Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

ปรมัตถธรรม

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๑๒๓
ปรมัตถ์ปรมัตถธรรม ๔โลกุตตรธรรม

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ ธรรมชาติที่มีความหมายอันลึกซึ้ง

ข้อ ๒อรรถะ

๒.๑ ความมีอยู่จริงของธรรมชาติทั้งหลายอันลึกซึ้ง. ๒.๒ ความสัมพันธ์กันของธรรมชาติทั้งหลายอันลึกซึ้ง. ๒.๓ ความเป็นจริงสูงสุดของธรรมชาติทั้งหลายอันลึกซึ้ง. ๓. ไวพจน์: คือ สัจธรรม, บรมธรรม, อสังขตธรรม, โลกุตตรธรรม, อมตธรรม

ข้อ ๔องค์ประกอบ

มีความเป็นลักษณะแห่ง: ๑. ความลึกซึ้งน่าอัศจรรย์. ๒. ความจริงอันเด็ดขาด. ๓. อำนาจในการดับทุกข์. ๔. ความจริงสูงสุด. ๕. ความจริงนิรันดร

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ เป็นกฎธรรมชาติ. ๕.๒ ละเอียดลึกซึ้งจนมองเห็นยากสำหรับสามัญชน. ๕.๓ แสดงความจริงที่เป็นกลาง: คือ ไม่เป็นอัตถิตา (ความมี) - นัตถิตา (ความไม่มี), ไม่บวก-ไม่ลบ, แต่เป็นความว่างจาก ตัวตน. ๕.๔ เป็นความจริงสูงสุดที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอนันตกาล

ข้อ ๖อาการ

ตัวปรมัตถธรรมไม่มีอาการ; แต่สิ่งรอง รับปรมัตถธรรมมีอาการเป็นไปตามภาวะของความเป็นสังขตะ หรือ อสังขตะ

ข้อ ๗ประเภท

แบ่งโดยประเภทสอง: นัยที่หนึ่ง: ๑. ๒. ฝ่ายให้เกิดทุกข์. ฝ่ายให้ดับทุกข์ ซึ่งมีทั้งสังขตะและอสังขตะ. นัยที่สอง: ๑. ๒. ปรมัตถธรรมที่เป็นไปตามความจริงของธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับ มนุษย์ และมนุษย์ไม่ต้องรู้. ปรมัตถธรรมที่เกี่ยวกับมนุษย์ที่มนุษย์ต้องรู้: คือ ความดับทุกข์. นัยที่สาม: ๑. ๒. ปรมัตถธรรมที่เป็นไปตามความจริงของธรรมชาติ. ปรมัตถธรรมที่ศาสดาบางองค์บัญญัติขึ้น เพื่อใช้เฉพาะในวงการ ศาสนาของตน ๆ

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ ๘.๒ ๘.๓ ๘.๔ ๘.๕ สิ่งทั้งปวงเป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ; เป็นอายตนะที่สัมผัส ได้ด้วยใจ; แต่ไม่มีความหมายแห่งตัวตนด้วยประการใด ๆ. ในภาษาสัจธรรมไม่มีคำว่า ดี-ชั่ว, บุญ-บาป, สุข-ทุกข์; มีแต่ อาการแห่งการปรุงแต่งของอิทัปปัจจยตาเป็นอย่าง ๆ ไป; แต่ มนุษย์ไปบัญญัติเอาเองว่า ดี-ชั่ว, บุญ-บาป, สุข-ทุกข์ ตามความ รู้สึกของตนในภายหลัง. ปรมัตถธรรมเป็นสัจจะอยู่ในตัวมันเอง; ไม่ขึ้นกับกาละเทศะ (อกาลิโก อเทสิโก). ปรมัตถธรรมได้กระทำให้กรรมและการให้ผลแห่งกรรมเป็น อกาลิโก (ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา). กฎเกณฑ์ของปรมัตถธรรมใช้ทั้งแก่สังขาร (ผู้ปรุง, สิ่งถูกปรุง, การปรุง); และวิสังขาร (สภาวะที่ปราศจากการปรุง). ๘.๖ สิ่งทั้งปวงฝ่ายสังขตะ เกิดมาจากเหตุปัจจัยและเป็นไปตามเหตุ ปัจจัย; ฝ่ายอสังขตะไม่มีเหตุปัจจัย. ๘.๗ การเห็นปรม

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ทุกสิ่ง (ธรรมทั้งปวง) ไม่มีความหมายแห่งตัวตน ทั้งที่เป็น สังขตะและอสังขตะ; มีแต่กระแสแห่งการปรุงแต่งของเหตุ ปัจจัย: ๑. ไม่มีบุคคลผู้ทุกข์; มีแต่เหตุปัจจัย, ดับเหตุปัจจัยเสีย, ความทุกข์ก็ดับ. ๒. การบรรลุนิพพานนั้นมีได้ แต่ตัวผู้บรรลุนิพพานไม่มี; เพราะ ว่าเป็นการเกิดขึ้นแห่งธรรมชาติล้วน ๆ ให้สืบต่อแห่งสังขาร ทั้งหลายล้วน ๆ. ๙.๒ ปรมัตถสัจจะมีอยู่ในทุกสิ่ง ตั้งแต่วัตถุจนถึงร่างกายจิตใจ; ซึ่ง เป็นตัวธรรมชาติ และสัจจะอื่น ๆ ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติ. _________________________________________ ๑ วิจักขณญาณ: ญาณเห็นโดยประจักษ์แก่จิต; ได้แก่การเห็นอย่างแจ่มแจ้งครบถ้วนทันควัน และ อย่างมีปฏิภาณไหวพริบเต็มที่. แม่บท..ปรมัตถธรรม ๑๒๖ ๙.๓ โลกหรืออารมณ์ทั้งปวงเกิดมาจากผัสสะ; ถ้าไม่มีผัสสะก็ไม่มี โลกหรืออารมณ์ทั

ข้อ ๑๐หน้าที่

หน้าที่ของมนุษย์อันจะพึงมีต่อปรมัตถ - ธรรม คือ การศึกษา : ได้แก่การดู, เห็น, รู้, แล้วปฏิบัติ ; เพื่อ ดับทุกข์ หรือระงับปัญหาที่มีอยู่ในตน, โดยตน และเพื่อประโยชน์ แห่งตน

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ เพชรในภูเขา. ๑๑.๒ เพชรในหัวคางคก. ๑๑.๓ ความเย็นในท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก. ๑๑.๔ พ่วงแพสำหรับข้ามฟาก. ๑๑.๕ ที่พึ่งกลางมหาสมุทร. ๑๒๗ กผพ. แม่บท...ปรมัตถธรรม ๑๑.๖ สิ่งที่ซ่อนอยู่ที่หน้าผาก. ๑๑.๗ หนทางที่ไม่มีใครชอบเดินจนเกือบไม่เหลือร่องรอย ฯลฯ

ข้อ ๑๒สมุทัย

สมุทัยแห่งการเกิดของปรมัตถธรรมไม่มี; มีแต่สมุทัยของการที่ต้องทำให้ปรมัตถธรรมปรากฏออกมา คือ ความ อยากรู้ความจริงของมนุษย์

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

อัตถังคมะของปรมัตถธรรมไม่มี; มี แต่อัตถังคมะของการรู้ปรมัตถธรรมโดยมนุษย์

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

อัสสาทะในตัวของปรมัตถธรรม ไม่มี; มีแต่ในจิตใจของผู้พอใจในปรมัตถธรรม

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

อาทีนวะไม่มีในตัวของปรมัตถธรรม; มีแต่ในจิตใจของผู้รู้ผิด เข้าใจผิดในปรมัตถธรรม

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

ไม่มีเรื่องที่มนุษย์จะต้องออกจาก ปรมัตถธรรม; แต่ปรมัตถธรรมเป็นหนทางออกจากทุกข์ของมนุษย์

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เ พื่อเข้าถึงปรมัตถธรรมเฉพาะที่ จำเป็นแก่การดับทุกข์ของมนุษย์: คือ การศึกษา และบุคคล โอกาส สิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้มีการศึกษาได้

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ อานิสงส์แห่งการรู้ การมี และการใช้ปรมัตถธรรม: คือ การทำให้ถึงที่สุดแห่งความทุกข์; เพราะหยุดการปรุงแต่ง และอยู่เหนือกรรมโดยประการทั้งปวง. ๑๘.๒ ความรู้เรื่องปรมัตถธรรม: ทำให้ดำเนินชีวิตได้ดีที่สุดสำหรับ การอยู่ใกล้ต่อพระนิพพาน

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปรู้ปรมัตถธรรม: (ถ้าต้อง ใช้คำนี้กับปรมัตถธรรม) ขอระบุว่าการมีชีวิตอยู่อย่างนักศึกษา ซึ่ง ต้องการจะรู้ยิ่งขึ้นไปอย่างไม่มีขอบเขต ที่เรียกกันว่า นักปราชญ์

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ปรมัตถธรรมโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: เพื่อการรู้ปรมัตถ- ธรรม: คือ สุ. จิ. ปุ. ลิ. ๑ , อยู่ด้วยชีวิตอันสงบสงัด. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม: ปรมัตถธรรมโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ภาษาคน: ภาษาธรรม: ธรรมที่เชื่อกันว่าสามัญชนเข้าใจไม่ได้. (ถ้าเป็นภาษาเด็ก: คือบทสวดที่นำมาใช้สวดข้าง โลงคนตาย). ธรรมที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการดับทุกข์. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมศาสตรา เล่ม ๑ ๒. ปรมัตถสภาวธรรม ๓. สุญญตาปริทรรศน์ เล่ม ๒ ๑ สุ. จิ. ปุ. ลิ.: เป็นคำย่อของคำว่า: สุตะ - การฟัง, จินตะ - การคิด, ปุจฉะ - การถาม, ลิขะ - การบันทึก; ซึ่งเป็นองค์ประกอบของการเป็นบัณฑิต

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๗ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ