Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

กรรม

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๑
กรรมของพุทธศาสนากรณปฏิบัติปฏิปทา

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๒อรรถะ

คือ กระทำโดยเจตนา: เรียกว่า กรรม; มีผล เป็นวิบาก. (ถ้ากระทำโดยไม่เจตนา: เรียกว่า กิริยา; มีผลเป็น ปฏิกิริยา). ๓. ไวพจน์: คือ กรณ, ปฏิบัติ, ปฏิปทา

ข้อ ๔องค์ประกอบ

มีสาม: ๑. เจตนาในการกระทำ (กิเลส). ๒. ความพยายามกระทำ (ปโยคะ). ๓. สำเร็จตามความพยายาม

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ : ๕.๑ ตามเจตนาของการกระทำนั้น ๆ. ๕.๒ ไม่เที่ยง, เป็นทุกข์, เป็นอนัตตา, เหมือนสังขตธรรม ๑ ทั้งปวง. ๕.๓ เป็นเครื่องจำแนกสัตว์, ควบคุมสัตว์เหมือนเงาตามตัว

ข้อ ๖อาการ

๖.๑ มีอาการเกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป, และสิ้นสุดได้ เมื่อสิ้นปัจจัยคือ กิเลส. ถ้ายังมีกิเลสก็จะต้องเป็นไปตามอำนาจของกิเลส. ๖.๒ กรรมมีอาการเป็นไปตามกฎแห่งกรรม คือ ปฏิจจสมุปบาท; ทั้งในส่วนของผู้กระทำ หรือผู้รับผลแห่งการกระทำ. _____________________________ ๑ สังขตธรรม: ธรรมที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง; คือมีอาการเกิด-ดับ เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยนั้น. แม่บท .. กรรม ๒

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: ๑. กรรมขั้นศีลธรรม: เป็นไปเพื่อการเวียนว่ายในวัฏฏะ. ๒. กรรมขั้นปรมัตถธรรม: เป็นไปเพื่อการสิ้นสุดแห่งวัฏฏะ. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: กลุ่มที่หนึ่ง: บัญญัติตามลักษณะ: ๑. กรรมที่บัญญัติได้ว่าเป็น กุศล. ๒. กรรมที่บัญญัติได้ว่าเป็น อกุศล. ๓. กรรมที่บัญญัติไม่ได้ว่าเป็น กุศล หรืออกุศล (อัพยากฤต). กลุ่มที่สอง: บัญญัติตามที่เกิด: ๑. กายกรรม. ๒. วจีกรรม. ๓. มโนกรรม. กลุ่มที่สาม: บัญญัติตามการกระทำ: ๑. สนับสนุนกรรมอื่น (ให้หนักขึ้น). ๒. บีบคั้นกรรมอื่น (ให้เบาลง). ๓. ตัดขาดกรรมอื่น (ให้เลิกกันไป). ๗.๓ แบ่งโดยประเภทสี่: ๑. กรรมดำ หรือกรรมชั่ว. ๒. กรรมขาว หรือกรรมดี. ๓. กรรมดำขาวเจือกัน คือการกระทำที่เจือกันทั้งชั่วและดี. ๔. กรรมไม่ดำไม่ขาว คือเหนือชั่วเหนือดี เป็นที่สิ้นสุดแห่งกรรมทั

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ กรรมมีกฎเกณฑ์ซึ่งสัตว์จะต้องเคารพเชื่อฟังในฐานะเป็นพระเจ้า. ๘.๒ กรรมต้องให้ผลอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับมีการเคาะที่ไหนย่อมต้องมีเสียงเกิดขึ้นที่นั่น. ๘.๓ สัตว์ต้องเป็นไปตามกรรมจนกว่าจะสิ้นกรรม คืออยู่เหนือกรรม. ๘.๔ กรรมต้องให้ผลทันทีที่มีการกระทำเสร็จ. ๘.๕ แม้กรรมเก่าที่จะให้ผลเป็นทุกข์มีอยู่ แต่ถ้าประพฤติถูกต้องตามกฎอิทัปปัจจยตา กรรมนั้นก็ไม่อาจจะให้ผล. ถ้ากระทำกรรมไม่ดำไม่ขาว ก็เป็นอันยกเลิกไป ทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่. ๘.๖ สุข-ทุกข์ ในปัจจุบัน มิใช่เป็นผลของกรรมเก่า; แต่เกิดจากกฎอิทัปปัจจยตาที่สัตว์กระทำถูกหรือกระทำผิด; คือเป็นฝ่ายนิโรธหรือฝ่ายสมุทัย. ๘.๗ กรรมและการให้ผลของกรรมที่แท้จริงนั้น ต้องเป็นเรื่องของปัจจุบันธรรม และเป็นสันทิฏฐิโก. ๘.๘ ถ้ารักษาจิตไว้ได้ ก็จะไม่มีความผิดพลาดหรือปัญ

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ มีผู้กระทำกรรม; โดยหลักแห่งปรมัตถธรรม: เป็นเพียงกระแสแห่งอิทัปปัจจยตา. ๙.๒ กรรมไม่ต้องรอผลของการกระทำ ทำดีก็ดีเสร็จ ทำชั่วก็ชั่วเสร็จตั้งแต่เมื่อทำ. (ส่วนที่ต้องรอนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ). ๙.๓ ผลของกรรมที่จะติดตามมา ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเหมือนกับตัวกรรม; บางทีอาจจะเป็นตรงกันข้ามก็ได้ เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกแซงได้. ๙.๔ กรรม ผลกรรม ผู้ทำกรรม ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงตามเหตุตามปัจจัย ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอยู่เสมอ; จึงจะหวังเอาตามใจ ไม่ได้. ๙.๕ กรรมและผลของกรรม แม้ในอัตภาพนี้ก็มีมากมายจนเหลือที่จะจัดการได้อยู่แล้ว; นับประสาอะไรจะไปพูดถึงชาติหน้า. ๙.๖ กรรมที่เป็นสังขารการปรุงแต่ง มีอยู่สามชนิด: คือ อบุญ (บาป), บุญ (บุญที่ยังหวั่นไหว), อเนญชา (บุญที่ไม่มีความหวั่นไหว). แ

ข้อ ๑๐หน้าที่

กรรมโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ กรรมทำหน้าที่จำแนกสัตว์ หรือปรุงแต่งสัตว์ ให้เป็นไปตาม ลักษณะของเหตุปัจจัย. ๑๐.๒ ยกเว้นกรรมไม่ดำไม่ขาวเสียแล้ว กรรมย่อมทำสัตว์ให้เวียน ว่ายอยู่ในวัฏฏะ. ๑๐.๓ กรรมก็ตาม กิริยาก็ตาม มีหน้าที่ให้เกิดวิบากและปฏิกิริยา

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ลิ่มสลัก (สกรูนอต) ที่ตรึงสัตว์ให้ติดอยู่ในวัฏฏะ. ๑๑.๒ ยมบาล ผู้จัดการทุกอย่างอย่างถูกต้อง ทั้งแก่คนทำดีและ คนทำชั่ว. ๑๑.๓ กรรมหรือกฎแห่งกรรม มีอุปมาเหมือนพระเป็นเจ้า: ให้ รางวัลแก่คนทำถูก และลงโทษคนทำผิดอย่างไม่รับสินบน

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยแห่งกรรมมีสามระยะ: ๑. เวทนา (ความรู้สึก สุข-ทุกข์). ๒. ตัณหา (กิเลส). ๓. อุปาทาน (ความยึดมั่น). แล้วแต่จะก่อขึ้นในระยะใดระยะหนึ่งในสามระยะนี้. ทั้งสามระยะนี้มีอวิชชาเป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง. ๑๒.๒ ถ้ากล่าวอย่างสรุปสั้นที่สุด ความต้องการเป็นเหตุให้ทำกรรม ตามชนิดของความต้องการ

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ ความดับไปตามคราวเพราะขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดาของ สังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ เมื่อสิ้นความต้องการหรือตัณหา

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ คนย่อมทำกรรมตามความพอใจของตน ๆ จึงเป็นอัสสาทะแก่ ผู้กระทำ ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว. ๑๔.๒ กรรมชั่วเป็นอัสสาทะของคนชั่ว; กรรมดีเป็นอัสสาทะของ คนดี. (รวมไปถึงผลของกรรมด้วย)

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

คือ การทำให้ต้องเวียนว่ายไปตามกรรม ยกเว้น กรรมไม่ดำไม่ขาว ซึ่งไม่มีอาทีนวะ

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

๑๖.๑ การดำเนินชีวิตตามอริยมรรคมีองค์แปด. ๑๖.๒ กรรมไม่ดำไม่ขาวหรือกรรมที่สี่ เป็นนิสสรณะของกรรมทั้ง สามข้างต้น. ๑๖.๓ ปฏิจจสมุปบาทฝ่ายนิโรธวาร เป็นนิสสรณะของกรรม ทั้งชนิด ชั่วคราวและเด็ดขาด

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

๑๗.๑ เพื่อเข้าสู่กรรมดี : คือ กุศลกรรมบถสิบ ๑ . ๑๗.๒ เพื่อสิ้นกรรม : คือ การปฏิบัติเพื่อทำลายความยึดมั่นถือมั่น ว่าตัวตน; ว่าดี-ว่าชั่ว, ว่าสุข-ว่าทุกข์ ฯลฯ; เมื่อหมดตัวตน ก็หมดกรรม. _______________________________________________ ๑ กุศลกรรมบถสิบ : ทางแห่งกุศลกรรม, ทางทำความดี, กรรมดีอันเป็นทางนำไปสู่สุคติ. (ดูราย ละเอียดที่หมวดธรรม หน้า๕๕๒). แม่บท .. กรรม ๖

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ กรรมดำ: นำไปสู่ทุคติ. ๑๘.๒ กรรมขาว: นำไปสู่สุคติ. ๑๘.๓ กรรมดำขาวเจือกัน: นำไปสู่ทั้งทุคติและสุคติ. ๑๘.๔ กรรมไม่ดำไม่ขาว: นำไปสู่นิพพานหรือความสิ้นกรรม

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่ากรรม: ๑๙.๑ สู่กรรมดำ: คบคนพาล. ๑๙.๒ สู่กรรมขาว: คบบัณฑิต. ๑๙.๓ สู่กรรมไม่ดำไม่ขาว: คบพระอริยเจ้า

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ก รรมโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ เพื่อกรรมดี: สัมมาทิฏฐิที่ยังมีอาสวะ (สาสวสัมมาทิฏฐิ). ๒๐.๒ เพื่อสิ้นกรรม: สัมมาทิฏฐิที่ไม่มีอาสวะ (อนาสวสัมมาทิฏฐิ)

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

๒๑.๑ ภาษาคน: ความตาย. ภาษาธรรม: การกระทำด้วยเจตนา. ๒๑.๒ ภาษาคน: ความชั่วร้ายไม่น่าปรารถนา. ภาษาธรรม: ทั้งความชั่วและความดี และเหนือชั่ว, เหนือดี. ๒๑.๓ ภาษาคน: มีความหมายเฉพาะในแง่ร้าย. ภาษาธรรม: มีความหมายในทุกแง่. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ตุลาการิกธรรม เล่ม ๑ ๒. ธรรมบรรยายระดับมหาวิทยาลัย เล่ม ๒ ๓. ธรรมศาสตรา เล่ม ๑ ๔. นวกานุสาสน์ เล่ม ๑ ๕. อิทัปปัจจยตา ๖. โอสาเรตัพพธรรม

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๕ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ