Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

ตัณหา

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๔๕
ความอยากภวตัณหาวิภวตัณหาโลภะอภิชฌานันทิราคะชัปปา

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๒อรรถะ

๒.๑ ต้องการด้วยอำนาจของอวิชชา เป็นไปได้ทั้งทางบวกและทางลบ. ๒.๒ กิเลสที่นำไปสู่ภพ คือความเป็นอย่างอื่น. ๒.๓ ความกำหนัดอยู่ด้วยความเพลินในอารมณ์นั้น ๆ. ๒.๔ มูลเหตุแห่งอุปาทานและทุกข์. ๒.๕ เครื่องผูกสัตว์ให้ติดอยู่กับความว่ายเวียน. ๓. ไวพจน์: คือ โลภะ, อภิชฌา, นันทิราคะ, ชัปปา, สิพพินี

ข้อ ๔องค์ประกอบ

คือ ความกำหนัดยินดี, ความต้องการ, อวิชชา

ข้อ ๕ลักษณะ

๕.๑ หวังด้วยอวิชชา, พยายามด้วยอวิชชา, ได้ผลและเสวยผลด้วย อวิชชา, หวังต่อไปด้วยอวิชชา. ๕.๒ ตัณหามีลักษณะวิ่งออกหน้าสิ่งที่มาสนองความอยากเสมอไป อย่างที่ไม่มีเวลาจะทันกันหรือหยุดอยาก

ข้อ ๖อาการ

คือ หิวด้วยอวิชชา; ดิ้นรนกระเสือกกระสนด้วย อวิชชา; ตะกละตะกรามด้วยอวิชชา; บริโภคด้วยอวิชชา; ก่อให้ เกิดอุปาทาน. แม่บท .. ตัณหา ๔๖

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. กามตัณหา: ตัณหาในกาม. ๒. ภวตัณหา : ตัณหาในความมีความเป็น. ๓. วิภวตัณหา: ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสอง: ๑. ตัณหาชนิดที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์. ๒. ตัณหาชนิดที่ไม่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์และเพื่อดับทุกข์; เรียก โดยโวหารพิเศษว่า ธัมมตัณหา, ธัมมกาโม, ธัมมนันทิ ซึ่ง เป็นตัณหาในการที่จะละตัณหา. ๗.๓ ตัณหาที่แจกตามอารมณ์ของตัณหา: มีหก: คือ รูปตัณหา, สัททตัณหา, คันธตัณหา, รสตัณหา, โผฏฐัพพตัณหา, ธัมม- ตัณหา

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ ความอยากที่จะเรียกว่าตัณหา ก็ต่อเมื่ออยากด้วยอวิชชา. ถ้า อยากด้วยปัญญาหรือวิชชา เรียกว่าสังกัปปะ. ๘.๒ ผัสสะด้วยอวิชชา เป็นจุดตั้งต้นของตัณหา. ๘.๓ เมื่อใดรู้ว่าตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เมื่อนั้นก็รู้จักจุดที่จะตัด ต้นเหตุแห่งความทุกข์

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ตัณหาเป็นสมุทัยแห่งความทุกข์. ๙.๒ ตัณหามีการไหล และพาผู้มีตัณหาให้ไหล; เหมือนกระแสน้ำ พาของลอยน้ำให้ไหล. ๙.๓ ตัณหาทำให้มีความหมายแห่งอดีต ปัจจุบัน อนาคต. ๙.๔ ตัณหาไม่มีการอิ่มการพอ จนกว่าจะได้ตัดต้นเหตุของมันเสีย ก็ จะมีความอิ่มความพอขึ้นมาเอง. ๙.๕ การตัดความรู้สึกอยาก ย่อมดีกว่าสนองความอยาก ด้วยสิ่งที่ม อยาก. ๙.๖ · แม้จะหมดตัณหาคนก็ไม่ตาย ; เพราะมีความไม่มี ตัณหา เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต. ๙.๗ ต้องไม่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัณหา แต่ด้วยเมตตาและ ปัญญาจึงจะไม่เป็นทุกข์. ๙.๘ ถ้ามีตัณหา แม้อยู่คนเดียวก็เท่ากับอยู่ด้วยคนจำนวน มาก ;แม้อยู่ด้วยคนจำนวนมาก ถ้าไม่มีตัณหาก็เท่ากับ อยู่คนเดียว

ข้อ ๑๐หน้าที่

ตัณหาไม่มีหน้าที่: แต่คนมีหน้าที่ ป้องกันและกำจัดตัณหา

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ผืนข่ายและแหอวน เป็นที่ติดของปวงสัตว์ ยิ่งกว่าข่าย ใด ๆ. ๑๑.๒ กลุ่มด้ายยุ่ง ยากที่จะสางออก. ๑๑.๓ แม่น้ำที่ไหลไปได้ทั่วจักรวาลและทั่วทุกภพ. ๑๑.๔ หลาวเหล็กที่เสียบแทงจิตใจ. ๑๑.๕ นายช่างปลูกเรือน: คือสร้างภพ, สร้างชาติ, สำหรับเป็น ทุกข์เรื่อยไป

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยโดยตรง: คือเวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา. ๑๒.๒ โดยเงื่อนต้นที่สุด: คืออวิชชาทำให้เกิดตัณหา. ๑๒.๓ สมุทัยโดยวงกว้าง: เรียกว่า ปิยรูป สาตรูป ๑ ได้แก่ อารมณ์ ทั้งหกในขั้นตอนต่าง ๆกันสิบขั้นตอน ๒ ในฐานะเป็นที่ตั้ง แห่งการเกิด แต่ก็เป็นที่ตั้งแห่งการดับด้วย

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

คือ การขาดเหตุปัจจัยตาม คราว; หรือการมีสติมาทันเวลาตามคราว. ____________________________________ ๑ ปิยรูป สาตรูป: หมายถึงสิ่งที่มีภาวะเป็นที่รัก ที่ยินดีในโลก เป็นที่ เกิด-ดับแห่งตัณหา. ๒ สิบขั้นตอน: สิ่งที่เป็นที่เกิด-ดับแห่งตัณหาที่มีอยู่สิบขั้นตอน ตอนละ หกดังนี้: อายตนะภายในหก-อายตนะภายนอกหก - วิญญาณหก - สัมผัสหก - สัมผัสสชาเวทนาหก - สัญญาหก -สัญเจตนาหก - ตัณหาหก - วิตกหก -วิจารหก. แม่บท .. ตัณหา ๔๘

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

คือ ความรู้สึกพอใจยินดี กำหนัด เพลิดเพลินในอารมณ์นั้น ๆ ในภพนั้น ๆ

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

๑๕.๑ ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ โดยผ่านทาง อุปาทาน. ๑๕.๒ ตัณหาให้เกิดทุกข์ในกรณีนั้น ๆ; ให้เกิดภพใหม่ ในกรณีที่ต่างออกไป; เป็นเครื่องเย็บร้อยสัตว์ ให้ติดอยู่กับความทุกข์หรือภพนั้น ๆ

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

การออกจากตัณหา คือ การเป็น อยู่ด้วยอริยอัฏฐังคิกมรรค; ปฏิบัติในอริยมรรคมีองค์ แปดอยู่ตลอดเวลาตัณหา ไม่มีทางเกิด

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เพื่อออกจากการตกเป็นทาส ของตัณหา: ๑๗.๑ มีสติเพื่อการเป็นอยู่ด้วยอริยอัฏฐังคิกมรรค. ๑๗.๒ มีสติสัมปชัญญะในขณะแห่งผัสสะ หรือในขณะ แห่งเวทนา

ข้อ ๑๘อานิสงส์

ไม่มีอานิสงส์จากตัณหา. แต่มี อานิสงส์จากการกำจัดตัณหาคือ ไม่เกิดทุกข์โดย ประการทั้งปวง

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

๑๙.๑ เข้าไปอยู่ใต้อิทธิพลของตัณหา: คือ การเป็นอยู่ ด้วยความประมาท. ๑๙.๒ ออกจากอิทธิพลของตัณหาเข้าสู่กระแสแห่ง -อริยอัฏฐังคิกมรรค: คือ คบสัตบุรุษ, ฟังธรรม, ใคร่ครวญธรรมอยู่เป็นประจำ

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ตัณหาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: เพื่อกำจัด ตัณหา: คือการเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท ในที่ทุกสถาน หรือในธรรมทั้งปวง

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

ภาษาคน: หมายถึงความอยากในทางเพศ. ภาษาธรรม: หมายถึงความอยากด้วยอวิชชาทุกชนิด. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ไกวัลยธรรม ๒. อริยสัจจากพระโอษฐ์ ๓. อาสาฬหบูชาเทศนา เล่ม ๑ ไตรลักษณ์ ๑. พยัญชนะ: ไตรลักษณ์ โดยพยัญชนะ: คือ สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการกำหนดรู้ สาม ประการ. ๒. อรรถะ: ไตรลักษณ์ โดยอรรถะ: คือ ลักษณะของธรรมทั้งปวงที่ควรกำหนดรู้ เพื่อประโยชน์แก่การดับทุกข์ ซึ่งคนธรรมดามองไม่เห็น: ได้แก่ ลักษณะแห่งความไม่เที่ยง, ความเป็นทุกข์, ความเป็นอนัตตา. ๓. ไวพจน์: ไตรลักษณ์โดย ไวพจน์ : คือ สามัญญลักษณะ, พุทธพหุลานุสาสนี (แต่ท่านมักรวมทุกขลักษณะไว้ในอนิจจลักษณะ) ฯลฯ ๔. องค์ประกอบ: ไตรลักษณ์โดยองค์ ประกอบ: นัยที่หนึ่ง: องค์ประกอบในทางปรากฏการณ์ภายนอก: คือ ลักษณะ แห่งความไม่เที่ยง, ความเป็นทุกข์, ความเป็นอนัตตา.

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๔ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ