เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
มีสามอย่าง: คือ ความหมายแห่งผู้ปรุง, สิ่งที่ ถูกปรุง, การปรุง; ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในคำว่าสังขาร. ๓. ไวพจน์: คือ สังกร, สังขต
๑. โดยหลักใหญ่ : มีผู้ปรุง, สิ่งที่ถูกปรุง, การปรุง. ๒. โดยหลักย่อย: ๑. มีผู้ปรุง และปัจจัยแห่งผู้ปรุง: เช่น ความ อยาก. ๒. มีสิ่งที่ถูกปรุง และปัจจัยแห่งสิ่งที่ถูกปรุง: เช่น ธาตุทั้งหลาย. ๓. มีการปรุง และปัจจัยแห่งการปรุง: เช่น อำนาจหรือความเป็นไปได้แห่งการปรุง
มีลักษณะ: ๕.๑ ไม่เที่ยง, เป็นทุกข์, เป็นอนัตตา. ๕.๒ ปิดบังความจริง. ๕.๓ ปรุงแต่งให้เกิดสิ่งใหม่. ๕.๔ แห่งการเกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป, อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มีอาการ: ๖.๑ ของปฏิจจสมุปบาท. ๖.๒ แห่งวัฏฏะคือ: เกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป ๆ ๆ. แม่บท .. สังขาร ๒๔๒ ๖.๓ แห่งความไม่สงบ. ๖.๔ ทั้งฝ่ายวิวัฒนาการ และวินาศนาการ
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสาม: กลุ่มที่หนึ่ง : จำแนกตามฐานที่ตั้ง : ๑. กายสังขาร: ให้เกิดการกระทำทางกาย. ๒. วจีสังขาร: ให้เกิดการกระทำทางวาจา. ๓. มโนสังขาร: ให้เกิดการกระทำทางใจ. กลุ่มที่สอง: แบ่งตามคุณค่า: ๑. ปุญญาภิสังขาร: ปรุงแต่งบุญ. ๒. อปุญญาภิสังขาร: ปรุงแต่งสิ่งมิใช่บุญ. ๓. อเนญชาภิสังขาร: ปรุงแต่งความไม่หวั่นไหวไปตามบุญ และอบุญ; แต่ยังไม่ถึงขั้นนิพพานโดยสมบูรณ์. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสอง: จำแนกโดยสภาวธรรมชาติ: ๑. นามธรรม (จิตใจ). ๒. รูปธรรม (วัตถุและกาย)
๘.๑ ขึ้นชื่อว่าสังขารต้องมีเหตุมีปัจจัย และเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย. ๘.๒ สังขารที่ปรุงมาจากอวิชชาเป็นไปเพื่อทุกข์; สังขารที่ปรุงมาจาก วิชชา ไม่เป็นไปเพื่อทุกข์. ๘.๓ ขึ้นชื่อว่าสังขารต้องมีน้ำหนักในตัว; ตรงกันข้ามกับวิสังขาร ซึ่งไม่มีน้ำหนัก. ๘.๔ สังขารมีมิติ (เครื่องกำหนด); วิสังขาร ไม่มีมิติ
๙.๑ ถ้ามีปัจจัยปรุงแต่ง และต้องเป็นไปตามอำนาจปัจจัยแล้ว เรียก ว่าสังขารทั้งสิ้น; ต่อเมื่อตรงกันข้าม จึงจะเรียกว่าวิสังขาร (มิใช่สังขาร). ๙.๒ ถ้าเป็นสังขารแล้วก็ต้องไม่เที่ยง, เป็นทุกข์, เป็นอนัตตา. ๙.๓ จักรวาลทั้งปวง เป็นเพียงกระแสแห่งการปรุงแต่ง ของสิ่งที่ เรียกว่าสังขาร. ๙.๔ อาการปรุงแต่งของสังขารทั้งหลายจนตลอดสาย เรียกว่า ปฏิจจ สมุปบาท. ๙.๕ สังขารที่เกี่ยวข้องกันอยู่กับมนุษย์ในชีวิตประจำวัน มีอยู่ในนาม ของสิ่งที่เรียกว่า ขันธ์ห้า, อายตนะหก. ๙.๖ สังขารสิ้นสุดลงเมื่อหมดเหตุหมดปัจจัย และสิ้นสุดแห่งการ ปรุง; เรียกว่าความสงบแห่งสังขาร หรือความปรากฏแห่งวิสังขาร. ๙.๗ การกระทำกรรมก็ดี, การรับผลกรรมก็ดี, มีได้โดยสังขารและ แก่สังขาร; ทั้งที่เป็นอนัตตา. ๙.๘ สังขารที่ไม่ถูกยึดถือ ก็คือเบญจขันธ์ที่ไม่
สังขารโดยหน้าที่ (โดยสมมติ) : ๑๐.๑ ปรุงแต่ง: ให้เกิดผู้ปรุงแต่ง, สิ่งถูกปรุงแต่ง, และการปรุง แต่ง. ๑๐.๒ ปรุงแต่งวัฏฏะ: ทั้งในความหมายที่เป็นการข้ามภพข้ามชาติ และไม่ข้ามภพข้ามชาติอย่างไม่หยุดหย่อน. แม่บท .. สังขาร ๒๔๔ ๑๐.๓ ทำสิ่งทุกสิ่งไม่ให้คงอยู่ในสภาพเดิม. ๑๐.๔ ปรุงแต่งวิญญาณธาตุ ให้เป็นวิญญาณทางอายตนะ
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ผู้ปั้นหม้อ, หม้อ, การปั้นหม้อ. ๑๑.๒ นายช่างสร้างเรือน, เรือน, การสร้างเรือน
๑๒.๑ อวิชชา. ๑๒.๒ ความต้องการ (ตัณหา). ๑๒.๓ กฎแห่งวิวัฒนาการเป็นปัจจัยแห่งสังขารทางวัตถุ
๑๓.๑ ความดับแห่งอวิชชา. ๑๓.๒ สังขารที่เรียกโดยชื่ออื่น จะมีกี่ชนิดหรือกี่สิบชนิดก็ตาม จะ ดับไป เพราะการดับแห่งเหตุของมัน. ๑๓.๓ ความดับแห่งความต้องการ. ๑๓.๔ ความสิ้นสุดแห่งวิวัฒนาการ. ๑๓.๕ ความขาดปัจจัยแห่งสังขาร. ๑๓.๖ ความดับไปตามธรรมดาของสิ่งที่เป็นสังขตธรรม
๑๔.๑ ทำให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา ได้ตามความต้องการ ทั้งทางวัตถุ และทางจิต. ๑๔.๒ สามารถใช้เป็นบันไดนำไปสู่วิสังขาร (นิพพาน)
๑๕.๑ สังขาร เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งปวง. ๑๕.๒ สังขาร (คือการตกอยู่ภายใต้อำนาจของสังขาร) เป็นทุกข์ อย่างยิ่ง; ไม่ว่าจะเป็นสังขารประเภทไหน. ๑๕.๓ ขึ้นชื่อว่าสังขารย่อมกัดเจ้าของ (ผู้เข้าไปยึดถือว่าตัวตน หรือ ของตน) อย่างไม่เลือกหน้า
นัยที่หนึ่ง: บุคคลไม่ต้องออกจากสังขาร เพียงแต่ออกจากอำนาจ ของสังขาร: คืออาศัยสังขารฝ่ายวิชชา เพื่อออกมา เสียจากอำนาจของสังขารฝ่ายอวิชชา. (การปฏิบัติธรรม เช่น อริยมรรคมีองค์แปด เป็นสังขาร ธรรมฝ่ายวิชชา; เพื่อออกมาเสียจากทุกข์ ซึ่งเป็นสังขาร ฝ่ายอวิชชา) นี้เรียกว่าอาศัยสังขาร ออกจากอำนาจของ สังขาร; ทำนองหนามยอกหนามบ่ง. นัยที่สอง : บุคคล ไม่พึงเห็นว่าสังขารเป็นอกุศล (บาปหรือชั่ว) โดยส่วนเดียว: เป็นกุศลก็มี; เป็นอัพยากฤตก็มี; เป็น ตัวปัญหาเสียเองก็ได้; เป็นตัวแก้ปัญหาให้แก่กันและ กันก็ได้; นี้คือสังขาร เป็นนิสสรณะแก่สังขาร
เพื่อออกจากอำนาจของสังขาร: ๑๗.๑ การศึกษาให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าสังขารโดยถูกต้องและสิ้นเชิง ว่า มีกี่อย่าง แต่ละอย่าง ๆ มีหน้าที่อะไร. ๑๗.๒ การมีสติควบคุมไม่ให้เกิดสังขารฝ่ายอวิชชา (การปรุงแต่ง); ในขณะที่มีการกระทบทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ. ๑๗.๓ การดำเนินชีวิตอยู่ด้วยอริยอัฏฐังคิกมรรคนั่นแหละ เป็นการ ควบคุมสังขาร, การใช้สังขารฝ่ายวิชชา แก้ปัญหาทั้งหลาย ของสังขารทั้งหลายฝ่ายอวิชชา อยู่อย่างครบถ้วน
๑๘.๑ ช่วยให้เกิดชีวิตและการสืบต่อแห่งชีวิตอยู่ได้; นั่นคือ ให้ เกิดกระแสแห่งวิวัฒนาการของจักรวาล. ๑๘.๒ สังขารฝ่ายวิชชามีอานิสงส์ ในการแก้ปัญหาทุกอย่าง ที่เกี่ยว กับสังขารฝ่ายอวิชชา; มนุษย์จึงรอดอยู่ได้. แม่บท .. สังขาร ๒๔๖
๑๙.๑ เข้าไปสู่อำนาจของสังขาร: คือ อวิชชา และความประมาท ๑๙.๒ ออกจากอำนาจของสังขาร: คือ วิชชา และความไม่ประมาท; หรือเรียกว่า การเป็นอยู่โดยอริยอัฏฐังคิกมรรค
สังขารโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ เพื่อมีความง่ายในการตกอยู่ใต้อำนาจของสังขาร: คือ ความหลงใหลมัวเมา จนตกเป็นทาสของอัสสาทะแห่งสังขาร นั่นเอง. ๒๐.๒ เพื่อมีความง่ายในการออกจากอำนาจของสังขาร: คือ ความรู้เท่าทันจนไม่หลงใหลบูชาในอัสสาทะของสังขารทั้ง หลาย แม้สิ่งที่เรียกว่ามหากุศล
๒๑.๑ ภาษาคน: ร่างกาย. ภาษาธรรม: การปรุงแต่งให้เกิดสิ่งใหม่. ๒๑.๒ ภาษาคน: สิ่งที่น่ารักน่าถนอม. ภาษาธรรม: สิ่งที่ไม่น่าเอา ไม่น่าเป็น. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมบรรยายต่อหางสุนัข ๒. ธรรมะเล่มน้อย ๓. ฟ้าสาง ฯ ตอน ๑ ☸
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ