Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

วิชชา

อรรถลักษณะ ๑๗ ข้อ · น.๑๗๕
วิชชา ๓วิชชา ๘ปัสสนา

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ ความรู้ถูกต้อง แจ่มแจ้ง วิเศษ (คือดับ ทุกข์ได้)

ข้อ ๒อรรถะ

คือ ความรู้ในสิ่งที่ควรรู้: คือ รู้แล้วปฏิบัติได้ ดับทุกข์ได้. (คำนี้ใช้เฉพาะความรู้ในทางธรรม; ถ้าเป็นความรู้ทั่วไปทางโลก เรียกว่า “วิชา”). ๓. ไวพจน์: คือ ปัญญา, ญาณ, แสงสว่าง, จักษุ, ปัสสนา ฯลฯ

ข้อ ๔องค์ประกอบ

๑. ความเป็นสิ่งที่อาจรู้หรือเข้าใจได้. ๒. ความเป็นสิ่งที่อาจปฏิบัติได้ไม่เหลือวิสัย. ๓. ความมีเหตุผลแสดงอยู่ในตัว. ๔. ความมีปาฏิหาริย์ ๑ คือแสดงผลดีที่จะได้รับอยู่ในตัว. ๕. ความที่เมื่อปฏิบัติแล้วดับทุกข์ได้จริงแสดงอยู่

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ แห่งความรอบรู้. ๕.๒ แห่งการส่องแสงกำจัดความมืด. ๕.๓ แห่งความเป็นไปเพื่อโพธิและนิพพาน. ๑ ปาฏิหาริย์: การนำสิ่งของหรือบุคคลไปได้ตามความประสงค์ของตน อย่างแปลกประหลาด น่าอัศจรรย์ที่สุด. (ดูรายละเอียดที่คำอธิบายศัพท์ หน้า ๕๔๓)

ข้อ ๖อาการ

มีอาการ : ๖.๑ ๖.๒ ๖.๓ ๖.๔ ส่องหนทางที่จะดำเนินไป. นำสัตว์ออกจากกองทุกข์. แห่งการกำจัดความมืด. เป็นปฏิปักษ์ต่ออวิชชา

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ ๗.๒ แบ่งโดยประเภทหนึ่ง: คือ รู้ปฏิจจสมุปบาท. แบ่งโดยประเภทสอง: ๑. ๒. วิชชาธาตุตามธรรมชาติที่สัญชาตญาณจะมีให้. วิชชาธาตุที่ได้รับการอบรมเป็นภาวิตญาณ. ๗.๓ แบ่งโดยประเภทสาม: นัยที่หนึ่ง: ๑. ๒. ๓. รู้อดีต. รู้อนาคต. รู้ทั้งอดีตและอนาคต. นัยที่สอง: ๑. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ: คือ ระลึกได้ถึงอุปาทานขันธ์; หมายถึงการเกิดดับของอุปาทานว่าตัวตนในวันหนึ่ง ๆ ถอย หลังตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด. แต่ยังมีอีกนัยหนึ่งซึ่งถือกันโดย ทั่ว ๆ ไป: ได้แก่การระลึกถึงขันธ์ที่เคยมีในภพก่อน คือ การระลึกชาติก่อน ๆ ได้. ๒. จุตูปปาตญาณ: ญาณคือเครื่องรู้ซึ่งจุติและอุปัตติของสัตว์ ทั้งหลาย. ๓. อาสวักขยญาณ: ญาณรู้ความสิ้นไปแห่งอาสวะ. ๗.๔ แบ่งโดยประเภทสี่: คือ รู้อริยสัจสี่: ๑. ๒. ๓. ๔. รู้ทุกข์. รู้เหตุแห่งทุกข์. รู้ความดับทุกข์.

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ ต้องเป็นความรู้ที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ (รู้อริยสัจ). ๘.๒ ต้องเป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ (มิใช่เพียงแต่เล่าเรียน). ๘.๓ ต้องเป็นความรู้ที่ท้าทายต่อการพิสูจน์. ๘.๔ ต้องมีความจริงของธรรมชาติเป็นวัตถุ (รากฐานที่ตั้ง)

ข้อ ๙สัจจะ

นัยที่หนึ่ง : สัจจะของวิชชา : ๑. ไม่มีส่วนแห่งความหลอกลวงหรือความคลุมเครือ กำกวม. ๒. อยู่รวมหรือทำงานร่วมกันไม่ได้กับอวิชชา. ๓. ไม่มีความดับของตัวเองในตัวเอง. ๔. ทำหน้าที่ “สหรคต” ๑ กับวิมุตติ. นัยที่สอง : สัจจะของการมีวิชชา : ๑. มีความแน่นอนต่อวิมุตติและนิพพาน. ๒. ความปราศจากอวิชชา

ข้อ ๑๐หน้าที่

นัยที่หนึ่ง : หน้าที่ (โดยสมมติ) ของวิชชา : ๑. กำจัดความมืดคืออวิชชา. ๒. จัดสรรและควบคุมความถูกต้องในธรรมทั้งปวง ให้เกิดภาวะถูกต้อง : คือ สัมมา หรือสัมมัตตะ ๒ แล้วเป็นไปเพื่อพระนิพพาน. นัยที่สอง : หน้าที่ของผู้ปฏิบัติเพื่อความมีวิชชา : คือการประกอบ โยคปฏิบัติในสมถะและวิปัสสนา

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ดวงประทีปให้แสงสว่าง. ๑๑.๒ ของมีคมตัดม่านของอวิชชาเครื่องปิดบังจิต. ๑๑.๓ เข็มทิศ. ๑ สหรคต: ไปด้วยกัน คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปด้วยกัน. ๒ สัมมัตตะ: ภาวะแห่งความถูกต้อง. (ดูรายละเอียดที่หมวดธรรม หน้า ๕๕๙)

ข้อ ๑๒สมุทัย

นัยที่หนึ่ง: โดยหลักพื้นฐานของธรรมชาติ: คือ ความเจนจัด แห่งการผ่านไปในกองทุกข์หรือแม้ในชีวิต. นัยที่สอง: โดยการประกอบกระทำของมนุษย์: คือการเจริญ จิตตภาวนา หรือสมาธิภาวนา

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

คือ ๑๓.๑ วิชชาเกิดเมื่อทำหน้าที่ วิชชาดับเมื่อเสร็จหน้าที่. ๑๓.๒ วิชชามีอัตถังคมะทุกคราวที่เสร็จหน้าที่ในกรณีนั้น ๆ

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

คือ วิชชาดับความลังเลสงสัยที่รบกวนจิตใจ ได้ทุกชนิด

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เพื่อเข้าถึงความมีวิชชา: นัยที่หนึ่ง: โดยธรรมชาติ : ๑. เป็นผู้เป็นอยู่ด้วยการสังเกต, การพิจารณา, การ ศึกษา ฯลฯ ไม่เป็นทาสทางสติปัญญาของผู้ใดหรือ สิ่งใดด้วยความงมงาย. ๒. มีกัลยาณมิตรเป็นสัตบุรุษ, เป็นบัณฑิต, เป็นนักปราชญ์. นัยที่สอง: โดยการปฏิบัติเฉพาะเจาะจง: คือการเจริญสติปัฏ- ฐานสี่ ๑

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ ทำให้รู้จักทุกข์, รู้เหตุแห่งทุกข์, รู้ความดับทุกข์, รู้ทางให้ พ้นทุกข์ (คือ รู้อริยสัจสี่). ๑ สติปัฏฐานสี่ : ข้อปฏิบัติมีสติเป็นประธานโดยกำหนดที่กาย เวทนา จิต ธรรม (ดูรายละเอียด ที่หมวดธรรม "โพธิปักขิยธรรม" หน้า ๕๕๖ ). ๑๗๙ กผพ. แม่บท...วิชชา ๑๘.๒ ทำให้การกระทำทุกอย่างมีความถูกต้อง (เป็นสัมมา); เป็น ไปเพื่อวิเวก ๑ , วิราคะ ๒ , นิโรธะ ๓ , โวสสัคคะ ๔ ก็คือนิพพาน นั่นเอง

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าสู่ความมีวิชชา: คือ การจัดตัวเอง ให้อยู่ท่ามกลางความแวดล้อมของความถูกต้อง (สัมมาวิหารธรรม) ; ที่ตรัสไว้ว่า เป็นเครื่องทำให้โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

วิชชาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ในการมีวิชชา: คือ โพธิ- ปักชิยธรรม (ธรรมเป็นฝักฝ่ายแห่งโพธิ) ทั้งปวง. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม : วิชชาโดยภาษาคน-ภาษาธรรม : ๒๑.๑ ภาษาคน: ความรู้สำหรับอยู่ในโลก (เรื่องปากเรื่องท้อง). ภาษาธรรม: ความรู้สำหรับจะไปสู่ภาวะเหนือโลก (นิพพาน). ๒๑.๒ ภาษาคน: เรียกว่า “วิชาความรู้". ภาษาธรรม: เรียกว่า "วิชชาความรู้แจ้งแทงตลอด”. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์ ๓. โมกขธรรมประยุกต์ ๒. พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ๔. อริยสัจจากพระโอษฐ์ ๑ วิเวก: หนึ่งหรือเดี่ยวอย่างสูงสุด; ได้แก่ความปราศจากสิ่งรบกวนโดยเด็ดขาด. มีถึงสามชั้น คือ: ทางกาย, ทางจิต, ทางสติปัญญา. ๒ วิราคะ: ปราศจากราคะ เครื่องย้อมจิต; คือปราศจากความกำหนัดยินดี, ตัณหา, อุปาทาน; อันเป็นเครื่องย้อมจิตใจไว้กับความ

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๑๕, ๑๖, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๕ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ