เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
๒.๑ อรรถะที่สมบูรณ์ที่สุดตามความหมายของบาลีคำนี้คือ: ดู ตัวเอง ในตัวเอง เห็นตัวเอง โดยตัวเอง เพื่อตัวเอง (มิใช่เพียง แต่เล่าเรียน ขีด ๆ เขียน ๆ). ๒.๒ หมายถึงระบบการปฏิบัติสามขั้นตอน ที่เรียกว่า ศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา (ดูที่แม่บทคำนั้น ๆ). ๒.๓ โดยอ้อม: คือการมีสติระวังสังวร มิให้เกิดโทษขึ้นมาทางกาย วาจา ใจ. ๒.๔ ใช้เป็นคำรวมสำหรับเรียกสิกขาบท หรือวินัยทั้งหมดของภิกษุ คู่กันกับคำว่า อาชีพ; เรียกว่า สิกขาสาชีพของภิกษุทั้งหลาย คือการปฏิบัติตามพระปาฏิโมกข์อย่างครบถ้วน. ๓. ไวพจน์: ๓.๑ โดยภาษาสันสกฤต: ว่า ศิกฺษา. โดยภาษาบาลี: ว่า สิกขา. โดยภาษาไทย: ว่า การศึกษาเล่าเรียน การอบรม การฝึกฝน. ๓.๒ โดยการปฏิบัติ: คือ ปฏิปทา, อาโยคะ, พรหมจริยา (พรหม-จรรย์), สัลเลข (ขูดเกลา), ลิกฺขน (ศึกษาเล่าเรียน) ฯ
๔.๑ ทางวัตถุ: ประกอบด้วย สถานที่ ตำรา อุปกรณ์ ผู้สอน ผู้เรียน ภารโรง ฯลฯ แม่บท .. สิกขา ๒๕๘ ๔.๒ โดยทางการกระทำที่สมบูรณ์: คือ การดูที่สิ่งนั้น ๆ การเห็น เกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ การรู้ในสิ่งนั้น ๆ การวิจัยทุกแง่มุมเกี่ยวกับ สิ่งนั้น ๆ ได้ผลอย่างไรแล้วนำไปสู่การปฏิบัติตามนั้น. ๔.๓ โดยทางจิต: มี: ๑. สติ: ระลึกรู้โดยครบถ้วน. ๒. ธัมมวิจัย: เลือกส่วนที่เหมาะสมจากที่ระลึกรู้มาได้ทั้งหมด. ๓. วิริยะ: พากเพียรปฏิบัติอย่างเต็มที่ในส่วนที่เลือกได้แล้ว; โดย มีอิทธิบาทสี่ เป็นองค์ประกอบของการปฏิบัติ. ๔. ปีติ: หล่อเลี้ยงความเพียรไว้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย. ๕. ปัสสิทธิ: กระทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องให้เข้ารูปแก่กันและกัน เรียกว่าเข้ารูป หรือลงรูป. ๖. สมาธิ: ระดมกำลังจิตทั้งหมดในการกระทำ. ๗. อุเบกขา: เฝ้าดูผลที่
มีลักษณะ: ๕.๑ ที่สามารถนำไปสู่ความรู้แจ้ง เรื่องทุกข์และความดับทุกข์. ๕.๒ แห่งการนำออกมาจากความทุกข์. ๕.๓ แห่งความสงบเยือกเย็น ทั้งในการเรียน การปฏิบัติ และผลของ การปฏิบัติ. ๕.๔ ทำให้มนุษย์ได้รู้สิ่งที่ควรต้องรู้ หรือทำให้ได้รับปริญญาของ พระพุทธเจ้า ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้คือ: ราคกฺขโย โทสฺฺโย โมหฺฺโย (ความสิ้นราคะ โทสะ โมหะ)
มีอาการ: ๖.๑ แห่งการทำให้รู้สิ่งที่ควรรู้ เห็นสิ่งที่ควรเห็น ละสิ่งที่ควรละ รับผลที่ควรได้รับ. ๖.๒ แห่งการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไปสู่พฤติกรรมใหม่ที่ ถูกต้อง; คือสามารถแก้ปัญหาหรือความทุกข์ ทั้งในชีวิตประจำวัน และโดยสิ้นเชิง. ๖.๓ แห่งการนำสัตว์ออกจากวัฏฏสงสาร สู่นิพพาน
นัยที่หนึ่ง: โดยระดับของการรู้: ๑. รู้สำหรับเจริญอยู่ในโลก. ๒. รู้สำหรับออกไปจากโลก (ความทุกข์). นัยที่สอง: โดยระดับของการกระทำ: ๑. ศีล: ความถูกต้องสมบูรณ์ทางกาย วาจา. ๒. สมาธิ: ความถูกต้องสมบูรณ์ทางจิต. ๓. ปัญญา: ความถูกต้องสมบูรณ์ทางสติปัญญา. นัยที่สาม: โดยฐานที่ตั้งของการกระทำ : คือ กาย วาจา จิต. นัยที่สี่: โดยรูปแบบของการดำเนินชีวิต (อาศรม): ๑. การศึกษาสำหรับผู้อยู่ในวัยหนุ่มสาว (พรหมจารี). ๒. การศึกษาสำหรับพ่อบ้านแม่เรือน (คฤหัสถ์). ๓. การศึกษาเพื่อความเป็นมุนี ๑ ผู้อยู่ในที่สงัดไม่มีการ จาริก (วนปรัสถ์). ๔. การศึกษาเพื่อความเป็นมุนีผู้จาริกเพื่อการสั่งสอน (สันยาสี)
๘.๑ ต้องครบทั้งสามความหมาย: คือทั้งกาย วาจา ใจ; และศีล สมาธิ ปัญญา. ๘.๒ ต้องเป็นการกระทำชนิดที่เป็นการมอบกายถวายชีวิต: คือ สัจจะ - ทำจริง; ทมะ - บังคับให้ทำจริง; ขันติ - อดทนเพื่อรักษา ความจริงไว้ให้ได้; จาคะ - ระบายสิ่งที่เป็นข้าศึกของความจริง ออกอยู่เสมอ. ___________________________________ ๑ มุนี แปลว่า ผู้รู้และผู้มีคุณสมบัติตามความรู้นั้น ; อีกความหมายหนึ่งแปลว่าผู้นิ่งเพราะไม่มี สิ่งรบกวน. แม่บท .. สิกขา ๒๖๐ สรุปความว่า: บวชจริง เรียนจริง ปฏิบัติจริง ได้ผลจริง สืบคำสอนต่อไปจริง ๆ. ๘.๓ ต้องเป็นการนำมาซึ่งความฉลาด ที่ไม่ส่งเสริมความเห็นแก่ตัว; แต่กำจัดความเห็นแก่ตัว
๙.๑ เป็นสิ่งจำเป็นที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดทุกระดับ จะต้องรู้ สำหรับแก้ ปัญหาทั้งทางกายและทางจิต. ๙.๒ เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตจะต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของสิกขา จนกว่าจะหมดปัญหา. ๙.๓ เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตจะต้องได้รับผลแห่งการปฏิบัติจนครบถ้วน เพียงพอแก่สถานะของตน ๆ จึงจะรอดอยู่ได้. ๙.๔ การศึกษาต้องสมบูรณ์ครบถ้วน ทั้งทางโลก ทางธรรม; คือทั้ง ทางวัตถุและทางจิตใจ
นัยที่หนึ่ง : หน้าที่ (โดยสมมติ) ของสิกขา : ๑. มีหน้าที่กำจัดความไม่รู้ (อวิชชา) และปัญหาทั้งปวง อันเกิดจากความไม่รู้. ๒. มีหน้าที่นำสัตว์ไปสู่ความสิ้นสุดแห่งความทุกข์ (นิพพาน). นัยที่สอง : หน้าที่ของมนุษย์ต่อสิกขา : ๑. ต้องมีการศึกษาเป็นเครื่องนำทางของชีวิต. ๒. ต้องมีการเลื่อนชั้นการศึกษาของตนจนกว่าจะหมด ปัญหาแห่งชีวิต (นิพพาน). ๓. ต้องมีความจริงจังต่อการศึกษาให้สมกับเป็นสิ่งที่ สำคัญสูงสุดของชีวิต
เป็นเสมือน: ๑๑.๑ ศาสตรา อันเป็นเครื่องกำจัดศัตรูทั้งภายนอกและภายใน. ๑๑.๒ โล่ เป็นสิ่งป้องกันอาวุธจากศัตรู. กพ.น ๑๑.๓ แสงสว่าง, แผนที่, เข็มทิศของชีวิต. ๑๑.๔ เครื่องรางอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งในแง่ของพุทธศาสตร์และไสยศาสตร์
๑๒.๑ เกิดจากการบีบคั้นของความทุกข์ตามธรรมชาติ (โดยสัญ-ชาตญาณ). ๑๒.๒ เกิดจากสัมมาทิฏฐิของมนุษย์เอง (โดยภาวิตญาณ). ๑๒.๓ เกิดจากความต้องการเพื่อความเจริญยิ่ง ๆขึ้นไป (โดยตัณหาของมนุษย์เอง)
๑๓.๑ การสะดุดหรือหยุดชะงักไปตามคราว เพราะขาดเหตุปัจจัย ตามธรรมดาของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ เมื่อจบสิ้นการศึกษา. ๑๓.๓ เมื่อขาดปัจจัยของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางวัตถุหรือทางจิตใจ
๑๔.๑ อัสสาทะจากตัวสิกขา : คือ เป็นที่พอใจหลงใหลของนักปราชญ์. ๑๔.๒ อัสสาทะจากผลของการศึกษา : คือ การทำให้ผู้ศึกษาได้รับ สิ่งที่เขาต้องการ
สิกขาที่แท้จริงไม่มีอาทีนวะ; มีแต่สิกขาที่ถือ เอาผิด; คือถือเอาด้วยความยึดมั่นถือมั่นด้วยทิฏฐิ ตัณหา อุปาทาน
ไม่ต้องมีการออกจากการศึกษา; มีแต่การ ศึกษานำสัตว์ออกจากทุกข์ เมื่อมีการศึกษาอย่างถูกต้องและเพียงพอ
๑๗.๑ เรียนจากผู้สอน: คือ พระศาสดา ครูบาอาจารย์ ด้วยการ ฟัง การใคร่ครวญ และการปฏิบัติ. แม่บท.สิกขา ๒๖๒ ๑๗.๒ เรียนจากธรรมชาติ : คือ เรียนจากตัวความทุกข์ และ ปัจจัยแห่งความทุกข์ ที่เกิด-ดับอยู่กับจิตใจของตนเอง
คือ ทำให้ชีวิตได้รับการพัฒนาไปตามลำดับขั้น จนเป็นชีวิตที่หมดปัญหา ทั้งทางโลกและทางธรรม
เข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่าสิกขา : ๑๙.๑ การได้คบสัตบุรุษ. ๑๙.๒ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม. ๑๙.๓ การถูกความทุกข์บีบคั้น. ๑๙.๔ ความเป็นผู้รักการศึกษาเป็นนิสัย
สิกขาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ กัลยาณมิตร. ๒๐.๒ ปัจจัยที่จำเป็นแก่การศึกษาที่ถูกต้อง
๒๑.๑ ภาษาคน: การศึกษาเล่าเรียน. ภาษาธรรม: การพัฒนาชีวิตด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา. ๒๑.๒ ภาษาคน: เพื่อการได้ผลทางวัตถุ. ภาษาธรรม: เพื่อการได้ผลทางจิตใจ. ๒๑.๓ ภาษาคน: คนสอน. ภาษาธรรม: ธรรมชาติสอน. : : : ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. พุทธิกจริยธรรม ๒.ฟ้าสางฯ ตอน๒ ๓. สันทัสเสตัพพธรรม ๔. อะไรคืออะไร?
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ