกรุณา กุศลาสัย (ต่อมาคืออาจารย์กรุณา กุศลาสัย) บรรพชิตไทยรูปเดียวที่เดินเท้าไปถึงอินเดียพร้อมกับพระโลกนาถ (พระภิกษุชาวอิตาเลียน) ๒๔๗๙

• แปลและแต่งกาพย์สุกรยักษ์ อันเป็นคำวิจารณ์พระสงฆ์อย่าง รุนแรง (จากบางตอนของ สุมังคลวิลาสินี )

• เขียน "คุณค่า ของปริยัติ" ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมระหว่างทฤษฎี และการปฏิบัติในพุทธศาสนา

• เขียน "สังคายนาแต้มหัวตะ" เรียกร้องให้แปลพระไตรปิฎกเป็นไทย และวิจารณ์การทำ สังคายนาที่ผ่าน ๆ มา

• ท่านปัญญานันทะ พระราชญาณกวี (บุญชวน) และสามเณรสำเริง มาร่วมจำพรรษาอยู่ด้วย

• พิมพ์รวมเล่ม พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ครั้งแรก

• คณะ ธรรมทานเปิดโรงเรียนพุทธนิคม ๒๔๘๐

• หัวหน้ากองตำรามหามกุฎราชวิทยาลัย ประกาศใช้พุทธประวัติ จากพระโอษฐ์ เป็นหนังสือประกอบแบบเรียน (๑๕ มิ.ย.) *

น.720 แปล "ลังกาวตารสูตร" จากพระสูตรฝ่ายมหายาน ลง พุทธสาสนา

• สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) วัดเทพ- ศิรินทร์ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม และผู้บัญชาการ คณะสงฆ์แทนองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เดินทางมาเยี่ยม สวนโมกข์และค้างคืน ๑ คืน (๒๖ มิ.ย.)

• เขียน "บรรณวิจารณ์ อภิธานัปปทีปนีกา" และ "ต้นบัญญัติสิกขาบท" ไว้อาลัยวาระ สิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (๑๖ ธ.ค. ) ๒๔๘๑

• เริ่มอบรมสามเณรชุดพิเศษ เพื่อสร้างนักเผยแผ่ที่ทันสมัย (งาน ที่ไม่ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา)

• เรียบเรียง "เกียรติคุณ ของพระพุทธเจ้า" หนังสือ พุทธประวัติสำหรับคนหนุ่มสาว ลงวันที่ ๑๑ ม.ค.

• เขียนบทความขนาดยาว "อนัตตาของ พระพุทธเจ้า”

• พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ พระยาภะรตราชสุพิช ผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ และนายสัญญา ธรรมศักดิ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์ เป็นครั้งแรก ๒๔๘๒

• นายยี่เกยเปลี่ยนชื่อเป็น "ธรรมทาส" อย่างเป็นทางการ

• สร้างหอสมุดธรรมทาน ที่วัดชยาราม เป็นที่พักและที่ทำงาน อีกแห่งหนึ่ง

• มีบทความเกี่ยวกับกฤษณมูรติ ลง พุทธสาสนา

• เขียนบทความขนาดยาว ๕๕ หน้า "ตอบปัญหาบาทหลวง" หักล้างความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าแบบบุคคลอย่างรุนแรง ลง พุทธสาสนา

น.721 ๒๔๘๓

• เกิดสงครามในยุโรป ทำให้กระดาษแพง หายาก พุทธสาสนา ๒ เล่ม ออกรวมเป็นเล่มเดียว

• เริ่มมีบทความต่อต้านสงคราม เรื่อง "ไฟไหม้โลกยุคกึ่งพุทธกาล" ลง พุทธสาสนา

• แสดง ปาฐกถาที่กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก ตามคำอาราธนาของพุทธ ธรรมสมาคม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔) ในหัวข้อเรื่อง "วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" (๑๓ ก.ค. พูด ๒ ชั่วโมง ๑๕ นาที) ๒๔๘๔

• ทางราชการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จาก ๑ เมษายน เป็น ๑ มกราคม

• เริ่มแปล "ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์" ลง พุทธสาสนา ๒๔๘๕

• เริ่มสร้างสโมสรธรรมทาน ที่วัดชยาราม

• หนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา เริ่มลงเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน

• แสดงปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยเรื่อง "ความ สงบในฐานะเป็นผลแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" ๒๔๘๖

• วางเงินซื้อที่บริเวณธารน้ำไหลจากหลวงพรหมปัญญา เมื่อ ๑๘ มีนาคม

• หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เป็นผู้เชื่อมให้ได้เฝ้าสมเด็จ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่วังวรดิศ เพื่อปรึกษาหารือ เรื่องโบราณคดีเมืองไชยา

• เทศน์งานพระราชทานเพลิงศพ ของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เรื่อง "ลักษณะน่าอัศจรรย์ บางประการของนิพพาน" (๒๒ ส.ค.)

• เขียนความเรียงเชิง อัตชีวประวัติ เกี่ยวกับชีวิตและงานในสวนโมกข์ที่ผ่านมาชื่อ

น.722 "สิบปีในสวนโมกข์" ๒๔๘๗ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายองค์การเผยแผ่ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (๒๒ ม.ค.) ๐ ย้ายมาจำพรรษาที่สวนโมกข์แห่งใหม่ บริเวณธารน้ำไหล เขาพุทธทอง (สวนโมกข์ปัจจุบัน) ๐ คณะพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์มาเยี่ยมครั้งที่ ๒ ๒๔๘๙ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูอินทปัญญาจารย์ ๐ ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับสันติภาพ" (๒ มี.ค.) ๐ เลิกสวนโมกข์แห่งเดิมที่พุมเรียงโดยสิ้นเชิง (ก่อนหน้านี้ยังมีพระอยู่ประจำ) ๐ ปาฐกถาธรรมที่สมาคมพุทธบริษัทไทยจีนประชา เรื่อง "ข้อควรทราบเกี่ยวกับหลักพุทธศาสนาระหว่างนิกายต่าง ๆ" (๒๙ ธ.ค.) ๒๔๙๐ ปาฐกถาที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับเจตนารมณ์แห่งประชาธิปไตย" ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในขณะนั้นเข้าฟังด้วย (๑๑ ม.ค.) ๐ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ (๓๐ เม.ย.) ๐ เกิดคณะพุทธนิคมที่เชียงใหม่ ๐ ปาฐกถาที่หอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "พระพุทธศาสนาจะช่วยพวกเราในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร" (๓๑ พ.ค.) ๐ เริ่มแปล “สูตรของเว่ยหล่าง" ลง พุทธสาสนา ๒๔๙๑ โยมมารดาถึงแก่กรรม (๒๔ เม.ย.) ๐ เดินทางขึ้นเชียงใหม่

น.723 ครั้งแรกเพื่อช่วยให้คำแนะนำแก่กิจการของคณะพุทธนิคมเชียงใหม่ (ก่อนเข้าพรรษา) ๐ ออกตระเวนเทศน์ตามเกาะสมุย เกาะพงัน ๐ ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม" (๕ มิ.ย.) และเริ่มถูกโจมตีในข้อหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ ๐ ออกพรรษา ท่านปัญญานันทะขึ้นไปประจำอยู่ที่เชียงใหม่ ๒๔๙๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าองค์การเผยแผ่ประจำภาค ๕ (ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด) ๐ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา (๓๐ มิ.ย.) ๒๔๙๓ พักสวนชาใกล้หมู่บ้านแก่งปันเต๊า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา ๒๐ วัน เพื่อเขียน "โบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน" (ม.ค.) ๐ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สาขาประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๐ เขียนบทความทดลองเสนอเกี่ยวกับจิตวิทยาแบบพุทธ เรื่อง "ปมเขื่อง" ๐ ตระเวนเทศน์หัวเมืองปักษ์ใต้ กับพระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง) ๐ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานพิธีสวดกระทำน้ำมุรธาภิเษก สำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ณ วัดพระบรมธาตุไชยา ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระอริยนันทมุนี (๔ ธ.ค.) ๐ มีบทความของเสถียร โพธินันทะ มาลง พุทธสาสนา ๒๔๙๔ อบรมข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และศาลที่กรุงเทพฯ เรื่อง "ทุกขขัปนูทนกถา" (๒๐ ก.ย.) ๐ มี

น.724 ประกาศใน พุทธสาสนา ว่าพระยาอนุมานราชธน ส่งหนังสือมา ให้ห้องสมุดธรรมทานหลายเล่ม ๒๔๙๕

• นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์ (ก.พ.) > คณะ พุทธนิคม เชียงใหม่ ออกหนังสือพิมพ์ ชาวพุทธ เมื่อวันวิสาขบูชา > มีพิธีทอดกฐินครั้งแรกและครั้งเดียวของสวนโมกข์ > เขียน "บันทึกเปิดผนึกครบรอบ ๒๐ ปี" ลงใน พุทธสาสนา ซึ่ง ออกรวมเป็นเพียงฉบับเดียวในปีนั้น > เริ่มมีการบรรยาย ประจำคืนในช่วงพรรษา เพื่ออบรมพระภิกษุสามเณรภายใน สวนโมกข์ ๒๔๙๖

• แสดงธรรมเรื่อง "ศาสนาคือโรงพยาบาลของโลก" ที่โรงพยาบาล สงฆ์ ในโอกาสเปิดตึกสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (๒๑ ก.พ.) > คณะธรรมทานได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น "ธรรมทาน มูลนิธิ" (๒๔ พ.ย.) > มีผู้บริจาคแท่นพิมพ์และเครื่องตัดกระดาษ ให้ใหม่ > มีการฉายสไลด์ในสวนโมกข์ ริเริ่มการเผยแผ่ธรรม โดยการฉายสไลด์ ๒๔๙๗

• อธิษฐานไม่ออกนอกเขตวัดตลอดพรรษา > พิมพ์หนังสือ ทำวัตรสวดมนต์แปล ครั้งแรก > ร่วมประชุมและกล่าวปราศรัย ในนามตัวแทนคณะสงฆ์ไทย ในงานฉัฏฐสังคายนาที่ประเทศพม่า เรื่อง "ลักษณะน่าอัศจรรย์บางประการของพุทธศาสนาแบบ เถรวาท” (๖ ธ.ค.) > เขียน "โลกอาจรอดได้ แม้เพราะกตัญญู" (๘ มี.ค.) เป็นบทความที่เด่นบทหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงโลกทัศน์

น.725 แบบพุทธที่มีลักษณะนิเวศวิทยาอยู่ในตัว ๒๔๙๘

• ปาฐกถาเรื่อง "อุดมคติของครูตามทัศนะฝ่ายพระพุทธศาสนา" ในที่ประชุมครูทั่วประเทศ ณ หอประชุมสวนสุนันทาวิทยาลัย (๒๖ เม.ย.) > ไปอินเดีย (๑๙ ต.ค. ๙๘ - ๑๖ ม.ค. ๙๙) > สร้างอาคารถาวรธรรมทานมูลนิธิอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ๒๔๙๙

• อบรมข้าราชการตุลาการครั้งแรก เรื่อง "ใจความสำคัญของ พุทธศาสนา" ณ ห้องบรรยายเนติบัณฑิตยสภา ต่อมาพิมพ์เป็น เล่มชื่อ หลักพระพุทธศาสนา และพิมพ์ในชุด ธรรมโฆษณ์ ชื่อ "ตุลาการิกธรรม เล่ม ๑" การบรรยายชุดนี้ทำต่อเนื่องมาอีก รวม ๑๔ ครั้ง ๒๕๐๐

• แสดงธรรมที่โรงพยาบาลสงฆ์ เรื่อง "ธรรมะคือโอสถสำหรับ โลก" (ก.พ.) > เทศน์ในโอกาส ๒๕ พุทธศตวรรษ เรื่อง "หนทางดับความเลวร้ายในยุคปัจจุบัน" ที่วัดพระบรมธาตุไชยา >คณะพุทธนิคมเชียงใหม่ตั้งชาวพุทธมูลนิธิ > ในพรรษา บรรยาย "การศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี" หรือ "ธรรมวิภาค นวกภูมิ" ต่อมากลายเป็นหนังสือพื้นฐานที่สำคัญอีกเล่มหนึ่ง ของสวนโมกข์ > ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชชัย กวี ๒๕๐๑

• ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม "สวนอุดม" และ "สวนอุดมมูลนิธิ" ที่ กรุงเทพฯ เป็นอีกองค์กรหนึ่งในเครือข่ายของสวนโมกข์ >

น.726 ทางราชการประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทาง ศาสนา สอดคล้องกับที่สวนโมกข์ทำมาก่อน ☆ ไปเขมร ชม นครวัด นครธม ๒๕๐๒ ★ กรมศิลปากรส่งศิลาจารึกจำลองทุกหลักที่ทำจากไชยามาถวาย ☆ ท่านปัญญานันทะลงมาจำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ☆ เจ้าชื่น สิโรรส หัวหน้าคณะพุทธนิคมและบุตรลงมาอยู่ที่ สวนโมกข์ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา ☆ สถานีวิทยุ ปชส. ๗ ธนบุรี นำ "หลักพระพุทธศาสนา" ที่อบรมข้าราชการตุลาการ ครั้งแรก ไปอ่านออกอากาศเป็นประจำทุกวัน เวลา ๐๖.๓๐ น. ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา ☆ พิมพ์ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ครั้งแรก ☆ บรรยาย "อานาปานสติ" (ฉบับสมบูรณ์) ใน ระหว่างพรรษาในสวนโมกข์ ๒๕๐๓ ★ โรงเรียนพุทธนิคมเปิดชั้นเตรียมอุดมศึกษา ☆ แสดงธรรมที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "ส่วนสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่ทุกคนควรรู้จัก" ตามคำอาราธนาของสมเด็จพระราชชนนี องค์อุปถัมภกของชมรมกลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์และประเพณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้ฟังประมาณ ๓,๐๐๐ คน (๒๘ ธ.ค.) ๒๕๐๔ ★ ในพรรษาพูดเรื่อง "ตัวกู-ของกู" อบรมพระสงฆ์สามเณร ☆ ร่วมสัมมนาเรื่อง "การศึกษาพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัย" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๒๖ พ.ย. - ๒๒ ธ.ค.) และแสดง ธรรมอบรมนิสิต รวม ๗ ครั้ง

น.727 ๒๕๐๕ ★ เริ่มสร้างโรงมหรสพทางวิญญาณ (โรงหนังแบบสวนโมกข์) และมีโรงปั้นเพื่อปั้นภาพพุทธประวัติยุคแรกของโลก ทั้ง ๒ อย่างนี้ใช้เวลาราว ๑๐ ปี จึงเสร็จ ๒๕๐๖ ★ อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา กับหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ครั้งแรก ในหัวข้อ "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม" มีนายปุ๋ย โรจนบุรานนท์ และ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ร่วมด้วย ที่หอ ประชุมคุรุสภา (๖ ธ.ค.) ๒๕๐๗ ★ อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา (ที่กลายเป็นวิวาทะ) กับหม่อม ราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ครั้งที่ ๒ และครั้งที่สุดท้าย ที่หอ ประชุมคุรุสภา เรื่อง "การทำงานด้วยจิตว่าง” (๑๓ ก.พ.) ๒๕๐๘ ★ ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังเข้าใจผิดกันอยู่" ที่พุทธสมาคม แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ (๒๑ ม.ค.) ☆ ปาฐกถาธรรมเรื่อง “การส่งเสริมจริยธรรมแก่เด็กวัยรุ่น" ในที่ประชุมสามัญประจำปี ที่คุรุสภา (๒๗ เม.ย.) ๒๕๐๙ ★ เริ่มมีงานล้ออายุ ครั้งแรก (๒๗ พ.ค.) ☆ ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังสนใจกันน้อยเกินไป” ในที่ประชุมองค์การพุทธ ศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ พุทธสถานเชียงใหม่ (๘ พ.ย.) ☆ ปาฐกถาธรรมเรื่อง "ผีหัวเราะเยาะมนุษย์" แก่ผู้ร่วมประชุม

น.728 ยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศครั้งที่ ๑๐ ยอดเขาพุทธทอง สวน โมกข์ (๑๔ พ.ย.) ๒๕๑๐ ★ เป็นประธานในการอบรมพระธรรมทูตรุ่นแรกที่จะไปเผยแผ่ พระศาสนาในต่างประเทศ ☆ ปาฐกถา "คริสตธรรม-พุทธ ธรรม" ณ วิทยาลัยพระคริสตธรรม เชียงใหม่ ☆ ในพรรษา เริ่มบรรยายชุด "ธรรมปาฏิโมกข์” แก่พระสงฆ์สามเณรภายใน สวนโมกข์ (กระทำต่อเนื่องทุกพรรษาถึง พ.ศ. ๒๕๑๔) ๒๕๑๑ ★ เป็นประธานในการประชุมสมาคมพุทธศาสนาทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ณ ค่ายลูกเสือธรรมบุตร ติดกับสวนโมกข์ (๑ ธ.ค.) ☆ พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ "สหายธรรมหมายเลขหนึ่ง" ถึงแก่อนิจกรรม (๑๙ เม.ย.) มอบทุน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้ธรรม- ทานมูลนิธิ ☆ เริ่มโครงการพิมพ์หนังสือชุด ธรรมโฆษณ์ ๒๕๑๒ ★ บรรยายชุด "บรมธรรม" อบรมพระนิสิตภาคฤดูร้อน ที่ประจำ อยู่ในสวนโมกข์ ☆ในพรรษาบรรยายชุด "สุญญตาปริทรรศน์" ๒๕๑๓ ★ บรรยายชุด "ฆราวาสธรรม" แก่ พระนิสิตภาคฤดูร้อน ๒๕๑๔ ★ เริ่มบรรยายธรรมประจำวันเสาร์และทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ☆ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระเทพวิสุทธิเมธี" (๕ ธ.ค.) ☆ เขียน "บันทึกคำชี้แจงเกี่ยวกับการศึกษาเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท" (๓๐ ก.ย.)

น.729 ๒๕๑๕ ★ บรรยายชุด "แก่นพุทธศาสน์" ที่โรงพยาบาลศิริราช ☆ บรรยายชุด "สอนพุทธศาสนาผ่านคัมภีร์ไบเบิล" ในสวนโมกข์ ๒๕๑๖ ★ บรรยายเรื่อง "มหาวิทยาลัยกับความรู้เรื่องจิต" แก่อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาสวนโมกข์ (๓๐ ส.ค.) ☆ เขียนบทความขนาดยาว "สมเด็จในความรู้สึกของ ข้าพเจ้า" ตามคำขอของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ เพื่อพิมพ์ใน หนังสือครบรอบ ๑๐๐ ปี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) ☆ บรรยายเรื่อง "ประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม" ในสวนโมกข์ (๑๑ พ.ย.) ☆ อาพาธ ขณะกำลังเทศน์และเข้า รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช (ธ.ค.) ๒๕๑๗ ★ บรรยายเรื่อง “มหิดลธรรม" แก่พระนักศึกษาภาคฤดูร้อน ☆ บรรยายเรื่อง "สังคมนิยมตามหลักแห่งพระศาสนา" (15 ก.ย.) ๒๕๑๘ ★ บรรยายชุด "โมกขธรรมประยุกต์" สำหรับพระนักศึกษาภาค ฤดูร้อน ☆ บรรยายเรื่อง "พระพุทธเจ้ามีอุดมคติเป็นสังคมนิยม" ☆ บรรยายเรื่อง “สังคมนิยมชนิดที่ช่วยโลกได้" (๒๗ พ.ค. ๑๘) ๒๕๒๑ ★ เริ่มปาฐกถาธรรมทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทุก วันอาทิตย์ที่ ๓ ของเดือนจนถึงปัจจุบัน

น.730 ๒๕๒๒

• บรรยายชุด "ใจความแห่งคริสตธรรม เท่าที่พุทธบริษัทควร ทราบ" > ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธ- ศาสตร์ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ๒๕๒๕

• สวนโมกข์อายุครบ ๕๐ ปี พิมพ์แถลงการณ์ ๕๐ ปี สวนโมกข์ > พิมพ์กฎบัตรของพุทธบริษัท ในวันวิสาขบูชา ๒๕๒๗

• พิมพ์ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ฉบับสมบูรณ์ ๒๕๒๘

• อาพาธค่อนข้างหนักตั้งแต่ต้นปี และยังไม่หายเป็นปกติแม้จนถึง ปัจจุบัน ๒๕๒๙

• ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ (ศาสนาและปรัชญา) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย รามคำแหง

น.731 พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ พุทธทาส อินทปัญโญ อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา ๓ ชีวิตแห่งการศึกษา พระประยา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์ ภาพชีวิต ๘๐ ปี พุทธทาสภิกขุ มิติใหม่ของพระพุทธศาสนา

น.732 อนุทินภาพ ๖๐ ปีสวนโมกข์ : ประทีปธรรมแห่งสยาม อนุทินภาพ ๖๐ปี สวนโมกข์ ขนาด ๘ หน้ายกพิเศษ (๘๑/๔ นิ้ว x ๑๑ ๑/๔ นิ้ว) หนา ๒๐๐ หน้า พิมพ์ด้วย กระดาษอาร์ต ๑๒๘ แกรม (นิวเอด) สี่สี ทั้งเล่ม ปกแข็ง เย็บกี่ ปั๊มดำด้าน ราคา ๔๘๐ บาท รวมค่าจัดส่ง โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์ ๙๔๗ ถนนอรุณอมรินทร์ ตรงข้ามตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ ๔๑๑-๑๕๒๓

น.734 ISBN 974-7014-33-5 เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา เป็นหนังสือ สำคัญที่ช่วยให้รู้จักท่านอาจารย์พุทธทาส ชนิดที่ยากจะรู้ได้จากข้อเขียนของท่าน โดยที่ท่านไม่มีเวลาหรือไม่ต้องการเขียน อัตชีวประวัติ เล่มนี้จึงเป็นอัตชีวประวัติ ของท่านอย่างดีที่สุดที่เราจะหาได้ใน บัดนี้ ผู้ถามตั้งใจถามและผู้ตอบตั้งใจ ตอบอย่างจริงจังและลึกซึ้ง นับว่าเป็น เยี่ยงอย่างได้ของการสัมภาษณ์เชิงชีว- ประวัติ และควรแปลออกเป็นภาษา อังกฤษด้วย การนำเอาเล่าไว้เมื่อวัยสนธยา กลับมาตีพิมพ์ใหม่ในโอกาสที่สวนโมกข์ ครบ ๕ รอบนักษัตรนั้น นับว่าเหมาะสม ด้วยประการทั้งปวง ส.ศิวรักษ์ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา เต๋าไว้เมื่อวัยสนธยา เต้าไว้เมื่อวัยสนธยา โลโก้สำนักพิมพ์ โกมล คีมทอง มูลนิธิโกมลคีมทอง พุทธทาส อินฺทปัญฺโญ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · หนังสือ "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย พระประชา ปสนฺนธมฺโม · เผยแพร่เพื่อการศึกษา