เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
๑.๑ ภาวะแห่งความปกติ. ๑.๒ ธรรมที่ทำความปกติ. ๑.๓ ธรรมที่เป็นความปกติ
๒.๑ ศีลธรรมในความหมายที่ใช้กันทั่วไป: หมายถึงธรรมะขั้น พื้นฐานยังไม่ถึงขั้นปรมัตถ์. ๒.๒ "ธรรม" ในความหมายตามภาษาบาลีก็ดี; หรือภาษาธรรม ที่ใช้ในทางศาสนาทั้งหมดทุกชั้นทุกระดับก็ดี; ย่อมหมายถึง นิพพานด้วย; เพราะไม่มีอะไรจะทำความปกติเท่ากับนิพพาน. ๒.๓ ได้แก่ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็นอยู่ตามปกติ; ไม่มี อะไรปรุงแต่งแทรกแซง. ๓. ไวพจน์: โดยพยัญชนะไม่มี, มีแต่โดยอรรถะ: คือ คำว่า โลกิยธรรม ได้แก่ธรรมที่เป็นวัฏฏคามินีปฏิปทา ๑ ทั่ว ๆ ไป
๔.๑ องค์ประกอบที่จะทำให้เรียกได้ว่าศีลธรรม : ๑. ความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอ; การปฏิบัติที่ถูกต้องและ เพียงพอ; ผลของการปฏิบัติที่ถูกต้องและเพียงพอ. ๒. วัฒนธรรมพื้นฐานประจำบ้านเรือนถูกต้อง; สิ่งแวดล้อม ถูกต้อง; การศึกษาถูกต้อง. ๑ วัฏฏคามินีปฏิปทา : หมายถึง ข้อปฏิบัติเป็นไปเพื่อวัฏฏะ คือ วนเวียนอยู่ในวัฏฏะ. ๓. ต้องเป็นสิ่งที่อาจจะเรียนรู้ได้; อาจจะเข้าใจได้; อาจจะปฏิบัติได้. ๔.๒ องค์ประกอบของการทำให้เกิดศีลธรรม: ๑. ต้องมีการสอน. ๒. ต้องมีการปฏิบัติ. ๓. ต้องมีการช่วยให้ปฏิบัติสำเร็จ
๕.๑ มีความหมายเหมาะสมสำหรับเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของสังคม. ๕.๒ ไม่สูงถึงปรมัตถธรรม. ๕.๓ มีลักษณะพร้อมที่จะเป็นบาทฐานของปรมัตถธรรม
๖.๑ เคลื่อนไหวไปในทางสร้างสรรค์ความสงบ. ๖.๒ เคลื่อนไหวไปในทางยุติวิกฤตการณ์. ๖.๓ เคลื่อนไหวไปในทางสร้างสรรค์มิตรภาพทุกระดับ
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. ศีลธรรมระดับบุคคล. ๒. ศีลธรรมระดับสังคม. ๓. ศีลธรรมระดับโลก. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. ศีลธรรมที่ยึดหลักศาสนาตามกฎธรรมชาติ. ๒. ศีลธรรมที่มนุษย์ตกลงสมมติบัญญัติขึ้น. กลุ่มที่สอง: ๑. ศีลธรรมที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับกาละเทศะ. ๒. ศีลธรรมที่ต้องขึ้นอยู่กับกาละเทศะ. แม่บท .. ศีลธรรม ๒๑๘ กลุ่มที่สาม: ๑. ศีลธรรมที่เป็นไปเพื่อวัฏฏคามินี: คือ ส่งเสริมเพื่อเป็นไปตามวัฏฏะ. ๒. ศีลธรรมที่เป็นไปเพื่อวิวัฏฏคามินี: คือ ส่งเสริมเพื่อออก จากวัฏฏะ : เช่น การให้ทาน เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง : เอาสวรรค์ แฮต= วัฏฏะ ให้หมด "ตัวกู” = วิวัฏฏะ
๘.๑ เว้นในสิ่งที่ควรเว้น กระทำในสิ่งที่ควรกระทำ; ช่วยเฉพาะใน สิ่งที่ควรช่วย; ยกย่องสรรเสริญในที่ควร. ๘.๒ ทำดี ดีเสร็จแต่เมื่อทำ ไม่ต้องรอการได้ดี; ทำชั่ว ชั่วเสร็จแต่ เมื่อทำ ไม่ต้องรอการได้ชั่ว. ๘.๓ การได้ผลพลอยได้ทีหลังนั้นไม่เป็นประมาณ: ได้ก็ได้ ไม่ได้ ก็ได้; ตรงตามความประสงค์ก็ได้ ไม่ตรงตามความประสงค์ ก็ได้. ๘.๔ ลาภผลที่ได้มาจากการทำชั่ว ก็ถือว่าเป็นของชั่ว; ไม่พึง ปรารถนา. ๘.๕ คนรวย, คนสวย, คนฉลาด, คนสามารถ ฯลฯ ยังไม่แน่ว่าเป็น คนมีศีลธรรม. ๘.๖ คนจน, คนขี้เหร่, คนไม่ฉลาด, คนไม่สามารถ ฯลฯ ก็มีศีลธรรมได้. ๘.๗ สังคมทุกชนิดต้องมีศีลธรรมเป็นหลักสำหรับความอยู่รอด
๙.๑ ศีลธรรมเป็นสิ่งที่ต้องมีเหตุผลทางปรมัตถธรรมเป็นรากฐาน. ๙.๒ การปฏิบัติตามแนวทางไสยศาสตร์อย่างถูกต้องนั้น; จะต้อง เป็นการส่งเสริมศีลธรรมตามแบบของคนปัญญาอ่อน. ๙.๓ ศีลธรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์. ๙.๔ ไม่มีปัญหาใดๆ ในโลกที่มิได้มาจากการขาดศีลธรรม. ๙.๕ ศีลธรรมมีทั้งที่ตรงตามกฎธรรมชาติ และที่อำนวยตามความประสงค์ของมนุษย์. ๙.๖ ศีลธรรมเป็นรากฐานของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ๑๐. หน้าที่ ศีลธรรมโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ กำจัดเสนียดจัญไรในโลก. ๑๐.๒ ในการทำคนให้เป็นมนุษย์. ๑๐.๓ ในการแก้ปัญหาของสังคมทุกระดับ. ๑๐.๔ ในการกำจัดความเห็นแก่ตัวของสังคม. ๑๐.๕ เข้ามาแทรกแซงในกิจกรรมของมนุษย์ทุกกรณี
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ร่มเงาแห่งพฤกษาชาติสำหรับโลก. ๑๑.๒ ภูมิป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน. ๑๑.๓ เครื่องนุ่งห่มที่ปกปิดความละอาย และให้ความสวยงาม
๑๒.๑ ความมีหิริโอตตัปปะ. ๑๒.๒ ความกลัวการถูกลงโทษ กลัวความตกต่ำทางสังคม. ๑๒.๓ ความอยากได้สวรรค์. ๑๒.๔ การทำตามกันมาตามประเพณีของวงศ์ตระกูลและสังคม. ๑๒.๕ การทำด้วยความกตัญญูต่อบุพการี. ๑๒.๖ การคบสัตบุรุษ. ๑๒.๗ การมองเห็นโทษของความไม่มีศีลธรรม. ๑๒.๘ ความมีสัมมาทิฏฐิ. ๑๒.๙ ความอยากดับทุกข์ในขั้นเริ่มต้น
๑๓.๑ เมื่อถูกกิเลสครอบงำ. ๑๓.๒ เมื่อพ้นกาละเทศะ อันเป็นต้นเหตุแห่งปัญหา. แม่บท .. ศีลธรรม ๒๒๐
๑๔.๑ ความอุ่นใจว่าจะได้สวรรค์ หรือสิ่งที่ปรารถนา. ๑๔.๒ ความหวังในทางบวกทุกชนิด. ๑๔.๓ ความมีหน้ามีตา มีชื่อเสียงเกียรติยศในสังคม
ไม่ควรจะกล่าวว่ามี (แม้ความยากลำบาก หมดเปลืองในการปฏิบัติศีลธรรม ก็ไม่ถือว่าเป็น อาทีนวะ); จะมี บ้าง ก็ต่อเมื่อหลงใหลมัวเมายึดถือด้วยอุปาทาน ในผลของความมี ศีลธรรม
ไม่มี สำหรับการออกจากศีลธรรม; แต่มี สำหรับออกจากความหลงใหลเข้าใจผิดในผลของศีลธรรม ซึ่งเรียก ว่าสีลัพพตปรามาส
เพื่อเข้าถึงศีลธรรม: ๑๗.๑ ควบคุมสัญชาตญาณอย่างสัตว์ คือความรู้สึกทางอายตนะที่ เป็นเหตุให้เกิดความเห็นแก่ตัว. ๑๗.๒ ระวังให้มีความถูกต้องทั้งทางวัตถุ, ทางกาย, ทางจิต, ทาง สติปัญญา. ๑๗.๓ ให้มีการอยู่กันอย่างเพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ใช่อย่างลูกจ้าง กับนายจ้าง หรือนายทุนกับชนกรรมาชีพ. ๑๗.๔ ยอมรับความที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อการอยู่กันเป็นสังคม; มิใช่เพื่อต่างคนต่างอยู่
๑๘.๑ มีสันติสุขส่วนบุคคล. ๑๘.๒ มีสันติภาพของสังคม. ๑๘.๓ เป็นบันไดแห่งการเข้าถึงนิพพาน. ๑๘.๔ ทำให้มนุษย์มีความแปลกแตกต่างจากสัตว์. ๑๘.๕ มีสวรรค์ตัวอย่างที่นี่ และเดี๋ยวนี้. ๒๒๑ กผพ. แม่บท...ศีลธรรม ๑๘.๖ มีภาวะปกติในทุกความหมายของคำว่า “ศีล”
เข้าสู่ความมีศีลธรรม: ๑๙.๑ ถูกความทุกข์ทรมานบีบคั้น. ๑๙.๒ กรรมพันธุ์ดี. ๑๙.๓ สิ่งแวดล้อมดี
ศีลธรรมโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: กับความมีศีลธรรม: ๒๐.๑ การศึกษาอบรมที่ถูกต้อง (ที่เป็นไปเพื่อการทำลายความเห็น แก่ตัว). ๒๐.๒ วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม (ที่เห็นแก่ประโยชน์ของทุกฝ่าย). ๒๐.๓ ความมีหิริโอตตัปปะเป็นนิสัย. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม: ศีลธรรมโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ภาษาคน: เป็นเรื่องโลกิยะ. ภาษาธรรม: เป็นเรื่องทั้งโลกิยะ และโลกุตตระ. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. การกลับมาแห่งศีลธรรม ๓. เมื่อธรรมครองโลก ๕. ศีลธรรมกับมนุษย์โลก ๒. ธรรมะกับการเมือง ๔. เยาวชนกับศีลธรรม ๖. อริยศีลธรรม
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๑๐, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ