Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

ทาน

อรรถลักษณะ ๒๐ ข้อ · น.๕๖
การให้จาคะบริจาคการเสียสละ

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ การให้, สิ่งที่ให้, สถานที่ให้

ข้อ ๒อรรถะ

๒.๑ เพื่อช่วยเหลือ. ๒.๒ เพื่อบูชาคุณ. ๒.๓ เพื่อลดกิเลสของตนเอง. ๓. ไวพจน์: คือ จาคะ, บริจาค, การเสียสละ

ข้อ ๔องค์ประกอบ

คือ การมีเจตนาที่จะให้, การมี สิ่งที่จะให้, การมีการให้, การมีผู้รับ

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ เป็นการช่วยเหลือ. ๕.๒ เป็นการบูชาคุณ. ๕.๓ เป็นการลดกิเลสของตน

ข้อ ๖อาการ

๖.๑ ให้ด้วยเจตนาที่เป็นกุศล โดยอาการสามอย่างตาม ลักษณะที่กล่าวแล้ว. ๖.๒ ให้ด้วยเจตนาที่เป็นอกุศล โดยอาการเพื่อหากำไร, หาชื่อเสียงและเพื่อผูกพันคน. ๖.๓ ให้โดยอาการที่เคารพหรือไม่เคารพ ในบุคคลที่รับ และของที่ให้

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ ประเภทที่ต้องมีผู้รับ: ได้แก่: ๑. วัตถุทาน: ให้เป็นของ. ๒. อภัยทาน: ให้ความไม่มีเวร. ๓. ธรรมทาน: ให้ความรู้. ๗.๒ ประเภทที่ไม่ต้องมีผู้รับเรียกว่าจาคะ: คือ สละสิ่งที่ไม่ ควรจะมีอยู่ในตน และสละความยึดถือว่าตน เรียกว่า สุญญตาทาน

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ ทานมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ต่อเมื่อมีความบริสุทธิ์และ ถูกต้องในผู้ให้และผู้รับ; ในของที่ให้, อาการที่ให้, เวลา ที่ให้,สถานที่ให้. ๘.๒ ทานที่มีผลน้อยหรือเกือบไม่มีผลเลย เมื่อตรงกันข้าม จากที่กล่าวแล้ว

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ จะเป็นทานชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของการให้. ๙.๒ จะมีผลมากหรือมีผลน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ หรือ ความถูกต้องของการกระทำ. ๙.๓ พระอริยเจ้าจะสรรเสริญหรือไม่สรรเสริญ ก็ขึ้นอยู่กับการ วิจัยเลือกเฟ้น(ผู้ให้, ของที่ให้, เวลาที่ให้ ฯลฯ). ๙.๔ จะมีผลเป็นโลกิยะ หรือโลกุตตระ ก็ขึ้นอยู่กับอุปาทานของ ผู้ให้

ข้อ ๑๐หน้าที่

๑๐.๑ หน้าที่ต่อสิ่งที่เรียกว่า นัยที่หนึ่ง : หน้าที่โดยธรรมชาติ: ทุกคนต้องให้ทาน เพราะ ธรรมชาติกำหนดให้มีการช่วยเหลือกัน. นัยที่สอง : หน้าที่ทางศาสนาหรือทางศีลธรรม: เราต้อง ให้ทานเพื่อกำจัดความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นการ ปฏิบัติธรรมทางศาสนา. แม่บท .. ทาน ๕๘ นัยที่สาม : หน้าที่ทางสังคมหรือทางการเมือง: เราต้อง ให้ทานเพราะเป็นการช่วยกันสร้างสันติภาพ. ๑๐.๒ หน้าที่ของผู้บำเพ็ญ ต้องมีการวิจัย แล้วเลือกเฟ้น ระมัดระวังการบำเพ็ญทาน ให้ถูกต้อง ตามกฎเกณฑ์ที่กล่าวแล้ว

ข้อ ๑๑อุปมา

๑๑.๑ ทานมีอุปมาเหมือนการรบ ชนะกิเลสเท่าไรก็ให้ทาน เท่านั้น;พ่ายแพ้แก่กิเลสก็ไม่ให้ทานเลย. ๑๑.๒ ทานมีอุปมาเหมือนโซ่สัมพันธ ไมตรี หรือบางทีก็ เสมือนเบ็ด

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยฝ่ายกุศล: ๑. ความรักความเมตตา. ๒. ความเห็นแก่ส่วนรวม. ๓. ความอยากมีบุญมีกุศล. ๑๒.๒ สมุทัยฝ่ายไม่สุจริตเจือด้วยอกุศล: คือ ทำด้วยความโลภ, ความเห็นแก่ตัว, การค้ากำไรเกินควร, ความอยากมีหน้า มีตา,การผูกมัดคนให้อยู่ใต้อำนาจ ฯลฯ

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ การไม่ได้รับผลตามที่หวังไว้ จึงหยุดทำทานหรือหมด ศรัทธา. ๑๓.๒ ความโลภหรือความตระหนี่เกิดขึ้นครอบงำ. ๑๓.๓ ความหมดปัจจัยและโอกาส

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ อัสสาทะระดับต่ำ: ๑. ความมีหน้ามีตา มีพวกพ้องบริวาร. ๒. ความอุ่นใจ ความแน่ใจว่า มีบุญมีกุศลเป็นที่พึ่ง. ๑๔.๒ อัสสาทะระดับสูง: ๑. จิตที่ให้สบายกว่าจิตที่เอา อย่างที่เปรียบกันไม่ได้. ๒. รู้สึกว่ามีบันไดแห่งนิพพาน หรืออยู่ใกล้นิพพาน

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

อาทีนวะของทานโดยตรงไม่มี; จะมีก็ต่อเมื่อ มีการทำทานด้วยมิจฉาทิฏฐิ หรือความงมงาย

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

ไม่ต้องมีนิสสรณะจากทาน แต่ทานเป็นนิสสรณะ อยู่ในตัวมันเอง; คือ เป็นเครื่องนำบุคคลออกมาเสียจากกิเลสและ ความทุกข์

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เพื่อนำเข้าไปสู่ทาน: ๑๗.๑ บำเพ็ญทานด้วยสัมมาทิฏฐิ. ๑๗.๒ มีสติสัมปชัญญะ เลือกเฟ้นวิจัยในการทำทาน. ๑๗.๓ ทำให้เป็นการลดอุปาทาน หรือความเห็นแก่ตัว. ๑๗.๔ ทำทานให้ถูกฝาถูกตัว ถูกกาละเทศะ

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ ฝ่ายโลกุตตระ: ๑. เป็นปัจจัยแก่การบรรลุพระนิพพาน หรือเป็นบันไดขั้นต้น เพื่อพระนิพพาน. ๒.เป็นการลดความมีตัวหรือความเห็นแก่ตัวในลักษณะที่ง่าย หรือสะดวก. ๑๘.๒ ฝ่ายโลกิยะ: ๑. เป็นที่รักที่พอใจเคารพนับถือในสังคม. ๒. เพิ่มความแน่ใจว่าปลอดภัยในการอยู่ในสังคมยิ่งขึ้น

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปสู่การบำเพ็ญทาน: ๑๙.๑ การคบหาสมาคมหรือการอยู่ในสกุลของบุคคลผู้มีใจบุญ สุนทร์ทานอยู่เป็นประจำ. แม่บท .. ทาน ๖๐ ๑๙.๒ การสังเกตเห็นประโยชน์ในกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ที่มีกัน อยู่ทั่วไป

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ทานโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ ความถูกต้องของเจตนาที่จะให้, การให้, สิ่งที่ให้, ผู้รับ, ตลอดถึงเวลาและสถานที่. ๒๐.๒ มีสัมมาทิฏฐิทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

ภาษาคน: การให้วัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์แก่ผู้รับ. ภาษาธรรม: การให้หรือการเสียสละทุกสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน หรือกีดขวางหนทางพระนิพพาน.ปฏิแยกศ.๒๑ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ศารทกาลิกเทศนา เล่ม ๑ ๒. โอสาเรตัพพธรรม

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๒ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ