เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
หมายถึง ความรู้สึกที่เป็นความใคร่. ส่วนใหญ่ หมายถึง ความรู้สึกเกี่ยวกับเพศตรงกันข้ามในระดับของสัญชาตญาณ ก็ได้ ; ในระดับที่เจริญเกินกว่าระดับของสัญชาตญาณก็ได้. คำ ๆ นี้ใช้หมายถึงตัวความรู้สึกเช่นนั้นก็ได้ เรียกว่ากิเลสกาม ; หมายถึงสิ่งที่เป็นอารมณ์ของความรู้สึกเช่นนั้นก็ได้ เรียกว่า วัตถุกาม หรือกามคุณ ; หรือหมายถึงอาการหรือการกระทำตามความรู้สึก เช่นนั้นก็ได้ เรียกว่ากามหรือกามวิตก. ๓. ไวพจน์: คือ นันทิ, ราคะ, ตัณหา ฯลฯ ความกำหนัด, ความยินดี
๑. เวทนาที่ประกอบอยู่ด้วยอวิชชาอันเป็นเหตุให้ใคร่. ๒. อารมณ์ของความใคร่. ๓. กิริยาที่ใคร่
มีลักษณะ: ๕.๑ แห่งความเขลา (อวิชชา). ๕.๒ แห่งความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน). ๕.๓ แห่งความไม่รู้จักอิ่มจักพอ. ๕.๔ เผาลนหรือกัดเจ้าของ. ๕.๕ แห่งความดิ้นรนแสวงหา. ๕.๖ ให้เกิดการกระทำอย่างอื่นต่อไป. แม่บท..กาม ๘
มีอาการ : ๖.๑ ดิ้นรนแสวงหา (ปริเยสนา). ๖.๒ เพลิดเพลินยินดี (นันทิ). ๖.๓ สยบมัวเมาในสิ่งที่ได้มา (มุจฉา). ๖.๔ แห่งการเผาลนหรือกัดเจ้าของ. ๖.๕ แห่งการหึงหวงเห็นแก่ตัว. ๖.๖ ปรุงกามภพ
แบ่งโดยประเภทสอง : ๑. กิเลสกาม : คือ กามที่เป็นตัวกิเลส. ๒. วัตถุกาม : คือ กามที่เป็นตัววัตถุของกิเลส. (หรือจะแบ่งเป็น สามประเภทก็ได้ โดยเพิ่มตัวกาม ซึ่งเป็นตัวกิริยาอาการแห่งการ กระทำ)
๘.๑ กฎเกณฑ์ของความเป็นกามหรือความสมบูรณ์ของกาม: ต้องนำ หน้าด้วยมิจฉาสังกัปปะหรืออวิชชา แล้วตามด้วยกิเลสกาม วัตถุกาม และกิริยากาม; รวมทั้งผลสะท้อนที่เกิดตามมา เช่น กามภพ หรือวิกฤตการณ์ทั้งหลายที่เนื่องกันอยู่. ๘.๒ กามทุกรูปแบบหรือทุกกรณี มีสายแห่งปฏิจจสมุปบาทของมันเอง อย่างสมบูรณ์
นัยที่หนึ่ง : เกี่ยวกับมนุษย์เพื่อไม่สูญพันธุ์ : เป็นความลับของ ธรรมชาติ ใช้กามเป็นเครื่องล่อ หรือจ้างมนุษย์ให้ทำการ สืบพันธุ์; ซึ่งตามปกติเป็นสิ่งเจ็บปวด ยุ่งยากลำบาก ไม่ อยากกระทำ; แต่ก็ทนอำนาจของกามไม่ได้ จึงกระทำ การสืบพันธุ์. นัยที่สอง : เกี่ยวกับการพัฒนาหรือวิวัฒนาการ : มีกามเป็นเครื่อง ชักนำให้ก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด. นัยที่สาม: เกี่ยวกับสังคม : คือ มีการต่อสู้แข่งขันแย่งชิงเกี่ยวกับ สิ่งที่เรียกว่ากาม; จนกระทั่งเกิดอาชญากรรมอย่างไม่มี ที่สิ้นสุด. นัยที่สี่ : เกี่ยวกับการขัดแย้งในโลก : มีการทะเลาะวิวาทเกี่ยว กับกาม; แม้ที่สุดในระหว่างพี่กับน้อง หรือบิดากับบุตร. นัยที่ห้า : เกี่ยวกับชั้นหรือภูมิแห่งจิตใจมนุษย์ : คือกามธาตุ เป็น ความหมายสำคัญของสัตว์ ที่ตั้งอยู่ในกามาวจรภูมิ ๑ ; ถ้า ก้า
๑๐.๑ หน้าที่ (โดยสมมติ) ของสิ่งที่เรียกว่ากาม : คือ การปรุงแต่ง ให้เกิดกามภพ และหมู่สัตว์ทั้งหลายผู้ตกอยู่ในวิสัยแห่งกาม. ๑๐.๒ หน้าที่ของมนุษย์ต่อสิ่งที่เรียกว่ากาม : คือ ทำการศึกษาให้ รู้จักสิ่งที่เรียกว่ากาม; แล้วเปลื้องตนออกมาเสียจากอำนาจ ของสิ่งที่เรียกว่ากาม; เรียกว่าอยู่เหนือกาม. มิฉะนั้นจะเป็น สัตว์นรกอยู่ในเมืองสวรรค์; ดังที่กำลังมี กำลังเป็นอยู่ใน บัดนี้ แม้ในโลกนี้. ๑๐.๓ หน้าที่ของผู้สืบพระศาสนาต่อสิ่งที่เรียกว่ากาม : คือ การ สั่งสอน การทำตัวอย่างให้ดู และการช่วยเหลือให้สัตว์ทั้ง หลายได้ออกมาเสียจากอำนาจของกาม; มิใช่เป็นผู้จมกาม เสียเอง
เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ หัวงูพิษ ที่คนมักจับเอาโดยไม่รู้จัก. ๑๑.๒ บ่วงคล้องสัตว์ ดิ้นให้หลุดไม่ได้. ๑๑.๓ คบเพลิงหญ้า ถือทวนลมไหม้มือผู้ถือ. ____________________________________________ ๑ กามาวจรภูมิ : ภาวะของจิตประเภทที่ท่องเที่ยวไปในกาม. ๒ โลกุตตรภูมิ : ภาวะของจิตประเภทที่อยู่เหนือโลก คือ เหนือปัญหาทุกอย่างในโลก. แม่บท..กาม ๑๐ ๑๑.๔ หลุมถ่านเพลิง ตกลงไปแล้วยากที่จะรอด. ๑๑.๕ เบ็ดที่หุ้มเหยื่อ สำหรับเกี่ยวปลาโง่. ๑๑.๖ ลูกศรอาบยาพิษ มีความเจ็บปวดสูงสุดในระยะหลัง. ๑๑.๗ ท่อนกระดูกมีเนื้อติดแต่เล็กน้อย ให้ความสุขน้อย ให้ทุกข์มาก ในการกิน. ๑๑.๘ เขียงรองสับเนื้อ เป็นที่รองรับการสับโขกรอบด้าน. ๑๑.๙ ชิ้นเนื้อในปากสัตว์ที่จะถูกสัตว์อื่นตามยื้อแย่ง. ๑๑.๑๐ หอกและหลาว ซึ่งมีไว้เพียงเพื่อการแทงตัวเอง. ๑๑.๑๑ วั
๑๒.๑ อวิชชาในกาม ความไม่รู้โดยประการทั้งปวง. ๑๒.๒ ความหลงใหลในอัสสาทะของกาม. ๑๒.๓ ความสุกงอมของต่อมแกลนด์สำหรับความรู้สึกทางเพศ ตาม สัญชาตญาณของสามัญสัตว์. (คำกล่าวนี้เป็นกรรมวิธีหรือ กลไกของธรรมชาติ มิใช่ข้อความในพระคัมภีร์ แต่ก็เป็นสิ่งที่ ควรรู้ในการปฏิบัติธรรม; จึงนำมากล่าว). ๑๒.๔ การถูกแวดล้อมด้วยอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึกทางกาม; ซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังมีอยู่ในปัจจุบัน
๑๓.๑ ความดับไปตามคราวเพราะเสร็จกิจ หรือขาดเหตุปัจจัยตาม ธรรมดาของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ พลังสติ พลังวิชชา มาทันเวลาก่อนแต่จะเกิด หรือกำลังเกิดอยู่ ก็ตาม. ๑๓.๓ ความดับแห่งกามมี เพราะความดับแห่งเวทนา
๑๔.๑ รสอร่อยและความเมาในรสอร่อย ที่ได้มาจากการบริโภคกาม. ๑๔.๒ กามมุจฉา ความเมาในความสมประสงค์ของกิเลสกาม
๑๕.๑ ทำความเจ็บปวดเป็นทุกข์แก่ผู้ยึดครอง; ทั้งก่อนได้ ได้อยู่ และจากไป; ในลักษณะที่เรียกว่า มีสุขน้อย มีทุกข์มาก; ไม่คุ้มค่า. ๑๕.๒ เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมศีลธรรม; แม้กระทั่งอาชญากรรม ทุกชนิด เช่น อาชญากรรมวิปริต เช่น ลูกฆ่าพ่อ ฯลฯ ๑๕.๓ กามและปัจจัยแห่งกามทุกชนิด เป็นมูลเหตุแห่งความเห็น แก่ตัวทุกระดับ; เป็นเหตุให้เกิดบุคคลมีลักษณะ ไม่พึงปรารถนา ทุกรูปแบบขึ้นมาในโลก
๑๖.๑ อริยอัฏฐังคิกมรรค ซึ่งมีสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ. ๑๖.๒ มีอุบายเป็นเครื่องพิจารณาเห็นโทษแห่งกามอยู่เป็นประจำ
เพื่อออกจากกาม : ๑๗.๑ อริยมรรคมีองค์แปด : หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ศีล สมาธิ ปัญญา. ๑๗.๒ การมีปัญญาหรือวิปัสสนาญาณ : ที่ทำให้มองเห็นว่า กาม ทั้งหลายทุกชนิดเป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ เรียกว่ากาม ธาตุ; แล้วหยุดความยินดีมัวเมาในกามเสียได้
๑๘.๑ อานิสงส์ของ เป็นบทเรียน, เป็นที่ตั้งแห่งการศึกษา, เพื่อให้รู้จักสิ่งที่มนุษย์ควรจะรู้จัก; เพื่อความหมดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่ากาม. ๑๘.๒ อานิสงส์โดยตรงของการอยู่เหนืออำนาจของกาม : คือ ความสงบสุข เพราะหมดไฟกิเลสประเภทนี้. แม่บท .. กาม ๑๒ ๑๘.๓ ในความหมายทางโลก ๆ : ความรู้สึกทางกามเป็นปัจจัย แห่งการพัฒนาไปตามประสาโลก ๆ; แม้ไม่เป็นไปเพื่อการ แรกของกิเลสลิตะ ดับทุกข์ในขั้นสุดท้าย ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่
เข้าไปอยู่ใต้อิทธิพลของกาม: ๑๙.๑ การเป็นอยู่อย่างไม่สำรวมอินทรีย์. ๑๙.๒ การทนไม่ได้ต่อความยั่วยุของกามารมณ์ในทุกรูปแบบ. ๑๙.๓ นิสัยแห่งการตามใจตัวเอง, ไม่ยับยั้งสังวรในความรู้สึกชั่ววูบ ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้องเสียใจในภายหลัง
กามโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ในการที่จะเอาชนะกาม หรือการมีอำนาจเหนือกาม: ๒๐.๑ ความมีสติ ปัญญา สัมปชัญญะ สมาธิ อย่างเพียงพอ และ รวดเร็ว. ๒๐.๒ อยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่สนับสนุนความรู้สึกทางกาม
๒๑.๑ ภาษาคน: หมายถึงแต่เรื่องทางเพศ. ภาษาธรรม: ไม่เกี่ยวกับเพศก็ได้; หมายถึงสิ่งที่เป็นที่ตั้ง แห่งความปรารถนาทุกชนิด เช่นธัมมกาโม (ผู้ใคร่ในธรรม). ๒๑.๒ ภาษาคน: เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา. ภาษาธรรม: เป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. กบ กกา ของการศึกษาพุทธศาสนา ๒. ฆราวาสธรรม ๓. บรมธรรม ภาคต้น ๔. โมกขธรรมประยุกต์
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ