เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ มีชีว. (สิ่งที่เชื่อถือกันในอินเดียแต่โบราณ ว่า เป็นอัตตา, ตัวตน, บุรุษ, บุคคล)
นัยที่หนึ่ง : ทางวิทยาศาสตร์ : คือความยังสดอยู่ของโปรโตปลาส- ซึม (Protoplasm) ในเซลล์ทุกเซลล์ที่ประกอบกันเป็น ร่างกาย. นัยที่สอง: ทางภาษาพูดทั่วไป: หมายถึงความที่ยังไม่ตาย หรือ ระบบการดำเนินชีวิต. นัยที่สาม: ทางศาสนา: ฝ่ายฮินดูถือว่าเป็นตัวอัตตา ฝ่ายพุทธถือ ว่ามิใช่อัตตา เป็นเพียงสิ่งที่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย; เป็นผลรวมของร่างกาย และจิตใจอาศัยกันดำรงอยู่. ๓. ไวพจน์: ๓.๑ ไวพจน์ตามภาษาอินเดียโบราณ: อัตตา, เจตภูติ, ชีโว, บุรุษ, บุคคล ฯลฯ ๓.๒ ไวพจน์ภาษาไทย: ที่ถือตามหลักภาษาอินเดียโบราณก็อย่าง เดียวกัน. ๓.๓ ไวพจน์ตามหลักธรรมของชาวพุทธ: ๑. ในชั้นทั่วไป: หมายถึงสิ่งที่เกิด ตาย อยู่ตามเหตุตามปัจจัย. ๒. ในชั้นสูงสุด: หมายถึงอมตธรรม หรืออสังขตธรรม ๑ ซึ่ง เป็นชีวิตนิรันดร. ๑ อสังขตธรรม: ธรรมที่ไม่มีเห
นัยที่หนึ่ง : ตามหลักธรรมฝ่ายพุทธศาสนา : ๑. โดยนิตินัย : ประกอบด้วย นาม (จิต), รูป (กาย) และกฎของนามและรูป (ปฏิจจสมุปบาท). ๒. โดยพฤตินัย : ทั้งสามอย่างนี้ทำงานพร้อมกัน เป็น สิ่งเดียวกัน. นัยที่สอง : ถ้าชีวิต, หมายถึงระบบการดำเนินชีวิต ย่อมมีองค์- เกาะบริใจบอลิกซินโมกิลลิตธิ ประกอบโดยสมควรแก่กรณี : เช่น ปัจจัยแห่งชีวิต, สิ่งแวดล้อมแห่งชีวิต, ความรู้ที่ถูกต้อง, การกระทำที่ ถูกต้อง ฯลฯ
ลักษณะของชีวิตเป็นไปตามปัจจัยที่ปรุงแต่งชีวิต นั้น : ๕.๑ ฝ่ายวัตถุ: เป็นไปตามระดับหรือชั้นเชิงทางวัตถุ: เช่น ชีวิต เซลล์เดียว, ชีวิตหลายเซลล์, ชีวิตพืช, ชีวิตสัตว์, ชีวิตคน. ๕.๒ ฝ่ายจิตใจ: มีลักษณะตามระดับที่นิยมใช้กันอยู่ในการศึกษา: คือ ระดับกามาวจรภูมิ ๑ , รูปาวจรภูมิ ๒ , อรูปาวจรภูมิ ๓ , โล- กุตตรภูมิ ๔
ชีวิตมีอาการเคลื่อนไหว ดิ้นรนไปตามเหตุ ปัจจัยปรุงแต่ง : ๖.๑ ชีวิตในฝ่ายรูปธรรม: มีอาการดิ้นรน เปลี่ยนแปลง เคลื่อน ไหวตลอดเวลา. ๖.๒ ชีวิตในฝ่ายจิตใจ: มีอาการดิ้นรน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ ยังอยู่ภายใต้อำนาจการปรุงแต่ง; ส่วนชีวิตของจิตใจที่อยู่เหนือ การปรุงแต่ง ก็ไม่มีอาการดิ้นรนหวั่นไหว มีแต่อาการสงบเย็น. _______________________________________________ ๑ กามาวจรภูมิ: ภาวะของจิตประเภทที่ท่องเที่ยวไปในกาม. ๒ รูปาวจรภูมิ: ภาวะของจิตประเภทที่ท่องเที่ยวไปในรูปธรรมที่ปราศจากกาม. ๓ อรูปาวจรภูมิ: ภาวะของจิตที่ท่องเที่ยวไปในอรูปธรรมที่เหนือกามและรูป. ๔ โลกุตตรภูมิ: ภาวะของจิตประเภทที่อยู่เหนือโลก คือ เหนือปัญหาทุกอย่างในโลก
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง : ๑. ชีวิตที่มีการเป็นอยู่โดยอาศัยเหตุปัจจัยและรู้จักดับ (สังขต- ธรรม). ๒. ชีวิตที่มีการเป็นอยู่โดยไม่ต้องอาศัยเหตุปัจจัยและ ไม่รู้จักดับ (อสังขตธรรมซึ่งมีการเป็นอยู่ยิ่งกว่าชีวิต). ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม : กลุ่มที่หนึ่ง : ๑. ชีวิตที่เป็นไปทางกาย. ๒. ชีวิตที่เป็นไปทางจิต. ๓. ชีวิตที่เป็นไปทางเจตสิก. ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสังขตธรรม. กลุ่มที่สอง : ๑. ชีวิตฝ่ายรูปธรรม. ๒. ชีวิตฝ่ายนามธรรม. ๓. ชีวิตที่อยู่เหนือความเป็นรูปธรรมและนามธรรม (อสังขตะ)
๘.๑ ชีวิตเป็นตัวธรรมชาติ และมีกฎธรรมชาติควบคุมอยู่ จึงต้องเป็น ไปตามกฎธรรมชาติ. ๘.๒ รูปกับนาม (กายกับใจ) ต้องทำงานร่วมกันอย่างที่จะแยกกัน ไม่ได้ ; จึงจะมีสิ่งที่เรียกว่า ชีวิต. ๘.๓ ชีวิตต้องเป็นการต่อสู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตฝ่าย ร่างกาย ; ทางฝ่ายจิตใจนั้นสิ้นสุดการต่อสู้ เมื่อลุถึงความอยู่ เหนืออำนาจการปรุงแต่ง (คือความเป็นพระอรหันต์). ๘.๔ ชีวิตเป็นการเดินทางอย่างที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันเป็น กระแสแห่งวิวัฒนาการ ; ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้วยอำนาจของ อวิชชา หรืออำนาจของวิชชา จนกว่าจะถึงที่สุด. แม่บท..ชีวิต ๓๖ ๘.๕ ชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา และพัฒนาได้ ตามกฎเกณฑ์ของ ธรรมชาติ อย่างที่จะปฏิเสธหรือบิดพลิ้วว่า "ฉันไม่ได้ต้องการ จะเกิดมา" นั้นไม่ได้
๙.๑ ชีวิตประกอบอยู่ด้วยกายและใจ (รูปและนาม) โดยไม่ต้องมี อัตตา. ๙.๒ เรื่องทั้งหมดของชีวิต และทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิต ขึ้นอยู่กับสิ่ง ที่เรียกว่าจิต เพียงสิ่งเดียว. ๙.๓ ในทุกสิ่งที่เรียกว่าชีวิต มีเมล็ดพืชหรือเชื้อแห่งความเป็นพุทธะ (สัญชาตญาณที่อาจจะพัฒนาเป็นภาวิตญาณ ๑ หรือโพธิ ๒ ) ประจำ กันมาแล้วด้วยกันทุกคน. ๙.๔ ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยหน้าที่ของชีวิต ปราศจากหน้าที่ก็คือความ ตาย. ผู้มีปัญญาจึงเคารพหน้าที่เป็นสิ่งสูงสุด. ๙.๕ ชีวิตเป็นครูผู้สอน, เป็นการศึกษา, เป็นการสอบไล่, เป็นการ เลื่อนชั้น หรือไม่เลื่อนชั้นอยู่ในตัวมันเองโดยอัตโนมัติ. ๙.๖ ชีวิตที่ประกอบด้วยอริยสัจธรรม จึงจะเป็นชีวิตที่ปราศจากทุกข์ และนำไปสู่ชีวิตนิรันดรในที่สุด. ๙.๗ ชีวิตนี้มีจุดหมายปลายทางเป็นนิพพานโดยแน่นอน; ส่วนใคร จะรู้ห
นัยที่หนึ่ง : หน้าที่ของคนต่อสิ่งที่เรียกว่าชีวิต: ต้องดำเนินชีวิตให้ ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ เพื่อให้อยู่รอด, ใช้ให้เป็น ประโยชน์, สงบเย็น และก้าวหน้าไปตามลำดับ จนกว่า จะถึงขั้นสุดยอด. นัยที่สอง : หน้าที่ของตัวชีวิต: คือ การต่อสู้เพื่อมีความเหมาะสม สำหรับอยู่รอดและมีวิวัฒนาการ
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ การเดินทางไกล. ๑๑.๒ การแล่นเรือข้ามมหาสมุทร. ๑๑.๓ การค้าขาย. ๑๑.๔ ของยืมเขามา. ๑๑.๕ การแสดงละคร. ๑๑.๖ กิจกรรมที่ต้องเทียมด้วยควายสองตัว (ปัญญาและกำลัง). ๑๑.๗ วัตถุในความฝัน. ฯลฯ
๑๒.๑ ชีวิตฝ่ายรูปธรรม : มีการผสมกันของเชื้อฝ่ายบิดาและ มารดา อาศัยตัณหาทางสัญชาตญาณเป็นสมุทัย มีธาตุหก เป็นปัจจัย. ๑๒.๒ ชีวิตฝ่ายนามธรรม : มีการปรุงแต่งของอวิชชา, ตัณหา, อุปาทาน เป็นสมุทัย มีวิญญาณธาตุเป็นปัจจัย. ๑๒.๓ ชีวิตที่อยู่เหนือความเป็นรูปและเป็นนาม : (เป็นอสังขตะ นิรันดร) ไม่ต้องมีสมุทัย. แม่บท..ชีวิต ๓๘
๑๓.๑ อัตถังคมะของชีวิต : คือ การขาดเหตุปัจจัยตามคราว. ๑๓.๒ นิโรธะของชีวิต : คือ การขาดเหตุปัจจัยโดยสิ้นเชิง
อัสสาทะของชีวิตมีอยู่ตามลักษณะแห่งอัสสาทะ ของภูมินั้น ๆของชีวิต: มีกามาวจรภูมิ เป็นต้น
มีเฉพาะชีวิตที่ถูกยึดครองด้วยอุปาทาน
๑๖.๑ นิสสรณะของชีวิตที่ติดอยู่ในกองทุกข์ : คือ อริยมรรคมี องค์แปด หรือดับต้นเหตุของชีวิต คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน. ๑๖.๒ ชีวิตนิรันดร : ไม่มีนิสสรณะ เพราะเป็นการออกอยู่แล้วใน ตัว
ทางปฏิบัติต่อชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ของธรรมชาติ (กฎปฏิจจสมุปบาท) : คือ การพัฒนาให้ได้รับสิ่ง ที่ดีที่สุด ที่ชีวิตจะพึงได้รับและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
นัยที่หนึ่ง: อานิสงส์ของการมีชีวิต (ล้วน ๆ) : คือ โอกาสแห่ง การพัฒนา. นัยที่สอง: อานิสงส์ของการมีชีวิตที่พัฒนาแล้ว : คือ ความอยู่ เหนือปัญหา หรือความปราศจากทุกข์
๑๙.๑ เข้าสู่ชีวิตที่เป็นทุกข์ : คือ เสวนากับอสัตบุรุษอยู่เป็นประจำ. ๑๙.๒ เข้าสู่ชีวิตที่ไม่เป็นทุกข์ : คือ เสวนากับสัตบุรุษ ๑ อยู่เป็น ประจำ. ____________________________________________ ๑ สัตบุรุษ : ผู้สงบระงับ. (ดูรายละเอียดที่คำอธิบายศัพท์ หน้า ๕๔๗)
ชีวิตโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: เพื่อความสมบูรณ์ของชีวิต: คือ อริยญายธรรม ๑ หรือ โพธิปักขิยธรรม ๒
๒๑.๑ ภาษาคน: มุ่งที่ร่างกาย. ภาษาธรรม: มุ่งที่คุณค่าทางจิต. ๒๑.๒ ภาษาคน: สิ่งที่ยังไม่ตาย. ภาษาธรรม: ความยังไม่สูญสิ้นคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์. ๒๑.๓ ภาษาคน: สิ่งที่เรียกกันว่าตัวตน. ภาษาธรรม: สิ่งที่ไหลเรื่อยจนไม่ควรเรียกว่าตัวตน. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. เตกิจฉกรรม ๒. ธรรมบรรยายต่อหางสุนัข ๓. ธรรมะเล่มน้อย --------------------------------------- ๑ อริยญายธรรม: แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องไปของพระอริยเจ้า; ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ระบุไปยัง "ปฏิจจสมุปบาท” ว่าเป็น "อริยญายธรรม". ๒ โพธิปักชิยธรรม: ธรรมเป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้. (ดูรายละเอียดที่หมวดธรรม หน้า ๕๕๖)
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ