เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ สิ่งหรือเครื่องเชื่อมต่อ การติดต่อ ทาง ติดต่อ หรือบ่อเกิด
แบ่งเป็นสามนัย: นัยที่หนึ่ง: สิ่งที่ถึงคือรู้สึกได้ด้วยการติดต่อ (อายตนะภายนอก). นัยที่สอง: สิ่งซึ่งทำหน้าที่ติดต่อ (อายตนะภายใน). นัยที่สาม: การกระทำซึ่งเป็นการติดต่อให้ลุถึงผลที่ต้องการจะติดต่อ: เช่นการฟังธรรม, การแสดงธรรม, การสาธยายธรรม, การใคร่ครวญธรรม เป็นต้น; ซึ่งเรียกว่า “วิมุตตายตนะ" อันเป็นเหตุให้ถึง "วิมุตติ”. ๓. ไวพจน์: คือ อินทรีย์ (สำหรับอายตนะภายใน), อารมณ์ (สำหรับอายตนะภายนอก), โลก (สำหรับปรากฏการณ์ทั้งภายใน และภายนอก)
๔.๑ องค์ประกอบของอายตนะภายในที่เป็นรูปธรรม (คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย) ต้องประกอบด้วย: อวัยวะสำหรับอายตนะนั้น ๆ ระบบประสาทและจิตที่จะทำหน้าที่เกี่ยวกับอวัยวะ หรือระบบ ประสาทนั้น; ส่วนระบบที่เป็นนามธรรม (คือใจ) ไม่ต้องมี อวัยวะ; มีแต่สิ่งที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกับระบบประสาทและจิต; (เชื่อกันว่า น่าจะได้แก่สิ่งที่เรียกกันว่า หทยวัตถุ). ๔.๒ ส่วนอายตนะภายนอกนั้น: ประกอบขึ้นด้วยธาตุ ตามลักษณะ ของอายตนะนั้น ๆ คือ: แม่บท .. อายตนะ ๓๑๔ รูปธาตุ: สำหรับอายตนะประเภทรูป: คือ รูป, เสียง, กลิ่น, รส, โผฏฐัพพะ. อรูปธาตุ: สำหรับอายตนะที่เป็นนาม คือธัมมายตนะ ซึ่งเรียก ว่า: อากาสานัญจายตนะ ๑ วิญญาณัญจายตนะ ๒ อากิญจัญญายตนะ ๓ , เนวสัญญานาสัญญายตนะ ๔ ๔.๓ ส่วนอสังขตธาตุ หรือนิโรธธาตุนั้น: ใช้สำหรับนิพพานายตนะ (นิพพาน
๕.๑ อายตนะภายในและอายตนะภายนอก มีลักษณะเหมือนเครื่องรับ เครื่องส่งแก่กันและกัน. ๕.๒ อรูปายตนะ มีลักษณะที่อาจรู้สึกได้โดยไม่ต้องมีการรับการส่ง. ๕.๓ ส่วนนิพพานายตนะนั้น ไม่มีลักษณะ
คือ ๖.๑ อายตนะภายในมีอาการแห่งการรับ อายตนะภายนอกมีอาการ แห่งการส่ง. ๖.๒ อรูปายตนะ มีอาการที่ไม่รับไม่ส่ง แต่รู้สึกได้. ๖.๓ ส่วนนิพพานายตนะ ไม่มีอาการ
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: นัยที่หนึ่ง: ๑. อายตนะภายใน. ๒. อายตนะภายนอก. ________________________________________ ๑ อากาสานัญจายตนะ: คือ อรูปฌานขั้นที่มีการทำในใจว่า "อากาศไม่มีที่สิ้นสุด”. ๒ วิญญาณัญจายตนะ: คือ อรูปฌานขั้นที่มีการทำในใจว่า "วิญญาณไม่มีที่สิ้นสุด" ๓ อากิญจัญญายตนะ: คือ อรูปฌานขั้นที่มีการทำในใจว่า "ความไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด" ๔ เนวสัญญานาสัญญายตนะ: คือ อรูปฌานขั้นที่สงบ ถึงขนาดที่เรียกว่า "มีความรู้สึกตัวก็ไม่ใช่ ไม่มีความรู้สึกตัวก็ไม่ใช่". เป็นขั้นสุดท้ายของความมีภพ หรือ ภพสูงสุด ที่เรียกกันว่า ภวัคคพรหม. แม่บท .. อายตนะ ๓๑๕ กผพ. นัยที่สอง: ๑. สังขตธรรม. ๒. อสังขตธรรม. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. รูปธรรม. ๒. อรูปธรรม. ๓. อพยากตธรรม. (ที่ไม่ใช่ทั้งรูปและอรูป). ๗.๓ แบ่ง
๘.๑ อายตนะฝ่ายสังขตะ เป็นสังขารธรรม คือเป็นไปตามกฎอิทัปปัจจยตา; ทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายดับ. ๘.๒ ส่วนอายตนะฝ่ายอสังขตะ เป็นวิสังขารธรรม อยู่เหนือกฎเกณฑ์หรือไม่มีกฎเกณฑ์
๙.๑ ถ้ารู้จักปฏิบัติต่ออายตนะอย่างถูกต้อง ก็จะหมดปัญหาโดยประการทั้งปวง. ๙.๒ สุข ทุกข์ หรืออะไรจะเกิดขึ้น ก็เนื่องจากการกระทำถูกหรือ กระทำผิดต่อกฎอิทัปปัจจยตา ที่เนื่องด้วยการกระทบของอายตนะนั้น. ๙.๓ อายตนะภายใน คือ ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ มิได้เกิด อยู่ตลอดเวลา; จะเรียกว่าเกิดได้ ก็ต่อเมื่อมันทำหน้าที่ . แม่บท .. อายตนะ ๓๑๖ ๙.๔ อายตนะภายในเป็นสิ่งที่จะต้องควบคุม อายตนะภายนอกเป็นสิ่งที่จะต้องระวังอยู่ตลอดเวลา. ๙.๕ การบรรลุมรรค ผล นิพพาน ก็ยังต้องอาศัยการปฏิบัติที่เกี่ยวกับอายตนะ. ๙.๖ นรกก็อยู่ที่อายตนะ สวรรค์ก็อยู่ที่อายตนะ ; เมื่อกระทำผิดหรือกระทำถูกต่อกฎอิทัปปัจจยตา. ๙.๗ ไม่มีอายตนะก็เท่ากับไม่มีสิ่งใด ๆ
๑๐.๑ อายตนะภายในมีหน้าที่รับอารมณ์. ๑๐.๒ อายตนะภายนอกมีหน้าที่ให้คุณค่าทางอารมณ์. ๑๐.๓ ส่วนอายตนะที่เป็นอรูปธรรม คือ อรูปฌาน ; และอายตนะที่เป็นอสังขตธรรม คือ นิพพาน ไม่มีหน้าที่
๑๑.๑ อายตนะฝ่ายรูปธรรม: อุปมาด้วยบ่วงคล้องจิตสัตว์ ให้อยู่ในอำนาจของตัณหา; เสมือนมหาสมุทรที่ตกจมของจิตสัตว์. ๑๑.๒ อายตนะฝ่ายอรูปธรรม: อุปมาเสมือนที่หลบซ่อนจากภัยอันเกิดจากรูปธรรม. ๑๑.๓ อายตนะฝ่ายอสังขตะ: คือ นิพพาน อุปมาเสมือนที่อยู่ เหนือทุกข์ภัยโดยประการทั้งปวง
๑๒.๑ การทำหน้าที่ของธาตุ ที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอายตนะ. ๑๒.๒ การกระทบของอายตนะนั่นเอง ที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า อายตนะ. (เมื่ออายตนะทำงานเรียกว่า อายตนะเกิด). ๑๒.๓ ความมีอยู่แห่งนามรูป เป็นแดนเกิดแห่งอายตนะ (นามรูปัปจฺจยา สหายตน̊)
๑๓.๑ เมื่อธาตุไม่ทำหน้าที่ อายตนะก็ไม่เกิด. กผพ. ๓๑๗ แม่ บท .. อายตนะ ๑๓.๒ เมื่อไม่มีการกระทบของอายตนะ สิ่งที่เรียกว่าอายตนะก็ ไม่มี. ๑๓.๓ ความไม่มีอยู่แห่งนามรูปเป็นแดนดับแห่งอายตนะ (นา มรูปํ นิโรธา สฬายตนนิโรโธ). ๑๓.๔ อายตนะฝ่ายอสังขตะ คือ นิพพาน ไม่มีอัตถังคมะ
๑๔.๑ อายตนะหกได้รับการประพฤติต่ออย่างถูกต้อง เป็นที่ เกิดแห่งสวรรค์; ชนิดที่พระองค์ตรัสเรียกว่า "สฬายตนิก สคฺคา มยา ทิฏฺฐา" (สวรรค์ที่อายตนะหกฉันเห็นแล้ว). ๑๔.๒ มีคุณค่าให้เกิดความยินดี, รักใคร่, พอใจ, หลงใหล, เอร็ดอร่อย; จนทำให้เป็นทาสของอายตนะ
๑๕.๑ อายตนะหกที่ได้รับการประพฤติต่ออย่างไม่ถูกต้อง เป็น ที่เกิดแห่งนรก; ชนิดที่พระองค์ตรัสเรียกว่า "สฬายตนิก นิริยา มยา ทิฏฺฐา” (นรกที่อายตนะหกฉันเห็นแล้ว). ๑๕.๒ มีอัสสาทะหรือรสอร่อยอันเป็นมายาหลอกลวง ที่ทำให้ สามัญสัตว์หรือปุถุชนทั้งหลาย ตกเป็นทาสโดยไม่รู้สึก ตัว. ๑๕.๓ เป็นต้นตอของปัญหา คือให้เกิดกิเลสขึ้น; ทั้งในแง่บวก และแง่ลบ. ๑๕.๔ เป็นจุดตั้งต้นของกรรมและวิบากกรรม. ๑๕.๕ เป็นต้นตอแห่งความเห็นแก่ตัว ทั้งแง่บวกและแง่ลบ. ๑๕.๖ เป็นที่เกิด ที่ตั้ง ที่เจริญของกิเลส (โรคทางวิญญาณ)
ทางออกจากอิทธิพลของอายตนะ: ๑๖.๑ ความมีสติสัมปชัญญะปัญญา อันเพียงพอในขณะแห่ง ผัสสะ. ๑๖.๒ ความเห็นแจ้งประจักษ์ในอนัตตตา หรือสุญญตาของ อายตนะ (จนมีอตัมมยตา)
๑๗.๑ มีสติเมื่อสัมผัสอายตนะ. แม่บท .. อายตนะ ๓๑๘ ๑๗.๒ เสวยเวทนาจากอายตนะใด ๆ; แล้วก็ไม่เป็นทาสแห่ง อายตนะนั้น; ทั้งทางบวกและทางลบ. ๑๗.๓ รู้จักปฏิบัติต่ออายตนะให้ถูกต้องตามกฎอิทัปปัจจยตา คือ ไม่เกิดอุปาทานในอายตนะใด ๆ. ๑๗.๔ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอริยมรรคมีองค์แปด ก็จะไม่เกิดความ ทุกข์ หรือปัญหาทุกอย่างที่เนื่องด้วยอายตนะ. ๑๗.๕ ใช้อายตนะทั้งทางรูปธรรมและอรูปธรรม เป็นบันไดสู่ อายตนะอันเป็นอสังขตะ
นัยที่หนึ่ง: อานิสงส์ของการมีอายตนะ: คือ ทำให้มีโอกาสและ ความเป็นไปได้แห่งการสัมผัส และศึกษาธรรมทั้ง ปวง (ไม่มีอายตนะ ไม่มีโอกาสศึกษาสิ่งใด ๆ). นัยที่สอง: อานิสงส์ของการปฏิบัติต่ออายตนะอย่างถูกต้อง: คือ ทำให้อยู่เหนือความทุกข์ทั้งปวง
เข้าสู่ความเป็นทาส ของอายตนะ: ๑๙.๑ การดำเนินชีวิตอย่างไม่มีกฎเกณฑ์. ๑๙.๒ ความเป็นอยู่ที่ปราศจากสติสัมปชัญญะ. ๑๙.๓ การอยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ยั่วยวนอายตนะ. ๑๙.๔ การตกเป็นทาสของโฆษณา
อายตนะโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: กับการมีหรือการใช้อายตนะ: ๒๐.๑ ความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอ (สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสติ, สัมมา-ญาณ). ๒๐.๒ หลักธรรมพื้นฐาน: คือ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ หรือ สัปปุริสธรรมเจ็ด ๑ . ________________________ ๑ สัปปุริสธรรมเจ็ด: เป็นหลักธรรมที่จำเป็นแก่ทุกคน ผู้ประสงค์จะอยู่อย่างไม่มีอุปสรรค แต่มี
๒๑.๑ ภาษาคน: สิ่งที่คนไม่รู้จักและไม่อยากจะรู้จัก. ภาษาธรรม: สิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวคนนั่นเอง. ๒๑.๒ ภาษาคน: ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. ภาษาธรรม: สิ่งที่ทำหน้าที่รู้สึกและถูกรู้สึก. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมศาสตรา เล่ม ๑ ๒. ธรรมะเล่มน้อย ๓. ปรมัตถสภาวธรรม ความเจริญงอกงามก้าวหน้า ทั้งในวิสัยโลกและวิสัยธรรม มีอยู่เจ็ดประการ· (ดูรายละเอียดที่หมวดธรรม หน้า ๕๕๘)
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ