เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
๒.๑ คำสั่งสอนที่ได้รับการยอมรับ จนเกิดเป็นสถาบันขึ้นในจิตใจของ มนุษย์; ส่วนใหญ่เป็นระบบหนึ่ง ๆ เรียกว่าศาสนานั้น ๆ. ๒.๒ ศาสนาคือระบบคำสั่งสอนและการปฏิบัติ ที่ได้รับการถือเอาเป็น เครื่องอุ่นใจของสังคมมนุษย์ระบบหนึ่ง ๆ. ๒.๓ วิธีการเพื่อการรอดจากความตายทางวิญญาณหรือความทุกข์ ซึ่ง มนุษย์ หรือสิ่งมีชีวิตจักต้องมี โดยการมอบหมายให้แก่กัน; หรือมีอยู่ตามธรรมชาติโดยไม่รู้สึกตัว. ๓. ไวพจน์: คือ พรหมจรรย์, ทุกขันตกิริยา, ธรรมวินัย, อริยวินัย, สัทธรรม, มัคคปฏิปทา; หนทางรอด, หนทางพระนิพพาน, ทางผูกพันมนุษย์กับสิ่งสูงสุด
คือ ปริยัติ, ปฏิบัติ, ปฏิเวธ
๕.๑ อยู่ในลักษณะของปริยัติ คือการเล่าเรียน. ๕.๒ อยู่ในลักษณะของปฏิบัติ คือการประพฤติ กระทำ. ๕.๓ อยู่ในลักษณะของปฏิเวธ คือผลที่ได้รับจากการปฏิบัติ
มีอาการแห่งสังขตธรรมที่เกิดดับและเปลี่ยน แปลงได้ ดังเช่นสังขตธรรมทั้งหลาย
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. ขณิกวาท: สิ่งทั้งปวงมีชั่วขณะจิต. ๒. อขณิกวาท: สิ่งทั้งปวงเป็นตัวตนถาวร จิตนี้เป็นตัว ตนเดียว. กลุ่มที่สอง: ๑. ระบบพึ่งผู้อื่น. ๒. ระบบพึ่งตนเอง. กลุ่มที่สาม: ๑. วิภัชชวาท: สิ่งต่าง ๆประกอบขึ้นด้วยส่วนย่อย ๆ. ๒. อวิภัชชวาท: สิ่งต่าง ๆเป็นตัวตนเดียว ไม่อาจจะแบ่งแยก. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. สัทธาธิกะ: เอาความเชื่อเป็นทางรอด. ๒. วิริยาธิกะ: เอาความเพียรเป็นทางรอด. ๓. ปัญญาธิกะ: เอาปัญญาเป็นทางรอด. กลุ่มที่สอง: ๑. หลงใหลในวัตถุนิยม : เรียกว่า กามสุขัลลิกานุโยค; จมลงในกามเรียกว่า อาคาฬหปฏิปทา (ปฏิบัติเปียก แฉะ ). ๒. หลงใหลในจิตนิยม : เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยค; หรือ นิชฌามปฏิปทา (ปฏิบัติไหม้เกรียม). ๓. ดำรงอยู่ในความถูกต้องระหว่างวัตถุและจิต :
๘.๑ มุ่งหมายสันติภาพของสังคม. ๘.๒ มุ่งหมายความรอดของมนุษย์. ๘.๓ มุ่งหมายคุ้มครองโลก. ๘.๔ ต้องมีระเบียบปฏิบัติให้ครบทุกระบบและชนิดของชนชั้นที่มีอยู่ ในโลก
๙.๑ ศาสนามีสัจจะเฉพาะศาสนาของตน ๆ ไม่อาจจะเหมือนกัน. ๙.๒ แม้จะมีความมุ่งหมายดับทุกข์ด้วยกัน แต่ก็มีระบบปฏิบัติที่ไม่ เหมือนกัน; เนื่องจากผู้รับถือศาสนามีภูมิหลังแห่งชีวิต หรือ วัฒนธรรมพื้นฐานที่ต่างกัน. ๙.๓ ความขัดแย้งระหว่างศาสนา เป็นสิ่งที่ต้องมีอย่างที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ได้; แต่มีทางประนีประนอมกันได้. ๙.๔ โลกจำเป็นต้องมีหลายศาสนา และจำเป็นที่จะต้องหาทางประนี ประนอมกัน. ๙.๕ การนับถือศาสนาควรเป็นไปอย่างอิสระเสรีตามความสมัครใจ; แต่ก็ยังมีการถือโดยถูกบังคับ หรือสินจ้างอันยั่วยวนและหลอก ลวง. ๙.๖ คนในโลกถือศาสนาเงินมากกว่าศาสนาธรรม อย่างที่จะเทียบ กันไม่ได้
ศาสนาโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ กำจัดกิเลสและดับทุกข์ของมนุษย์. ๑๐.๒ ให้แสงสว่างทางวิญญาณ เพื่อความเหมาะสมแก่ความเป็น มนุษย์. ๑๐.๓ ให้เกิดสันติสุขส่วนบุคคลและเกิดสันติภาพส่วนสังคม
เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ ศาลาพักริมทางของคนเดินทางไกล. ๑๑.๒ ยารักษาโรค. ๑๑.๓ ตะเกียงส่องทาง. ๑๑.๔ เพื่อนทุกข์เพื่อนยากของชีวิตที่กำลังพัฒนา. ๑๑.๕ เกาะที่พึ่งของคนตกทะเล. ๑๑.๖ เรือแพเพื่อการข้ามฟาก. ๑๑.๗ ร่มคันใหญ่ของโลก. ๑๑.๘ สวนดอกไม้มหาศาล. ๑๑.๙ ประภาคารแห่งชีวิต
๑๒.๑ สัญชาตญาณแห่งความกลัวและหนีภัย เป็นสมุทัยของศาสนา ในส่วนลึก. ๑๒.๒ วิกฤตการณ์ในโลกมนุษย์ เป็นสมุทัยให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ศาสนาสูงขึ้นมา ๆตามลำดับ. แม่บท .. ศาสนา ๒๐๘
๑๓.๑ การผันแปรไปตามกฎเกณฑ์แห่งความไม่เที่ยงแห่งสังขาร ดังที่ศาสนาต่าง ๆ ในอดีต ได้ดับสูญไปแล้ว. ๑๓.๒ บริษัททั้งสี่แห่งศาสนานั้น ๆละเลยหรือทรยศต่อหน้าที่ของตน. ๑๓.๓ ผู้สอนแห่งศาสนานั้น ๆสอนผิด จนกลายเป็นลัทธิอื่นไปโดย ไม่รู้ตัว. ๑๓.๔ อัตถังคมะของศาสนา: ๑. ศาสนาที่อยู่ในรูปของวัตถุ มี เมื่อวัตถุนั้นชำรุดทรุดโทรม ไป. ๒. ศาสนาที่อยู่ในรูปของพิธี มี เมื่อพิธีนั้นเปลี่ยนรูปไปเป็น อย่างอื่น; ตัวอย่างเช่น พุทธศาสนากลายเป็นไสยศาสตร์ ไป. ๓. ศาสนาที่อยู่ในรูปของบุคคล มี เมื่อนักบวชในศาสนานั้น ประพฤตินอกรีต. ๔. ศาสนาที่อยู่ในรูปของธรรมะ มี เมื่อการศึกษาและการ ปฏิบัติเลอะเลือน
เสน่ห์ของศาสนา: ๑๔.๑ ทำให้เกิดความรู้สึกอุ่นใจ เย็นใจ แม้จะยังดับทุกข์ไม่ได้จริง. ๑๔.๒ ดับทุกข์ได้จริง. ๑๔.๓ มีอัสสาทะเหมือนยาเสพติด: เมื่อมีการเชื่อ, การรับถือ, การปฏิบัติอย่างงมงาย จนถึงกับบ้าหรือเมาหรือหลงในลัทธิ นั้น ๆ
อาทีนวะโดยตรงไม่มี. จะมีก็ต่อเมื่อถูกนำไป ใช้อย่างผิด ๆ; หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือแห่งการหลอกลวง; เช่น การแสวงหาเมืองขึ้น การดูดซับสมาชิกแห่งศาสนาอื่น มาเป็นสมาชิก แห่งศาสนาของตน
ทางออกจากศาสนาไม่จำเป็นต้องมี; มีแต่ ศาสนาเป็นหนทางนำออกจากทุกข์: คือ อริยอัฏฐังคิกมรรค
๑๗.๑ ศาสนาเป็นตัวทางปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์. ๑๗.๒ การปฏิบัติเพื่อเข้าถึงศาสนา: คือ การปฏิบัติที่ถูกต้องตาม หลักศาสนานั่นเอง; เช่น ปฏิบัติถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ; การปฏิบัติเพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว; ซึ่งเป็นความมุ่งหมาย ตรงกันทุกศาสนา
๑๘.๑ ทำให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ ทั้งทางกายและ ทางจิต. ๑๘.๒ โลกทั้งหมดจะได้รับสันติสุขส่วนบุคคลและสันติภาพส่วน สังคม. ๑๘.๓ ช่วยให้มนุษยชาติถึงจุดสูงสุดของความเป็นมนุษย์. ๑๘.๔ ช่วยให้เกิดความรักสากล
๑๙.๑ ความเบื่อโลกและวัตถุที่มีอยู่อย่างซ้ำซากและหลอกลวง. ๑๙.๒ การบังเอิญได้พบพระอริยเจ้าหรือสัตบุรุษ. ๑๙.๓ การมีกัลยาณมิตรแวดล้อม. ๑๙.๔ การพัฒนาตนจนถึงที่สุดแห่งประโยชน์ทางโลก
ศาสนาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: สิ่งที่มนุษย์จะต้องมีใน การเกี่ยวข้อง, การปฏิบัติ และการดำรงรักษาศาสนา: คือ การ ศึกษา, การปฏิบัติ, การมี, การใช้ให้เป็นประโยชน์ และการเผยแผ่
มีความหมายเป็น หลายลักษณะ: ๒๑.๑ ภาษาคน: หมายถึงคำสั่งสอน. ภาษาธรรม: หมายถึงตัวการปฏิบัติหรือพรหมจรรย์. ๒๑.๒ ภาษาคน: หมายถึงวัตถุ พิธี นักบวชซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ภายนอก. แม่บท .. ศาสนา ๒๑๐ ภาษาธรรม: หมายถึงตัวธรรมะที่ดับทุกข์ได้จริง. ๒๑.๓ ภาษาคน: (ของลูกเด็ก ๆ) หมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์. ภาษาธรรม: (ของผู้มีการศึกษา) หมายถึงวิทยาศาสตร์แห่งการดับทุกข์. ๒๑.๔ ภาษาคน: หมายถึงสิ่งที่ประทานลงมาจากพระเจ้าในเบื้องบน. ภาษาธรรม: หมายถึงกฎความจริงของธรรมชาติซึ่งมีอยู่ในตัวมันเอง. ๒๑.๕ ภาษาคน: มีการลงโทษหรือให้รางวัลจากเบื้องบน. ภาษาธรรม: มีการลงโทษหรือให้รางวัลอยู่ในตัวมันเอง. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ใจความแห่งคริสตธรรม ฯ ๒. เตกิจฉกธรรม ๓. สันทัสเสตัพพธรรม ๔. อะไรคืออะไร?
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ