เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ทนง่าย (ทน สบาย), ดูแล้ว ไม่น่าเกลียด,ว่าง อย่าง ไม่น่าเกลียด
๒.๑ ความรู้สึกที่สามัญสัตว์พอใจ; แต่ก็มี อาการที่ต้องทนอยู่โดยไม่รู้สึกตัว; และสมัครจะทนด้วยความพอใจ เช่น ทนแบกเพชรพลอย. ๒.๒ ดูแล้วไม่น่าเกลียดสำหรับปุถุชน แต่ พระอรหันต์ท่านสั่นเศียร. ๒.๓ ว่างอย่างไม่น่าเกลียด แต่ก็ยังคง ว่างจากสาระและความหมายแห่ง ความเป็นตัวตนอยู่นั่นเอง. ๓. ไวพจน์: คือ อนีฆะ, อนุปัทวะ, สัปปายะ, เขมะ ฯลฯ เกษม,สำราญ, ผาสุก ฯลฯ
๔.๑ องค์ประกอบของสามัญสุข: ๑. วิชชาและสังขารธรรมที่เกิด จากวิชชา. ๒. ในฐานะที่เป็นที่ตั้งอาศัย: ได้แก่ ธาตุ, อายตนะ, ขันธ์ เป็นต้น. ๓. ปัจจัยแห่งการยึดมั่นฝ่ายดี หรือฝ่ายกุศล. ๔. ถ้าเป็นพาลสุข (สุขของ อันธพาลหรือมิจฉาทิฏฐิ); มี อวิชชาหรือสังขารที่เกิดจาก อวิชชาในขั้นเต็มขนาด เป็น องค์ประกอบ. ๔.๒ องค์ประกอบของโลกุตตรสุข: คือ วิชชา, สัมมาทิฏฐิ และการกระทำที่เกิดจากวิชชาและสัมมาทิฏฐิที่เต็มขนาด. แม่บท.สุข ๒๖๔
มีลักษณะ: ๕.๑ หลอกให้หลงยึดมั่นถือมั่น. ๕.๒ ทนง่ายหรือชวนให้ทน ยิ่งทนยิ่ง ชอบ. ๕.๓ ดูแล้วไม่น่าเกลียด ชวนให้รักให้ หลง. ๕.๔ ว่างอย่างไม่น่าเกลียดสำหรับ สามัญชน แต่ไม่มีความหมาย สำหรับพระอรหันต์. ๕.๕ กัดเจ้าของอย่างลึกซึ้งซ่อนเร้น
๖.๑ มีอาการตรงกันข้ามจากความทุกข์. ๖.๒ โลกุตตรสุขมีอาการที่ไม่เป็นไป ตามอำนาจของกิเลส: คือไม่รัก, ไม่โกรธ, ไม่เกลียด, ไม่กลัว, ไม่ตื่น เต้น, ไม่วิตกกังวล,ไม่อาลัย อาวรณ์, ไม่อิจฉาริษยา, ไม่หวง, ไม่หึง ฯลฯ; แม้จะยังมีเชื้อเหลือ อยู่หรือหมดเชื้อโดยสิ้นเชิง
๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. สามิสสุข: สุขที่อิงอามิส หรือสุขที่อาศัย กามคุณ. ๒. นิรามิสสุข: สุขที่ไม่อิงอามิส (อาศัย นิพพาน). กลุ่มที่สอง: ๑. โลกิยสุข: ตามวิสัยโลก. ๒. โลกุตตรสุข: เหนือวิสัยโลก. กลุ่มที่สาม: ๑. เคหสิตสุข: สุขอาศัยบ้านเรือน. ๒. เนกขัมมสิตสุข: สุขอาศัยการออกจาก เรือน. กลุ่มที่สี่: ๑. พาลสุข: สุขตามความรู้สึกของคนพาล. ๒. บัณฑิตสุข: สุขตามความรู้สึกของ บัณฑิต. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. สุขทางกาย: และสิ่งที่เนื่องด้วยกายคือ วัตถุ. ๒. สุขทางจิต: จิตไม่หวั่นไหว กิเลสนิวรณ์ไม่รบกวน. ๓. สุขทางวิญญาณ: (ทางทิฏฐิ สติปัญญา): อวิชชาไม่รบกวน. ๗.๓ แบ่งโดยประเภทสี่: ๑. สุขชั้นกามาวจรภูมิ: สุขจากกามธาตุ. ๒. สุขชั้นรูปาวจรภูมิ: สุขจากรูปธาตุ. ๓. สุขชั้นอรูปาวจรภูมิ: สุขจากอรูปธาตุ.
๘.๑ ความสุข (หรือความทุกข์) มิได้มาจากกรรมเก่า หรือพระเป็นเจ้า บันดาล; แต่มาจากการปฏิบัติถูก (หรือผิด) ต่อกฎอิทัปปัจจยตา. ๘.๒ ความสุขเป็นสิ่งที่มีเหตุมีปัจจัย เช่นเดียวกับสังขารธรรม หรือ สังขตธรรมทั้งปวง; ต้องจัดการที่เหตุที่ปัจจัย เพราะมันขึ้นอยู่ กับเหตุและปัจจัย. ๘.๓ ความสุขที่แท้จริงต้องมาจากการกระทำที่ถูกต้อง; คือเป็นประโยชน์ ทั้งตนเองและผู้อื่น. ๘.๔ ความสุขเกิดมาจากความพอใจ. ถ้าเป็นความพอใจของกิเลส ก็เป็นความสุขลวง; ถ้าเป็นความพอใจของสติปัญญา ก็เป็น ความสุขจริง
๙.๑ สุขที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นสุขร้อน เป็นไปเพื่อวัฏฏสงสาร; สุขที่ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นสุขเย็น เป็นไปเพื่อพระนิพพาน. ๙.๒ ความหมดอัสมิมานะ (ความยึดถือว่าตัวตน) ก็ดี; ความรำงับ แห่งสังขาร (หยุดการปรุงแต่ง) ก็ดี; นิพพานก็ดี; มีความหมาย เป็นความสุขอย่างยิ่งโดยเสมอกัน. ๙.๓ คำว่าสุขอย่างยิ่ง; หมายถึงความสุขที่เหนือความสุข ชนิดที่ กล่าวกันอยู่ตามธรรมดา; คือ เหนือสุข เหนือทุกข์ที่ยังเป็นคู่ ตรงกันข้ามต่อกัน. แม่บท.สุข ๒๖๖ ๙.๔ ขึ้นชื่อว่าความสุขแล้ว ไม่ว่าชนิดใด ต้องมาจากความสงบ ; ซึ่งมีทั้งชนิดเทียมและชนิดแท้, ชนิดต่ำและชนิดสูง (แม้แต่ เด็ก ได้ตุ๊กตาก็เป็นการสงบความอยากระดับหนึ่ง)
๑๐.๑ หน้าที่ (โดยสมมติ) ของความสุข: คือ ระงับทุกข์หรือ หล่อเลี้ยงชีวิต. ๑๐.๒ หน้าที่ของบุคคลต่อความสุข: คือ ต้องศึกษาและปฏิบัติให้ ถูกต้อง; จนกล่าวได้ว่ามีความสุข. ๑๐.๓ หน้าที่ของสังคมหรือคนทั้งโลกต่อความสุข: คือ ต้องช่วย กันสร้างสันติภาพ หรือความสงบของโลก
๑๑.๑ โลกิยสุขอุปมาด้วยเพชรเทียม; โลกุตตรสุขอุปมาด้วยเพชรแท้. ๑๑.๒ สุขร้อนหรือสุขเทียม เปรียบเสมือนของตบตาให้โง่; สุขเย็น หรือสุขแท้จริง อุปมาเหมือนของจริงไม่ตบตา; และให้สำเร็จประโยชน์แท้จริง
๑๒.๑ สมุทัยของโลกิยสุข คือ อวิชชา; สมุทัยของโลกุตตรสุข คือ วิชชา. ๑๒.๒ สมุทัยของโลกิยสุข คือ การยึดมั่นถือมั่น; สมุทัยของโลกุตตรสุข คือ การไม่ยึดมั่นถือมั่น .. ๑๒.๓ สมุทัยของโลกิยสุข คือ การปรุงแต่ง; สมุทัยของโลกุตตรสุข คือ การไม่ปรุงแต่ง. ๑๒.๔ การปฏิบัติถูกต้องตามกฎของอิทัปปัจจยตา; มีได้ทั้งสุขเทียม และสุขแท้
๑๓.๑ ความดับไปตามคราวเพราะขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดาของ สังขารธรรม หรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ การปฏิบัติผิดต่อกฎอิทัปปัจจยตา. ๑๓.๓ โลกิยสุขดับไปเมื่อญาณทัสสนะในโลกุตตรสุขเกิดขึ้น. ๑๓.๔ โลกุตตรสุขดับหรือไม่ปรากฏอีกต่อไป เมื่อจิตของ พระอเสขะ (พระอรหันต์) ดับ
๑๔.๑ อัสสาทะในตัวความสุขเอง คือ ความเพลิดเพลิน ความน่า รักน่าพอใจ; ซึ่งเป็นตัวเสน่ห์ของสิ่งที่เรียกว่าความสุข. ๑๔.๒ อัสสาทะที่บุคคลจะได้รับจากความสุข คือ ความพอใจตาม ชนิดของความสุข. ๑๔.๓ โลกุตตรสุขไม่มีอัสสาทะ เพราะอยู่เหนืออัสสาทะ
๑๕.๑ ปิดบังความจริง. ๑๕.๒ ความหลอกลวงให้คนหลงใหล. ๑๕.๓ กัดเจ้าของผู้ยึดมั่นถือมั่น. ๑๕.๔ โลกุตตรสุขไม่มีอาทีนวะ
๑๖.๑ ตัวความสุขไม่เป็นนิสสรณะ; แต่บุคคลต้องมีนิสสรณะ เพื่อ ออกมาเสียจากอำนาจครอบงำของความสุข; สิ่งนั้นคือ อริยมรรคมีองค์แปด. ๑๖.๒ การเห็นตามความเป็นจริงว่า; ความสุขเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา. ๑๖.๓ วิปัสสนาญาณที่ทำลายความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกู ของกู เสียได้
นัยที่หนึ่ง: เพื่อเข้าถึงความสุข: ๑. ปฏิบัติถูกต้องตามกฎอิทัปปัจจยตา ซึ่งมีทั้งระดับ โลกิยสุขและโลกุตตรสุข. แม่บท.. สุข ๒๖๘ ๒. การดำเนินชีวิตในหนทางแห่งอริยอัฏฐังคิก มรรค. นัยที่สอง : เพื่อออกจากอำนาจของความสุข : ๑. ดำเนินชีวิตอยู่ในหนทางที่เรียกว่า อริยอัฏฐัง- คิกมรรค. ๒. มีสัมมาทิฏฐิที่ทำให้ไม่หลงใหลในอัสสาทะ ของความสุข
๑๘.๑ อานิสงส์ของโลกิยสุข: ๑. โลกิยสุขสำหรับเป็นสุขอยู่ในโลก. ๒. สุขในนามของคำว่าสุขก็ดี สุขในนามของคำว่า ปีติก็ดีเป็นปัจจัยแห่งสมาธิอย่างจำเป็น. ๑๘.๒ อานิสงส์ของโลกุตตรสุข: คือ เป็นที่สิ้นสุดแห่งความ ทุกข์ทั้งปวง
นัยที่หนึ่ง : เข้าไปสู่สามิสสุข : ๑. การตามใจตัวเอง คือตามใจกิเลส จนเห็น กงจักรเป็นดอกบัว (เห็นสามิสสุขเป็น ดอกบัว) ๒. การเป็นอยู่อย่างไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟัง ไม่ได้ เห็นเหล่าพระอริยเจ้า ; ไม่ฉลาดในธรรม ของพระ-อริยเจ้า ; (ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้จะ ถลำเข้าไปได้โดยง่าย). ๓. การเป็นอยู่อย่างประมาท ; ไม่มีความ เคารพในความไม่ประมาท. นัยที่สอง : เข้าไปสู่นิรามิสสุข : คือ การเป็นอยู่อย่างตรง กันข้ามกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ในกรณีของ สามิสสุข
สุขโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ๒๐.๑ เพื่อเข้าถึงความสุข: ๑. บูชาความสุขทางวัตถุ. ๒. มีสัปปายธรรมเพื่อความเป็นเช่นนั้น. ๒๐.๒ เพื่อออกจากความสุข: ๑. ไม่บูชาความสุขจากวัตถุ หรือวัตถุนิยม. ๒. มีสัปปายธรรมเพื่อความเป็นเช่นนั้น
๒๑.๑ ภาษาคน: สิ่งที่น่ารัก น่าพอใจ น่าแสวงหา. ภาษาธรรม: สิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่าให้ไปหลงใหล (มันจะกัดเอา). ๒๑.๒ ภาษาคน: เป็นมิตรแท้. ภาษาธรรม: เป็นมิตรเทียมที่ต้องระวัง. : : : ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ๒. ชุมนุมปาฐกถาชุดพุทธธรรม ๓. มาฆบูชาเทศนา เล่ม ๑ ๔. ราชภโฎวาท
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ