Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

อัตตา

อรรถลักษณะ ๑๘ ข้อ · น.๓๐๗

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๒อรรถะ

คือ ความรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่า เป็นตัวกู "ผู้" ที่จะกระทำกิริยาอาการทุกอย่างที่จะพึง กระทำได้; เช่น การกิน, การนอน, การไป, การมา, การอยู่, การตาย ฯลฯ ๓. ไวพจน์: คือ เจตภูติ, ชีโว, บุรุษ, บุคคล, อาตมัน ฯลฯ

ข้อ ๔องค์ประกอบ

๑. ธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง รูปก็ได้ นามก็ได้ ซึ่งจะ เป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึกว่าตัวตน. ๒. ความเข้าใจผิดหรือความหลงผิด อันเกิดมาจาก อวิชชาอุปาทานที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นตัวตน. ๓. สัญชาตญาณของสิ่งที่มีชีวิต ซึ่งจะต้องเกิดความรู้สึก ว่าตัวตนอยู่เองเป็นธรรมดา; มาประกอบกันเข้ากับ ความเห็นผิด ที่ทำให้เกิดอุปาทานว่าตัวตน. สรุปความว่า ตัวตนโดยสัญชาตญาณก็มี ตัวตน ของมิจฉาทิฏฐิ ที่เกิดจากอวิชชาในตอนหลังนี้ ก็มี

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ มิใช่ตัวตน แต่ถูกสำคัญว่าเป็นตัวตน. ๕.๒ หลอนหลอกให้เข้าใจว่าเป็นตัวตน. ๕.๓ ที่ชวนให้เกิดความรู้สึกเห็นแก่ตน; ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่ง กิเลสทั้งหลาย. แม่บท.อัตตา ๓๐๘

ข้อ ๖อาการ

มีอาการ: ๖.๑ ยึดเอาสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องว่าเป็นของตน (อัตตนียา). ๖.๒ แห่งความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นตัวตน (อหังการ) บ้าง; ว่าเป็นของตน (มมังการ) บ้าง

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ แบ่งโดยประเภทหนึ่ง: อัตตาในภาษาพูด : หมายถึงความ เป็นชิ้นเป็นอันที่ถือเอาเป็นประโยชน์ได้ ไม่เหลวแหลก. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. อัตตาของสัญชาตญาณ. ๒. อัตตาของมิจฉาทิฏฐิ เรียกว่า อัตตานุทิฏฐิ. ๓. อัตตาของอุปาทาน เรียกว่า อัตตวาทุปาทาน

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ เกิดจากอวิชชาอุปาทานเป็นคราว ๆ ของเหตุปัจจัยที่ ทำให้เกิด. ๘.๒ เกิดแล้วก็เกิดความเห็นแก่ตัว อันเป็นที่ตั้งแห่งกิเลสทั้ง หลาย. ๘.๓ เกิดเป็นอัตตาหรืออัตตนียาก็ตามในสิ่งใด; ย่อมเกิดภาระ หนักแก่จิตใจในสิ่งนั้น. ๘.๔ การหมดความยึดมั่นว่าอัตตา เป็นความหลุดพ้นของจิต เรียกว่า จุดหมายปลายทางแห่งพรหมจรรย์ในพุทธ ศาสนา

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ความรู้สึกว่าอัตตา (ตัวตน) เป็นความรู้สึกที่ต้องมีและได้ มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ สำหรับสิ่งที่มีชีวิตจิตใจ. ๙.๒ ความรู้สึกว่าตัวตนนี้มีอยู่ตามธรรมชาติแล้วส่วนหนึ่ง; แต่ ก็ได้ รับการเน้นความหมายนี้ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยอำนาจของ อวิชชา อุปาทาน; ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังนี้อีกส่วนหนึ่ง; รวมเข้าด้วยกัน ทั้งสองส่วน จึงมีความหมายหนักแน่นถึงที่สุด เป็นต้นเหตุ แห่งปัญหาทั้งปวง. ๙.๓ ความรู้สึกว่าตัวตนโดยธรรมชาติแห่งสัญชาตญาณ หรือความ รู้สึกที่เพิ่มขึ้นใหม่ด้วยอวิชชาอุปาทานก็ดี; เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และจริงสำหรับจะเป็นทุกข์. ๙.๔ สิ่งที่เรียกกันว่าตัวตนนั้นเป็นเพียงความรู้สึกไปตามอำนาจของ อวิชชามิได้เป็นตัวเป็นตนที่แท้จริง; จึงเป็นตัวตนที่เป็นเพียง มายา มิว่าจะโดยสัญชาตญาณ หรือโดยความรู้สึกคิดนึกเฉพาะ เรื่อง

ข้อ ๑๐หน้าที่

นัยที่หนึ่ง: หน้าที่ (โดยสมมติ) ของอัตตา: คือ เป็นฐานรองรับ แห่งความมีชีวิตโดยสัญชาตญาณ. นัยที่สอง: หน้าที่ของมนุษย์ผู้หวังความดับทุกข์ต่ออัตตา: คือ การพยายามกระทำมิให้มีความรู้สึกว่า "อัตตา"; แม้ ปากยังมีความจำเป็นจะต้องพูดว่า "ตัวฉัน-ของฉัน”

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ สัตว์ที่กัดเจ้าของ. ๑๑.๒ ก้อนหินหนัก. ๑๑.๓ หญิงแพศยา. ๑๑.๔ งูที่ถูกเห็นเป็นปลา

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ เกิดจากความรู้สึกของสัญชาตญาณตามธรรมชาติ. แม่บท .. อัตตา ๓๑๐ ๑๒.๒ มาจากตัณหา, มิจฉาทิฏฐิ, อุปาทาน ซึ่งล้วนแต่มีจุดตั้งต้น ที่อวิชชา. ๑๒.๓ การอบรมสั่งสอนให้มีความเชื่อว่ามีอัตตา

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ ความดับไปตามคราวเพราะขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดาของ สังขตธรรมหรือสังขารธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ เมื่อสติมาทันในขณะที่จะเกิดตัณหาอุปาทาน. ๑๓.๓ เมื่อปัญญาหรือสัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นในกรณีนั้น ๆ

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ ไม่มีความรักอันใดเสมอด้วยความรักตน. ๑๔.๒ ความรักตน, เมาตน, หลงตน, บ้าตน, ที่เกิดขึ้นเมื่อเกิด ความสำเร็จแก่ตน; ทั้งที่เป็นไปในอดีตและจักมีในอนาคต. ๑๔.๓ ความพอใจที่เกิดแก่ตนทุกชนิด ทุกระดับ ทุกความหมาย

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

๑๕.๑ เป็นบ่อเกิดแห่งความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดกิเลสและ ความทุกข์ หรือปัญหาทุกชนิด. ๑๕.๒ เป็นบ่อเกิดแห่งอหังการมมังการมานานุสัย (ความสำคัญว่า ตัวกู-ของกู ที่จะเกิดขึ้นจนกลายเป็นนิสัย); ซึ่งจะตัดได้ก็ ด้วยอรหัตตมรรคญาณเท่านั้น

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

หนทางออกจากอัตตา: ๑๖.๑ ศีล, สมาธิ, ปัญญา, หรืออริยมรรคมีองค์แปด. ๑๖.๒ การเห็นไตรลักษณ์อย่างถูกต้องชัดแจ้งเพียงพออยู่เป็นประจำ. ๑๖.๓ อนัตตานุปัสสนาญาณแม้เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะเป็น การออกจากอัตตา

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

ต่อสิ่งที่เรียกว่าตัวตน: ๑๗.๑ รู้จักปฏิจจสมุปบาทของสิ่งที่เรียกว่า "ตัวตน" ว่าเกิด-ดับ อย่างไร. ๓๑๑ กผพ. แม่บท...อัตตา ๑๗.๒ ป้องกันไม่ให้ตัวตนเกิด คือ มีสติในขณะแห่งผัสสะและ เวทนา. ๑๗.๓ ดับตัวตนที่กำลังเกิดอยู่ด้วยอำนาจของปัญญา คือ อนัตตานุ- ปัสสนา; มีกำลังของสมาธิ หนุนกำลังของปัญญาให้ถึงที่สุด

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ มีเฉพาะอัตตาที่ฝึกดีแล้ว: จนกระทั่งหมดความยึดมั่นถือมั่น ในอัตตา ซึ่งจัดเป็นอานิสงส์สูงสุด. ๑๘.๒ ส่วนอัตตาตามสัญชาตญาณ: มีอานิสงส์เป็นเพียงที่ตั้งแห่ง การดำรงชีวิตตามธรรมชาติ; ซึ่งถ้าควบคุมไม่ได้ก็กลายเป็น อัตตา อันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน; ซึ่งจะต้องได้รับการฝึกฝน ตามหลักเกณฑ์ของธรรมต่อไปอีกนั่นเอง. สรุปความว่า: อัตตามีอานิสงส์เฉพาะแต่เมื่อไม่ถูกยึด ถือว่าตัวตน เป็นเพียงที่ตั้งแห่งชีวิต ที่ตั้งแห่งการศึกษาฝึกฝน ปฏิบัติธรรม จนหมดความรู้สึกว่าอัตตา

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปสู่ความมีอัตตา: ๑๙.๑ ๑๙.๒ ขาดสติในการรับอารมณ์. ความไม่รู้เท่าทันโลกซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยวนหลอกลวง (โดย เฉพาะแห่งยุคปัจจุบัน)

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

อัตตาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: นัยที่หนึ่ง: ในการเกิดอัตตา: คือ การขาดสติ, ปัญญา, สัมปชัญญะ. นัยที่สอง: ในการไม่เกิดอัตตา: คือ การมีสติ, ปัญญา, สัมปชัญญะ. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม: อัตตาโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ๒๑.๑ ภาษาคน: ตัวตนตามความรู้สึกว่ามีอยู่เช่นนั้นจริงตาม สัญชาตญาณ หรือตามความรู้สึกของผู้ไม่ รู้ธรรม. ภาษาธรรม: ตัวตนของผู้รู้ธรรม คือรู้ว่ามิใช่ตัวตนอัน แท้จริง; เป็นเพียงความรู้สึกด้วยอำนาจ ของอวิชชา; ซึ่งจะต้องทำลายให้หมดไป. ๒๑.๒ ภาษาคน: คืองูที่ถูกเห็นเป็นปลา. ภาษาธรรม: คืองูที่เห็นเป็นงู. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมปาฏิโมกข์ เล่ม ๑ ๒. ธรรมะกับสัญชาตญาณ ๓. อะไรคืออะไร?

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๖ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ