Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

สติ

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๒๒๒
อัปปมาทชาครธรรม

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๒อรรถะ

คือ ความระลึกได้เร็วหรือทันเวลา ในการนำมาซึ่ง ปัญญา. ๓. ไวพจน์: คือ อัปปมาท, ชาครธรรม

ข้อ ๔องค์ประกอบ

๑. ความรู้จัก และกลัวต่อความทุกข์. ๒. ความรู้จักละอาย. ๓. ความเข็ดหลาบ. ๔. ความเชื่อฟังและความเคร่งครัดต่อระเบียบ

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ แห่งเจตสิกธรรม เครื่องประกอบจิต. ๕.๒ แห่งผู้เฝ้า, ผู้ระวัง, ผู้รักษา, ผู้คุ้มครอง. ๕.๓ แห่งความตื่น, ไม่หลับ, ไม่เผลอ

ข้อ ๖อาการ

มีอาการ: ๖.๑ แห่งการขนส่งซึ่งปัญญาอย่างทันเวลา. ๖.๒ คัดเลือกและใช้ปัญญาให้ถูกแก่กรณี

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ จำแนกโดยประเภทสอง: ตามอาการหรือหน้าที่ มีหกคู่: ๒๒๓ กผพ. แม่บท...สติ คู่ที่หนึ่ง: ๑. สัมมาสติ. ๒. มิจฉาสติ. คู่ที่สอง: ๑. สติตามธรรมดา. ๒. สติที่เป็นองค์แห่งมรรค: คือ สติที่เป็นไปเพื่อวิเวก- วิราคะ-นิโรธะ-โวสสัคคะ. คู่ที่สาม: ๑. สติที่เกิดก่อนการกระทำ. ๒. สติที่เกิดขณะกำลังกระทำเพื่อควบคุมการกระทำ. คู่ที่สี่: ๑. สติที่เป็นไปในอารมณ์ภายนอก. ๒. สติที่เป็นไปในอารมณ์ภายใน. คู่ที่ห้า : ๑. สติเมื่อทำหน้าที่ตามกำลังของสติเอง. ๒. สติเมื่อทำหน้าที่ร่วมกับธรรมอื่น. คู่ที่หก: ๑. สติที่เป็นไปในหน้าที่แห่งการระลึก. ๒. สติที่เป็นไปในหน้าที่แห่งการรักษาหรือปิดกั้น. ๗.๒ จำแนกตามฐานที่ตั้ง: มีสี่ประเภท: คือ สติเป็นไปทางกาย, ทางเวทนา, ทางจิต และทางธรรม; ที่เรียกว่าสติปัฏฐานสี่. ๗.๓ จำแนกตามอารมณ์เป็นเครื่

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ ต้องทำหน้าที่ร่วมกับปัญญาอย่างที่จะแยกกันไม่ได้; ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และสุดท้าย. ๘.๒ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุกกรณี และทุกกาละเทศะ. ๘.๓ ทำให้เกิดการเป็นพระอรหันต์ เมื่อสติถึงความสมบูรณ์

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ความสมบูรณ์แห่งสติ คือความรอดปลอดภัยของชีวิต. ๙.๒ สติเป็นเครื่องหยุดกระแสแห่งกิเลส เพื่อให้โอกาสแก่ปัญญา ในการทำลายกิเลส

ข้อ ๑๐หน้าที่

สติโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ สติมีหน้าที่ระลึก และประมวลมาซึ่งธรรมทั้งหลาย; เพื่อการ คัดเลือก และใช้ให้ถูกต้องตามหน้าที่. ๑๐.๒ สติมีหน้าที่กำหนดอารมณ์; ทั้งในฝ่ายของสมาธิและปัญญา

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ผู้เฝ้า, ผู้พิทักษ์, ผู้คุ้มครอง. ๑๑.๒ เครื่องขนส่งของปัญญา. ๑๑.๓ ความเร็วของสายฟ้า. ๑๑.๔ คลื่นวิทยุ; ทั้งในลักษณะของคลื่นพา และคลื่นเสียง. ๑๑.๕ เสือในขณะซุ่มตัวคอยจับสัตว์อยู่ในป่า. ๑๑.๖ สารถีแห่งอัตภาพของชีวิต

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยโดยตรง: คือ ความกลัวต่อความทุกข์ แล้วระวังอยู่. ๑๒.๒ สมุทัยโดยอ้อม: คือ ความละอายต่อความชั่ว แล้วระวังอยู่. ๑๒.๓ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง. ๑๒.๔ มีปัจจัยสำหรับสนับสนุน คือสมาธิ. ๒๒๕ กผพ. แม่บท...สติ

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ ความหลงลืม ความเผลอ. ๑๓.๒ ความพ่ายแพ้ต่อความยั่วยวน. ๑๓.๓ ขาดการสำรวมระวัง. ๑๓.๔ เมื่อความประมาทครอบงำ

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

คือ ความพอใจเมื่อได้รับผลของความไม่เผอเรอ พลั้งพลาดขาดสติ

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

อาทีนวะของสติไม่มี มีแต่ของการขาดสติ: ๑๕.๑ ความทุกข์, ความเสื่อมเสีย, ความสูญเสีย หรือถึงกับความ ตาย. ๑๕.๒ ความหมดสมรรถนะของการเป็นผู้คุ้มครองรักษาในด้านของ วัตถุและจิตใจ. ๑๕.๓ หมดหวังความก้าวหน้าไปตามทางของพระนิพพานเพราะขาด สติปัฏฐานทั้งสี่. ๑๕.๔ ไม่สามารถนำออกซึ่งอภิชฌา ๑ และโทมนัส ๒ ในโลกจากจิตใจ (ความไม่อยู่เหนืออิทธิพลของความเป็นบวกและลบของสิ่ง ทั้งปวง)

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

นิสสรณะออกจากสติไม่มี: มีแต่นิสสรณะจาก โทษของความขาดสติ: ๑๖.๑ อริยอัฏฐังคิกมรรค. ๑๖.๒ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง. ๑ อภิชฌา: แปลว่า ความเพ่งเล็งอย่างยิ่ง; ด้วยอำนาจของความโลภ, ความหลง; เป็นความ รู้สึกฝ่ายบวก หรือเรียกว่า กิเลสบวก. ๒ โทมนัส: แปลว่า ความขัดใจด้วยอำนาจของความโกรธ, ความหลง; เป็นความรู้สึกฝ่ายลบ หรือเรียกว่า กิเลสลบ. แม่บท .. สติ ๒๒๖

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เข้าสู่ความมีสติ: ๑๗.๑ สติปัฏฐานสี่ หรือ อานาปานสติ. ๑๗.๒ ความสมบูรณ์แห่งสติในขณะแห่งผัสสะ. ๑๗.๓ เห็นโลกโดยความเป็นของว่างจากอัตตาและอัตตนียา ๑ อยู่ เป็นประจำ. ๑๗.๔ มีนิพพานเป็นอารมณ์อยู่ทุกอิริยาบถ. ๑๗.๕ รู้สึกตัวสมบูรณ์ทั่วถึงก่อนการเคลื่อนไหว หรือการกระทำใด ๆ เพื่อป้องกันการหลงลืม

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ สกัดกั้นกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท ไม่ให้ลุกลามไปจนเกิดทุกข์. ๑๘.๒ ไม่มีการกระทำใด ๆที่เป็นเหตุให้ต้องเสียใจ. ๑๘.๓ สติเป็นเครื่องคุ้มครองศรัทธา, ทิฏฐิ และวิริยะ ไม่ให้เฉ ออกนอกทาง; และเป็นเครื่องเรียกมาให้ทันเวลา; ซึ่งสมาธิ, ปัญญา, หิริ, โอตตัปปะ, ขันติ, จาคะ เป็นต้น. ๑๘.๔ ป้องกันและควบคุมการเกิดแห่งกิเลส, ตัณหา, อุปาทาน ได้แน่นอน. ๑๘.๕ สติเมื่อสมบูรณ์ถึงที่สุด ทำให้รู้วินาทีที่จะดับจิต

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปสู่ความมีสติ: ๑๙.๑ ความเป็นอยู่อย่างวิเวก, สันโดษ, เรียบง่าย. ๑๙.๒ ความมีหิริโอตตัปปะอยู่เป็นพื้นฐานของชีวิต. ๑๙.๓ การเห็นภัยในวัฏฏสงสารอยู่เป็นประจำ. ๑๙.๔ มีกัลยาณมิตรคอยตักเตือน

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

สติโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ ขันติธรรมที่เพียงพอ. ๒๐.๒ สมาธิแห่งความจดจำที่เข้มแข็งและเพียงพอ. ______________________________________________ ๑ อัตตนียา : แปลว่า เนื่องด้วยตน คือเป็นของตน; มาคู่กันกับคำว่า อัตตา ซึ่งแปลว่า ตน

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

ภาษาคน: ความไม่สะเพร่า เลินเล่อ. ภาษาธรรม: ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ด้วยอำนาจของปัญญาต่อ อารมณ์ทั้งปวง. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมปาฏิโมกข์ เล่ม ๒ ๒. พระพุทธคุณบรรยาย ๓. โมกขธรรมประยุกต์ ๔. อริยสัจจากพระโอษฐ์

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๓ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ