เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ความระลึกได้เร็วหรือทันเวลา ในการนำมาซึ่ง ปัญญา. ๓. ไวพจน์: คือ อัปปมาท, ชาครธรรม
๑. ความรู้จัก และกลัวต่อความทุกข์. ๒. ความรู้จักละอาย. ๓. ความเข็ดหลาบ. ๔. ความเชื่อฟังและความเคร่งครัดต่อระเบียบ
มีลักษณะ: ๕.๑ แห่งเจตสิกธรรม เครื่องประกอบจิต. ๕.๒ แห่งผู้เฝ้า, ผู้ระวัง, ผู้รักษา, ผู้คุ้มครอง. ๕.๓ แห่งความตื่น, ไม่หลับ, ไม่เผลอ
มีอาการ: ๖.๑ แห่งการขนส่งซึ่งปัญญาอย่างทันเวลา. ๖.๒ คัดเลือกและใช้ปัญญาให้ถูกแก่กรณี
๗.๑ จำแนกโดยประเภทสอง: ตามอาการหรือหน้าที่ มีหกคู่: ๒๒๓ กผพ. แม่บท...สติ คู่ที่หนึ่ง: ๑. สัมมาสติ. ๒. มิจฉาสติ. คู่ที่สอง: ๑. สติตามธรรมดา. ๒. สติที่เป็นองค์แห่งมรรค: คือ สติที่เป็นไปเพื่อวิเวก- วิราคะ-นิโรธะ-โวสสัคคะ. คู่ที่สาม: ๑. สติที่เกิดก่อนการกระทำ. ๒. สติที่เกิดขณะกำลังกระทำเพื่อควบคุมการกระทำ. คู่ที่สี่: ๑. สติที่เป็นไปในอารมณ์ภายนอก. ๒. สติที่เป็นไปในอารมณ์ภายใน. คู่ที่ห้า : ๑. สติเมื่อทำหน้าที่ตามกำลังของสติเอง. ๒. สติเมื่อทำหน้าที่ร่วมกับธรรมอื่น. คู่ที่หก: ๑. สติที่เป็นไปในหน้าที่แห่งการระลึก. ๒. สติที่เป็นไปในหน้าที่แห่งการรักษาหรือปิดกั้น. ๗.๒ จำแนกตามฐานที่ตั้ง: มีสี่ประเภท: คือ สติเป็นไปทางกาย, ทางเวทนา, ทางจิต และทางธรรม; ที่เรียกว่าสติปัฏฐานสี่. ๗.๓ จำแนกตามอารมณ์เป็นเครื่
๘.๑ ต้องทำหน้าที่ร่วมกับปัญญาอย่างที่จะแยกกันไม่ได้; ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และสุดท้าย. ๘.๒ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุกกรณี และทุกกาละเทศะ. ๘.๓ ทำให้เกิดการเป็นพระอรหันต์ เมื่อสติถึงความสมบูรณ์
๙.๑ ความสมบูรณ์แห่งสติ คือความรอดปลอดภัยของชีวิต. ๙.๒ สติเป็นเครื่องหยุดกระแสแห่งกิเลส เพื่อให้โอกาสแก่ปัญญา ในการทำลายกิเลส
สติโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ สติมีหน้าที่ระลึก และประมวลมาซึ่งธรรมทั้งหลาย; เพื่อการ คัดเลือก และใช้ให้ถูกต้องตามหน้าที่. ๑๐.๒ สติมีหน้าที่กำหนดอารมณ์; ทั้งในฝ่ายของสมาธิและปัญญา
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ผู้เฝ้า, ผู้พิทักษ์, ผู้คุ้มครอง. ๑๑.๒ เครื่องขนส่งของปัญญา. ๑๑.๓ ความเร็วของสายฟ้า. ๑๑.๔ คลื่นวิทยุ; ทั้งในลักษณะของคลื่นพา และคลื่นเสียง. ๑๑.๕ เสือในขณะซุ่มตัวคอยจับสัตว์อยู่ในป่า. ๑๑.๖ สารถีแห่งอัตภาพของชีวิต
๑๒.๑ สมุทัยโดยตรง: คือ ความกลัวต่อความทุกข์ แล้วระวังอยู่. ๑๒.๒ สมุทัยโดยอ้อม: คือ ความละอายต่อความชั่ว แล้วระวังอยู่. ๑๒.๓ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง. ๑๒.๔ มีปัจจัยสำหรับสนับสนุน คือสมาธิ. ๒๒๕ กผพ. แม่บท...สติ
๑๓.๑ ความหลงลืม ความเผลอ. ๑๓.๒ ความพ่ายแพ้ต่อความยั่วยวน. ๑๓.๓ ขาดการสำรวมระวัง. ๑๓.๔ เมื่อความประมาทครอบงำ
คือ ความพอใจเมื่อได้รับผลของความไม่เผอเรอ พลั้งพลาดขาดสติ
อาทีนวะของสติไม่มี มีแต่ของการขาดสติ: ๑๕.๑ ความทุกข์, ความเสื่อมเสีย, ความสูญเสีย หรือถึงกับความ ตาย. ๑๕.๒ ความหมดสมรรถนะของการเป็นผู้คุ้มครองรักษาในด้านของ วัตถุและจิตใจ. ๑๕.๓ หมดหวังความก้าวหน้าไปตามทางของพระนิพพานเพราะขาด สติปัฏฐานทั้งสี่. ๑๕.๔ ไม่สามารถนำออกซึ่งอภิชฌา ๑ และโทมนัส ๒ ในโลกจากจิตใจ (ความไม่อยู่เหนืออิทธิพลของความเป็นบวกและลบของสิ่ง ทั้งปวง)
นิสสรณะออกจากสติไม่มี: มีแต่นิสสรณะจาก โทษของความขาดสติ: ๑๖.๑ อริยอัฏฐังคิกมรรค. ๑๖.๒ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง. ๑ อภิชฌา: แปลว่า ความเพ่งเล็งอย่างยิ่ง; ด้วยอำนาจของความโลภ, ความหลง; เป็นความ รู้สึกฝ่ายบวก หรือเรียกว่า กิเลสบวก. ๒ โทมนัส: แปลว่า ความขัดใจด้วยอำนาจของความโกรธ, ความหลง; เป็นความรู้สึกฝ่ายลบ หรือเรียกว่า กิเลสลบ. แม่บท .. สติ ๒๒๖
เข้าสู่ความมีสติ: ๑๗.๑ สติปัฏฐานสี่ หรือ อานาปานสติ. ๑๗.๒ ความสมบูรณ์แห่งสติในขณะแห่งผัสสะ. ๑๗.๓ เห็นโลกโดยความเป็นของว่างจากอัตตาและอัตตนียา ๑ อยู่ เป็นประจำ. ๑๗.๔ มีนิพพานเป็นอารมณ์อยู่ทุกอิริยาบถ. ๑๗.๕ รู้สึกตัวสมบูรณ์ทั่วถึงก่อนการเคลื่อนไหว หรือการกระทำใด ๆ เพื่อป้องกันการหลงลืม
๑๘.๑ สกัดกั้นกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท ไม่ให้ลุกลามไปจนเกิดทุกข์. ๑๘.๒ ไม่มีการกระทำใด ๆที่เป็นเหตุให้ต้องเสียใจ. ๑๘.๓ สติเป็นเครื่องคุ้มครองศรัทธา, ทิฏฐิ และวิริยะ ไม่ให้เฉ ออกนอกทาง; และเป็นเครื่องเรียกมาให้ทันเวลา; ซึ่งสมาธิ, ปัญญา, หิริ, โอตตัปปะ, ขันติ, จาคะ เป็นต้น. ๑๘.๔ ป้องกันและควบคุมการเกิดแห่งกิเลส, ตัณหา, อุปาทาน ได้แน่นอน. ๑๘.๕ สติเมื่อสมบูรณ์ถึงที่สุด ทำให้รู้วินาทีที่จะดับจิต
เข้าไปสู่ความมีสติ: ๑๙.๑ ความเป็นอยู่อย่างวิเวก, สันโดษ, เรียบง่าย. ๑๙.๒ ความมีหิริโอตตัปปะอยู่เป็นพื้นฐานของชีวิต. ๑๙.๓ การเห็นภัยในวัฏฏสงสารอยู่เป็นประจำ. ๑๙.๔ มีกัลยาณมิตรคอยตักเตือน
สติโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ ขันติธรรมที่เพียงพอ. ๒๐.๒ สมาธิแห่งความจดจำที่เข้มแข็งและเพียงพอ. ______________________________________________ ๑ อัตตนียา : แปลว่า เนื่องด้วยตน คือเป็นของตน; มาคู่กันกับคำว่า อัตตา ซึ่งแปลว่า ตน
ภาษาคน: ความไม่สะเพร่า เลินเล่อ. ภาษาธรรม: ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ด้วยอำนาจของปัญญาต่อ อารมณ์ทั้งปวง. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมปาฏิโมกข์ เล่ม ๒ ๒. พระพุทธคุณบรรยาย ๓. โมกขธรรมประยุกต์ ๔. อริยสัจจากพระโอษฐ์
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ