เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ เป็นธาตุที่นึกคิดได้, รู้สึกอารมณ์ได้, สำหรับจะมาประกอบกันเข้ากับกาย; แล้วเรียกว่า นามรูป. ๓. ไวพจน์: คือ มโน, วิญญาณ, หทัย, นาม ฯลฯ
คือ จิตธาตุและเจตสิก ๑ ซึ่งประกอบกันเป็นจิตดวงนั้น
มีลักษณะ: ๕.๑ เป็นธาตุตามธรรมชาติชนิดหนึ่ง. ๕.๒ เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา. ๕.๓ ต้องประกอบด้วยเจตสิก. ๕.๔ เปลี่ยนไปตามเจตสิก. ๕.๕ ต้องอาศัยกาย. ๕.๖ ควบคุมยาก รักษายาก. ๕.๗ เที่ยวได้ไกล เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ. ๕.๘ หน่วงเอาอารมณ์. ๕.๙ มักตกไปทางกาม. ฯลฯ
เป็นไปตามอิทธิพลของสังขาร (สิ่งปรุงแต่ง). ๑ เจตสิก: แปลว่า ประกอบอยู่กับจิต หรือเป็นไปกับด้วยจิต; สำหรับปรุงจิตให้มีลักษณะต่าง ๆ ให้เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต ก็ได้. แม่บท..จิต ๒๔
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. จิตไม่มีอารมณ์: ไม่รู้สึกนึกคิด ไม่ทำหน้าที่ใด ๆ เช่น ภวังคจิต. ๒. จิตมีอารมณ์: มีความรู้สึกนึกคิด ทำหน้าที่ต่าง ๆอยู่; ได้แก่ อาวัชชนจิตทั้งหลาย. กลุ่มที่สอง: ๑. โลกิยจิต: จิตที่อยู่ใต้อำนาจของอารมณ์ ถูกปรุงแต่งในลักษณะต่าง ๆ เกิดกิเลสได้. ๒. โลกุตตรจิต: จิตที่อยู่เหนืออำนาจของอารมณ์ ถูกปรุงแต่งไม่ได้ เกิดกิเลสไม่ได้. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม ตามสมมติบัญญัติ: ๑. กุศลจิต: จิตเป็นกุศล. ๒. อกุศลจิต: จิตเป็นอกุศล. ๓. อพยากตจิต: จิตที่บัญญัติไม่ได้ว่าเป็นกุศลหรืออกุศล
๘.๑ จิตต้องร่วมกับกายในการทำหน้าที่จึงจะทำอะไรได้. ๘.๒ จิตต้องร่วมกับกายจึงจะมีสิ่งที่เรียกว่านามรูปหรือชีวิต. ๘.๓ จิตเกิด เมื่อจิตทำหน้าที่ตามที่ต้องทำ แม้ภวังคจิตก็ทำหน้าที่เกิด-ดับ. ๘.๔ จิตที่ไม่ได้รับการอบรม มีแต่จะเป็นไปตามอำนาจของอวิชชา
๙.๑ จิตเป็นธาตุตามธรรมชาติชนิดหนึ่ง; หาได้เป็นตัวตน อัตตาหรือชีโว self หรือ soul อย่างใดอย่างหนึ่งไม่. ๙.๒ จิตเป็นธาตุรู้อยู่ในตัวของมันเอง คิดนึกรู้สึกอะไรได้โดยไม่ต้องมีหรือเป็นอัตตา. ๙.๓ จิตกับกายต้องทำหน้าที่ร่วมกันเสมอ ถ้าแยกกันเสียแล้วก็ไม่อาจจะทำหน้าที่ได้ทั้งกายและจิต. ๙.๔ วิวัฒนาการของโลกเป็นไปตามอำนาจของจิต. ๙.๕ จิตมีลักษณะอาการที่ชวนให้คิดว่ามันเป็นอัตตาหรือตัวตน. ๙.๖ จิตตามปกติย่อมมีเจตสิกอย่างใดอย่างหนึ่งประกอบอยู่ด้วยเสมอ. ๙.๗ จิตล้วน ๆ ที่ไม่ประกอบด้วยเจตสิกนั้นทำหน้าที่อะไรไม่ได้. ๙.๘ ธรรมชาติเดิมแท้ของจิตนั้นประภัสสร เพิ่งเศร้าหมองเมื่อกิเลสเกิดขึ้นครอบงำ. ๙.๙ จิตเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ เมื่อพัฒนาถึงที่สุดแล้ว จะอยู่เหนือการปรุงแต่งของสิ่งทั้งปวง
๑๐.๑ จิตมีหน้าที่นำการกระทำทั้งทางกาย วาจา และจิตเอง. ๑๐.๒ จิตมีหน้าที่ควบคุมรักษาตนเอง. ๑๑.๑. อุปมา: เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ช้างตกมัน บังคับยาก. ๑๑.๒ ลิง เคลื่อนไหวอยู่เรื่อย. ๑๑.๓ สิ่งกายสิทธิ์ที่รวดเร็ว รุนแรง กว้างขวาง ไปได้ทุกหนแห่ง. ๑๑.๔ ปลาชอบลงน้ำท่าเดียว (น้ำคือกามคุณ). ๑๑.๕ จิตมีอุปมาเหมือนเจ้าของร่างกาย
๑๒.๑ การถึงกันเข้าระหว่างอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก; เกิดจิตในรูปแบบของวิญญาณ ยังไม่เป็นกุศลหรืออกุศล. ๑๒.๒ อวิชชาเป็นสมุทัยแห่งโลกิยจิตทั้งหลาย. ๑๒.๓ วิชชาเป็นสมุทัยแห่งโลกุตตรจิตทั้งหลายโดยปฏิปักขนัย. ๑๒.๔ สังขารที่มาจากการปรุงแต่งของอวิชชา ปรุงแต่งวิญญาณธาตุตามธรรมชาติ ให้เป็นจิตหรือวิญญาณทางอายตนะ
๑๓.๑ การเสร็จหน้าที่ของจิตในกรณีหนึ่ง ๆ. ๑๓.๒ เมื่อหมดเหตุปัจจัยของจิตดวงนั้น. แม่บท..จิต ๒๖
คือ ลักษณะที่ดูเหมือนว่า มันจะ สามารถอำนวยสิ่งที่เราต้องการให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
คือ เป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือว่า ตัวตนอย่างสูงสุด
อุบายเป็นเครื่องออกมาเสียจาก อำนาจของจิต ในการชักพาไปให้เวียนว่ายอยู่ใน วัฏฏะนั้น คืออริยมรรคมีองค์แปด
ที่นำไปสู่จิตที่มีคุณค่าสูงสุด: คือ ระบบจิตตภาวนาที่ถูกต้อง; หรืออีกนัยหนึ่ง คือ อริยมรรคมีองค์แปด
คือ สิ่งที่ทำให้ชีวิตได้มีเครื่องมือ และโอกาส ที่สามารถจะศึกษาและปฏิบัติ จนเข้าถึง สิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้
จิตโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๑. กาย. ๒. เจตสิก. ๓. ความรู้ สติ ปัญญา. ๒๑. ภาษาคน•ภาษาธรรม: จิตโดยภาษาคน•ภาษาธรรม: ภาษาคน: จิตเป็นอัตตา. ภาษาธรรม: จิตเป็นอนัตตา. ธรรมโฆษณ์ที่แ นะนำให้อ่าน ๑. ธรรมสัจจสงเคราะห์ ๒. ธรรมะเล่มน้อย ๓. ฟ้าสาง ฯ ตอน ๑, ๒ ๔. โมกขธรรมประยุกต์
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓, ๑๑, ๑๙, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ