เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ การให้, สิ่งที่ให้, สถานที่ให้
๒.๑ เพื่อช่วยเหลือ. ๒.๒ เพื่อบูชาคุณ. ๒.๓ เพื่อลดกิเลสของตนเอง. ๓. ไวพจน์: คือ จาคะ, บริจาค, การเสียสละ
คือ การมีเจตนาที่จะให้, การมี สิ่งที่จะให้, การมีการให้, การมีผู้รับ
มีลักษณะ: ๕.๑ เป็นการช่วยเหลือ. ๕.๒ เป็นการบูชาคุณ. ๕.๓ เป็นการลดกิเลสของตน
๖.๑ ให้ด้วยเจตนาที่เป็นกุศล โดยอาการสามอย่างตาม ลักษณะที่กล่าวแล้ว. ๖.๒ ให้ด้วยเจตนาที่เป็นอกุศล โดยอาการเพื่อหากำไร, หาชื่อเสียงและเพื่อผูกพันคน. ๖.๓ ให้โดยอาการที่เคารพหรือไม่เคารพ ในบุคคลที่รับ และของที่ให้
๗.๑ ประเภทที่ต้องมีผู้รับ: ได้แก่: ๑. วัตถุทาน: ให้เป็นของ. ๒. อภัยทาน: ให้ความไม่มีเวร. ๓. ธรรมทาน: ให้ความรู้. ๗.๒ ประเภทที่ไม่ต้องมีผู้รับเรียกว่าจาคะ: คือ สละสิ่งที่ไม่ ควรจะมีอยู่ในตน และสละความยึดถือว่าตน เรียกว่า สุญญตาทาน
๘.๑ ทานมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ต่อเมื่อมีความบริสุทธิ์และ ถูกต้องในผู้ให้และผู้รับ; ในของที่ให้, อาการที่ให้, เวลา ที่ให้,สถานที่ให้. ๘.๒ ทานที่มีผลน้อยหรือเกือบไม่มีผลเลย เมื่อตรงกันข้าม จากที่กล่าวแล้ว
๙.๑ จะเป็นทานชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของการให้. ๙.๒ จะมีผลมากหรือมีผลน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ หรือ ความถูกต้องของการกระทำ. ๙.๓ พระอริยเจ้าจะสรรเสริญหรือไม่สรรเสริญ ก็ขึ้นอยู่กับการ วิจัยเลือกเฟ้น(ผู้ให้, ของที่ให้, เวลาที่ให้ ฯลฯ). ๙.๔ จะมีผลเป็นโลกิยะ หรือโลกุตตระ ก็ขึ้นอยู่กับอุปาทานของ ผู้ให้
๑๐.๑ หน้าที่ต่อสิ่งที่เรียกว่า นัยที่หนึ่ง : หน้าที่โดยธรรมชาติ: ทุกคนต้องให้ทาน เพราะ ธรรมชาติกำหนดให้มีการช่วยเหลือกัน. นัยที่สอง : หน้าที่ทางศาสนาหรือทางศีลธรรม: เราต้อง ให้ทานเพื่อกำจัดความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นการ ปฏิบัติธรรมทางศาสนา. แม่บท .. ทาน ๕๘ นัยที่สาม : หน้าที่ทางสังคมหรือทางการเมือง: เราต้อง ให้ทานเพราะเป็นการช่วยกันสร้างสันติภาพ. ๑๐.๒ หน้าที่ของผู้บำเพ็ญ ต้องมีการวิจัย แล้วเลือกเฟ้น ระมัดระวังการบำเพ็ญทาน ให้ถูกต้อง ตามกฎเกณฑ์ที่กล่าวแล้ว
๑๑.๑ ทานมีอุปมาเหมือนการรบ ชนะกิเลสเท่าไรก็ให้ทาน เท่านั้น;พ่ายแพ้แก่กิเลสก็ไม่ให้ทานเลย. ๑๑.๒ ทานมีอุปมาเหมือนโซ่สัมพันธ ไมตรี หรือบางทีก็ เสมือนเบ็ด
๑๒.๑ สมุทัยฝ่ายกุศล: ๑. ความรักความเมตตา. ๒. ความเห็นแก่ส่วนรวม. ๓. ความอยากมีบุญมีกุศล. ๑๒.๒ สมุทัยฝ่ายไม่สุจริตเจือด้วยอกุศล: คือ ทำด้วยความโลภ, ความเห็นแก่ตัว, การค้ากำไรเกินควร, ความอยากมีหน้า มีตา,การผูกมัดคนให้อยู่ใต้อำนาจ ฯลฯ
๑๓.๑ การไม่ได้รับผลตามที่หวังไว้ จึงหยุดทำทานหรือหมด ศรัทธา. ๑๓.๒ ความโลภหรือความตระหนี่เกิดขึ้นครอบงำ. ๑๓.๓ ความหมดปัจจัยและโอกาส
๑๔.๑ อัสสาทะระดับต่ำ: ๑. ความมีหน้ามีตา มีพวกพ้องบริวาร. ๒. ความอุ่นใจ ความแน่ใจว่า มีบุญมีกุศลเป็นที่พึ่ง. ๑๔.๒ อัสสาทะระดับสูง: ๑. จิตที่ให้สบายกว่าจิตที่เอา อย่างที่เปรียบกันไม่ได้. ๒. รู้สึกว่ามีบันไดแห่งนิพพาน หรืออยู่ใกล้นิพพาน
อาทีนวะของทานโดยตรงไม่มี; จะมีก็ต่อเมื่อ มีการทำทานด้วยมิจฉาทิฏฐิ หรือความงมงาย
ไม่ต้องมีนิสสรณะจากทาน แต่ทานเป็นนิสสรณะ อยู่ในตัวมันเอง; คือ เป็นเครื่องนำบุคคลออกมาเสียจากกิเลสและ ความทุกข์
เพื่อนำเข้าไปสู่ทาน: ๑๗.๑ บำเพ็ญทานด้วยสัมมาทิฏฐิ. ๑๗.๒ มีสติสัมปชัญญะ เลือกเฟ้นวิจัยในการทำทาน. ๑๗.๓ ทำให้เป็นการลดอุปาทาน หรือความเห็นแก่ตัว. ๑๗.๔ ทำทานให้ถูกฝาถูกตัว ถูกกาละเทศะ
๑๘.๑ ฝ่ายโลกุตตระ: ๑. เป็นปัจจัยแก่การบรรลุพระนิพพาน หรือเป็นบันไดขั้นต้น เพื่อพระนิพพาน. ๒.เป็นการลดความมีตัวหรือความเห็นแก่ตัวในลักษณะที่ง่าย หรือสะดวก. ๑๘.๒ ฝ่ายโลกิยะ: ๑. เป็นที่รักที่พอใจเคารพนับถือในสังคม. ๒. เพิ่มความแน่ใจว่าปลอดภัยในการอยู่ในสังคมยิ่งขึ้น
เข้าไปสู่การบำเพ็ญทาน: ๑๙.๑ การคบหาสมาคมหรือการอยู่ในสกุลของบุคคลผู้มีใจบุญ สุนทร์ทานอยู่เป็นประจำ. แม่บท .. ทาน ๖๐ ๑๙.๒ การสังเกตเห็นประโยชน์ในกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ที่มีกัน อยู่ทั่วไป
ทานโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ ความถูกต้องของเจตนาที่จะให้, การให้, สิ่งที่ให้, ผู้รับ, ตลอดถึงเวลาและสถานที่. ๒๐.๒ มีสัมมาทิฏฐิทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย
ภาษาคน: การให้วัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์แก่ผู้รับ. ภาษาธรรม: การให้หรือการเสียสละทุกสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน หรือกีดขวางหนทางพระนิพพาน.ปฏิแยกศ.๒๑ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ศารทกาลิกเทศนา เล่ม ๑ ๒. โอสาเรตัพพธรรม
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ