Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

วิญญาณ

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๑๘๐
วิญญาณขันธ์

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ รู้แจ้ง รู้อย่างวิเศษ รู้ต่าง ๆ และสิ่งที่ ต้องรู้แจ้ง (หมายถึงนิพพาน)

ข้อ ๒อรรถะ

มีหลายความหมาย: ๒.๑ วิญญาณในฐานะที่เป็นวิญญาณธาตุ: เป็นสิ่งที่ควรพัฒนาให้ยิ่ง ขึ้นไป จนถึงกับสามารถสัมผัสอายตนะสูงสุด คือนิพพาน. ๒.๒ วิญญาณธาตุเป็นธาตุตามธรรมชาติ: สามารถปรุงหรือพัฒนา เป็นวิญญาณทางอายตนะได้. ๒.๓ วิญญาณ (ที่ถือกันว่าจุติ ปฏิสนธิได้นั้น); เป็นของลัทธิอื่นซึ่ง ไม่ใช่พุทธศาสนา. ๒.๔ วิญญาณหกตามอายตนะเป็นวิญญาณในพุทธศาสนา. ๒.๕ วิญญาณในความหมายพิเศษลึกซึ้งที่ต้องรู้แจ้ง หมายถึงนิพพาน. ๓. ไวพจน์: คือ จิต, มโน

ข้อ ๔องค์ประกอบ

คือ อายตนะภายในกับอายตนะ ภายนอก หรือระบบประสาท และระบบสังขาร; ที่มีการปรุงแต่ง สิ่งเหล่านี้ จนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณ

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ : ๕.๑ เกิด, ดับ, แปรปรวนไปตามธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่าสังขตธรรม. ๕.๒ หลอกลวงให้หลงเข้าใจไปว่าเป็นตัวตน; ทั้งที่มันเป็นธาตุตาม ธรรมชาติและมิใช่ตัวตน

ข้อ ๖อาการ

คือ มีอาการของเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ที่อายตนะ ภายในทั้งหก

ข้อ ๗ประเภท

กล่าวได้ว่ามีหลักใหญ่ ๆเป็นสองชนิด: ๗.๑ วิญญาณที่ยังเป็นธาตุตามธรรมชาติ. ๗.๒ วิญญาณที่ปรุงขึ้นมาโดยสังขาร สำหรับทำความรู้สึกทางอายตนะ; และมีชื่อตามอายตนะนั้น ๆ. ๗.๓ โดยปลีกย่อย: แบ่งประเภทของวิญญาณไปตามชื่อของอาย- ตนะหก; เช่น วิญญาณทางตา วิญญาณทางหู วิญญาณทางจมูก เป็นต้น

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ เมื่อใดมีการปรุงแต่งของสังขาร เมื่อนั้นจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณ; เมื่อใดมีวิญญาณ เมื่อนั้นจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า นามรูป. นี้เป็นกฎเกณฑ์ตามหลักปฏิจจสมุปบาท. ๘.๒ วิญญาณเป็นสิ่งที่ต้องตั้งอาศัยอยู่ที่ระบบอายตนะ หรือระบบ ประสาท เมื่อเรียกด้วยภาษาชาวบ้านธรรมดา; ปราศจากสิ่งที่ เรียกว่าอายตนะเสียแล้ว; วิญญาณก็ไม่มีทางที่จะปรากฏ

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ถ้าไม่มีการปรากฏของวิญญาณ ย่อมหมายความว่า; อายตนะ ไม่ได้ทำหน้าที่ หรือทำหน้าที่ไม่ได้. ๙.๒ เมื่อเหตุปัจจัยหรือส่วนประกอบของวิญญาณเป็นของไม่เที่ยง แล้ว; วิญญาณจะเป็นของเที่ยงได้อย่างไร. ๙.๓ วิญญาณแม้เป็นเพียงขันธ์หนึ่งในขันธ์ทั้งห้า; แต่ก็ทำหน้าที่ หลายครั้งหลายหนมากกว่าขันธ์ใด ๆ ในการเกิดขึ้น; จนกว่าจะ ครบแห่งขันธ์ทั้งห้า

ข้อ ๑๐หน้าที่

๑๐.๑ เป็นปัจจัยอันสำคัญที่ทำให้มีสิ่งที่เรียกว่านามรูป. ๑๐.๒ มีหน้าที่รู้แจ้งต่ออารมณ์หก. ๑๐.๓ มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับอารมณ์, รู้สึกอารมณ์, เสวยอารมณ์, พิจารณาอารมณ์และทุกอย่างที่เกี่ยวกับอารมณ์; จนกว่าจะ สำเร็จรูปเป็นเวทนา, สัญญา, สังขาร และกรรมที่เป็นกุศล หรืออกุศล ฯลฯ แม่บท..วิญญาณ ๑๘๒

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ ลิง: กลับกลอก, ว่องไวไม่อยู่นิ่ง, ซัดเซพเนจรทั่วไปทั้งป่า. ๑๑.๒ แมงมุม: ที่ขึงใยไปทุกทิศทุก ทาง แล้วนอนรอเฝ้าอยู่ที่ตรง กลาง; จนกว่าจะมีสัตว์มาติดใย ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง;แล้ว ออกไปจับกินเป็นอาหาร เสร็จ แล้วก็กลับมานอนเฝ้าอยู่ที่เดิม

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ วิญญาณย่อมมีเมื่อมีการกระ ทบกันทางอายตนะ. ๑๒.๒ ความก่อขึ้นพร้อมแห่งวิญญาณ ย่อมมี เพราะความก่อขึ้นพร้อม แห่งสังขาร (ตามหลักปฏิจจสมุ ปบาท)

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ ความดับตามคราวเพราะ ขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดา ของสังขารธรรมหรือสังขต ธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ เมื่อไม่มีการปรุง คือไม่มี การกระทบทางอายตนะ. ๑๓.๓ เมื่อวิญญาณเป็นเหตุให้ เกิดนามรูปแล้ว เมื่อนาม รูปดับ วิญญาณก็พลอย ดับ. ๑๓.๔ เมื่อกล่าวเฉพาะกรณี: สามารถทำให้วิญญาณที่ เกิดขึ้นแล้วระงับไป หรือ ไม่ ทำหน้าที่ต่อไป; ด้วย อำนาจของสติที่ประกอบ อยู่ด้วยวิชชาอันสูงสุด

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ อัสสาทะของวิญญาณยังไม่มี จนกว่าจะปรุงให้เป็นผัสสะ และเวทนา. ๑๔.๒ สุขโสมนัสใด ๆที่เกิดขึ้นเพราะ อาศัยวิญญาณใดเป็นเหตุ; สุขโสมนัสนั้นเป็นอัสสาทะของ วิญญาณนั้น

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

๑๕.๑ ยังไม่มี: จนกว่าจะถูกปรุงไป ตามลำดับ ให้เป็นที่ตั้งแห่ง ความยึดถือว่าเป็นตัวตน. ๑๕.๒ โดยทั่วไปพอจะมองเห็นได้ว่า: วิญญาณนั่นแหละเป็นจุดตั้งต้น ของปฏิจจสมุปบาทฝ่ายเกิดทุกข์. ๑๕.๓ วิญญาณเป็นขันธ์ ๆหนึ่งที่ไม่เที่ยง, เป็นทุกข์, เป็นอนัตตา, เช่นเดียว กับขันธ์ทั้งหลาย

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

๑๖.๑ ไม่ต้องมีสำหรับวิญญาณทาง พุทธศาสนา: แต่จะมีในลัทธิอื่น ที่ถือว่าวิญญาณเป็นตัวตน. ๑๖.๒ ในทางพุทธศาสนา: วิญญาณ มีหน้าที่ที่จะต้องออกมาจาก อิทธิพลของการปรุงแต่งของ วิญญาณ. ๑๖.๓ การนำออกเสียได้ซึ่งฉันท ราคะ หรือความยึดมั่นถือมั่นใน วิญญาณนั้น; นั่นคือนิสสรณะ

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

เพื่อ พ้นจากโทษทั้งปวงอันเกี่ยวกับ วิญญาณ: ๑๗.๑ การเป็นอยู่ด้วยอริยมรรคมี องค์แปด. ๑๗.๒ ความมีสติในทุกกาละ เทศะ หรือทุกกรณี

ข้อ ๑๘อานิสงส์

คือ เมื่อมี การปฏิบัติถูกต้องเกี่ยวกับวิญญาณ ย่อมมีอานิสงส์ให้ถึงความสิ้นสุดแห่ง ความทุกข์

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

เข้าไปสู่การกระทำที่ผิดพลาดที่ เกี่ยวกับวิญญาณ: ๑๙.๑ ความไม่รู้เท่าทันต่อพฤติของ วิญญาณ จนความทุกข์เกิดขึ้น รอบด้าน. ๑๙.๒ มีการเป็นอยู่ด้วยความ ประมาท สะเพร่า เลินเล่ออยู่ เป็นประจำ

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

วิญญาณโดยสิ่งที่ต้อง เกี่ยวข้อง: ในการควบคุมวิญญาณ ให้ปราศจากโทษ : แม่บท .. วิญญาณ ๑๘๔ ๒๐.๑ ความมีสติและปัญญาอันรวดเร็ว, ถูกต้อง, เพียงพอและเหมาะสมแก่กรณี. ๒๐.๒ ความมีสติที่สามารถควบคุมกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม: วิญญาณโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ๒๑.๑ ภาษาคน: หมายถึงสิ่งที่มีการตายแล้วเกิดใหม่ไม่รู้จักจบ. ภาษาธรรม: เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทางอายตนะเมื่อมีอารมณ์มากระทบ ปราศจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน. ๒๑.๒ ภาษาคน: (อย่างเด็ก ๆ) เป็นผีชนิดหนึ่ง. ภาษาธรรม: เป็นธาตุตามธรรมชาติ. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ฟ้าสาง ฯ ตอน ๑ ๒. โมกขธรรมประยุกต์ ๓. อริยสัจจากพระโอษฐ์

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๔ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ