เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ตั้งมั่น หรือตั้งมั่นอยู่อย่างสม่ำเสมอ
๒.๑ เอกัคคตาจิตมีอารมณ์เดียวคือนิพพาน. ๒.๒ ภาวะของจิตที่บริสุทธิ์ ตั้งมั่น ว่องไว. ๒.๓ การรวมกำลังของจิต. ๒.๔ โดยนัยอันกว้างขวางหมายถึง: ระบบของความรู้, ระบบของ การปฏิบัติ, ตัวการปฏิบัติ, และผลที่ได้รับจากการปฏิบัติ; อัน เกี่ยวกับการทำจิตให้ตั้งมั่น เรียกรวมอยู่ในคำว่าสมาธิ ๒.๕ ไม่มีการกระทำผิดในทางจิต ชนิดที่ทำจิตให้ฟุ้งซ่าน. ๒.๖ ภาวะของจิต มีอารมณ์เป็นหนึ่งไม่ฟุ้งซ่าน. ๓. ไวพจน์: นัยที่หนึ่ง: ไวพจน์ของสมาธิโดยผล หรือลักษณะ หรือโดยภาวะ: ได้แก่ สมถะ, ฌานที่เป็นการเพ่งอารมณ์, เอกัคคตาจิต ๑ . นัยที่สอง: ไวพจน์ของ ได้แก่ สมถกัมมัฏฐาน, สมถภาวนา, สมณธรรมในขั้นที่เกี่ยวกับจิต, สมาบัติ ๒ , สมาธิวิโมกข์ ๓
๑. จิต. ________________________________________ ๑ เอกัคคตาจิต: คือ จิตมีอารมณ์เดียว. ๒ สมาบัติ: การที่จิตเข้าไปหยุดอยู่ในฌานใดฌานหนึ่ง หรือว่าในสิ่งที่เสมือนฌานใดฌานหนึ่ง. ๓ สมาธิวิโมกข์: วิโมกข์ด้วยสมาธิ. ๒. อารมณ์ของจิต (สิ่งที่จิตใช้กำหนด อาจเป็นวัตถุหรือนามธรรม ทั้งที่เป็นภายนอกหรือภายในก็ได้). ๓. การกำหนดอารมณ์. ๔. ธรรมที่ควบคุมจิตให้เกิดสมาธิคือ สติ สัมปชัญญะ ปัญญา. ๕. องค์ประกอบชั้นอุปกรณ์: ต้องมีความเหมาะสม; เลือกที่ที่พอ เหมาะสม; ร่างกายก็เหมาะสม; อารมณ์ของสมาธิที่เหมาะสม; เช่นลมหายใจ. ๖. มีกัลยาณมิตรที่จะให้ความช่วยเหลือ. ๗. ภาวนาที่ถูกต้องตามลำดับของการกระทำ: คือ: ปริกัมมภาวนา ๑ , อุปจารภาวนา ๒ , อัปปนาภาวนา ๓
มีลักษณะสาม: ๕.๑ ความบริสุทธิ์ของจิต (ปริสุทโธ). ๕.๒ ความตั้งมั่นของจิต (สมาหิโต). ๕.๓ ความควรแก่การงานของจิต (กัมมนีโย)
มีสาม: ๖.๑ ปราโมทย์. ๖.๒ เข้มแข็ง. ๖.๓ ปล่อยวาง (อย่างน้อยก็นิวรณ์). และมีอาการตามลักษณะที่กล่าวแล้วข้างต้น
แบ่งเป็นสอง: โดยการเกิด: ๑. สัญชาตสมาธิ: คือสมาธิที่เกิดเองโดยธรรมชาติ. ๒. ภาวิตสมาธิ: คือสมาธิที่เกิดจากการกระทำของผู้ปฏิบัติ ซึ่งแบ่ง ได้เป็นหกรูปแบบ: รูปแบบที่หนึ่ง: แบ่งโดยอาการที่ปรากฏ: แยกออกได้เป็น สอง: ____________________________________ ๑ ปริกัมมภาวนา: การทำภาวนาในขั้นบริกรรม. ๒ อุปจารภาวนา: การทำภาวนาขั้นที่เฉียดฌาน. ๓ อัปปนาภาวนา: การทำภาวนาขั้นแน่วแน่จนเป็นฌาน. แม่บท..สมาธิ ๒๓๐ ๑. สมาธิล้วน เช่น ฌาน, สมาบัติ. ๒. สมาธิที่กำลังทำงานอยู่กับปัญญา ที่เรียกว่า อนันตริยสมาธิ. รูปแบบที่สอง: แบ่งโดยลำดับของการปฏิบัติ: แยกออกเป็นสาม: ๑. บริกรรมสมาธิ ๑. ๒. อุปจารสมาธิ ๒. ๓. อัปปนาสมาธิ ๓. รูปแบบที่สาม: แบ่งโดยมูลเหตุ: ๑. สัมมาสมาธิ: มีวิชชาเป็นมูลเหตุ. ๒. มิจฉาสมาธิ: มีอวิชชาเป็นมูลเหตุ. ร
๘.๑ ต้องมีจิต (ซึ่งเป็นตัวผู้กระทำ). ๘.๒ ต้องมีอารมณ์สำหรับจิตโดยเฉพาะ. ๘.๓ ต้องมีการกำหนดอารมณ์. ๘.๔ ต้องมุ่งสมาธิที่เป็นไปเพื่อการสิ้นอาสวะ (ที่กำหนดความเกิดขึ้นและความดับไปแห่งอุปาทานขันธ์). ๘.๕ ต้องเป็นระบบสมาธิที่ถูกต้อง ตามพระพุทธประสงค์ เช่น ระบบอานาปานสติภาวนา เป็นต้น
๙.๑ เป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา. ๙.๒ ทำให้เกิดความสุขในทิฏฐธรรม (ในปัจจุบัน). ๙.๓ การกระทำนั้นต้องมีจิต อารมณ์ของจิต การกำหนดอารมณ์. ๙.๔ ต้องมีการกระทำที่ให้เกิดธรรมะใหม่ที่สูงขึ้นไป และมีการรักษาธรรมะของเก่าที่เกิดแล้ว อยู่เป็นประจำ
สมาธิโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ ขจัดนิวรณ์. ๑๐.๒ ทำให้เกิดวิปัสสนาปัญญา. ๑๐.๓ ทำให้เกิดความสุขสงบในปัจจุบัน. ๑๐.๔ ทำให้จิตเกิดกำลังที่เหมาะสมแก่การงานของจิต
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ เป็นสหายของกันและกันกับปัญญา. ๑๑.๒ เป็นน้ำหนักซึ่งต้องมีใช้คู่กันกับความคม เมื่อมีการตัด. ๑๑.๓ เหมือนควายตัวที่เป็นกำลัง ในคู่ควายที่ใช้ไถนา. ๑๑.๔ เหมือนการเช็ดแว่นตาที่ฝ้ามัวให้ใสกระจ่าง. แม่บท ..สมาธิ ๒๓๒
๑๒.๑ ความเห็นประโยชน์ของสมาธิ ๑๒.๒ จากการบีบบังคับของความทุกข์ที่เกี่ยวกับจิต อันไม่เป็นสมาธิ
๑๓.๑ เมื่อมีนิวรณ์ กิเลสครอบงำ. ๑๓.๒ เมื่อไม่รักษาสมาธิที่ได้แล้ว หรือเลิกเกี่ยวข้องกับสมาธิ
๑๔.๑ ความสุขสงบเย็น หรือเป็นไปเพื่อความสงบ. ๑๔.๒ ความเชื่อว่าจะได้อุบัติในภพตามชื่อของสมาธินั้น. ๑๔.๓ บางพวกมีการได้ปาฏิหาริย์ตามที่ประสงค์ เป็นอัสสาทะของ สมาธิ
๑๕.๑ มีเฉพาะผู้หลงติด หรือนำไปใช้อย่างผิด ๆ. ๑๕.๒ เมื่อมีการยึดมั่นสมาธินั้น ๆ ด้วยอุปาทาน
นิสสรณะไม่มีแก่สมาธิ ; เพราะสมาธิไม่มี หน้าที่ที่จะต้องออกจากสิ่งใด. แต่ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องใช้สมาธิเป็น นิสสรณะอย่างหนึ่ง เพื่อการออกจากทุกข์
๑๗.๑ ความถูกต้องพร้อมเพรียงของอุปกรณ์ของสมาธิ เช่น มีศีล สมบูรณ์, มีสัปปายธรรม (สถานที่เหมาะสม, คบหาสัตบุรุษ). ๑๗.๒ กำหนดจิตอยู่ที่อารมณ์ที่เกื้อกูลแก่ความเป็นสมาธิ ๑๗.๓ ควบคุมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้เกิดอาการที่เป็นข้าศึก แก่ความเป็นสมาธิ
๑๘.๑ ทำให้เกิดยถาภูตญาณทัสสนะ; เห็นสิ่งทั้งปวงตามที่เป็น จริง; เป็นบาทฐานของปัญญา แล้วจะเห็นอนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา. กผพ. แม่บท .. สมาธิ ๑๘.๒ ทำให้สมบูรณ์ด้วยสติสัมโพชฌงค์๑ ซึ่งช่วยให้ง่ายในการที่จะ บรรลุ มรรค ผล นิพพาน. ๑๘.๓ ทำให้เป็นสุขสงบเย็นในทิฏฐธรรมนี้. ๑๘.๔ ทำให้เกิดปัญญาและธรรมะอื่น ๆ ที่อยู่ในอำนาจของปัญญา เช่น ศีล เป็นต้น. ๑๘.๕ ช่วยควบคุมการเกิดแห่งตัวตน เมื่อสมาธินั้นอยู่ในรูปของ วิริยะ สติ สัมปชัญญะ. ๑๘.๖ มีอานิสงส์ตามชนิดของสมาธิ: ๑. ฌาน: ทำให้เกิดความสุขในปัจจุบัน. ๒. อาโลกสัญญา: ทำให้เกิดอำนาจทิพย์ เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์. ๓. อนุสสติภาวนา: ที่เป็นไปเพื่อความสมบูรณ์แห่งสติ สัมปชัญญะ. ๔. สมาธิภาวนาที่กำหนดการเกิด -ดับของอุปาทานขันธ์ ซึ่ง มีผลทำให้สิ้นอาสวะ. ๑๘.๗ ช่วยให้มีการเป็นอยู
เข้าไปสู่ความมีสมาธิ : ๑๙.๑ สร้างอารมณ์สงบเย็น กล่อมเกลาชีวิตไว้เป็นประจำ. ๑๙.๒ อยู่ในสิ่งแวดล้อมอันสงบสงัด
สมาธิโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ สัปปายธรรม: เช่น มีความเหมาะสมทางกาย สถานที่ กัลยาณมิตร ฯลฯ ๒๐.๒ ปัญญา: คือ สัมมาทิฏฐิ รู้ประโยชน์ของสมาธิ. ๒๐.๓ ศีล: คือความถูกต้องทางวัตถุ ปัจจัย ทางกายและทางวาจา ซึ่งเป็นองค์ประกอบของการดำรงชีวิต
สมาธิโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ภาษาคน: ของคนทั่วไปหมายถึง: การนั่งหลับตานิ่ง ๆเงียบ ๆ ไม่คิดนึกอะไร ตามที่เข้าใจกันโดยมาก. ภาษาธรรม: ๑. ความหมายที่ถือเป็นมาตรฐานทั่วไป: คือ ความ มีจิตบริสุทธิ์, ความมีจิตตั้งมั่น, ความมีจิต ว่องไวในหน้าที่การงาน. ๒. ความหมายชั้นลึก: คือ เอกัคคตาจิตที่มีพระ นิพพานเป็นอารมณ์. : : : ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมศาสตรา เล่ม ๑ ๒.ธรรมะเล่มน้อย ๓. บรมธรรม ภาคปลาย ๔. สมถวิปัสสนาแห่งยุคปรมาณู ๕. สันติภาพของโลก ๖. อานาปานสติภาวนา ๗. โอสาเรตัพพธรรม
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ