เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ มีใจสูง; อีกความหมายหนึ่ง เหล่ากอ ของมนู
๒.๑ ความหมายทางฝ่ายวัตถุหรือทางกาย : มีรูปร่างอย่างมนุษย์. ๒.๒ ความหมายทางจิตใจ: มีจิตใจอย่างมนุษย์; หมายความว่า มีจิตใจสูงกว่าธรรมชาติ; สามารถกำจัดปัญหาได้มากกว่าคน ธรรมดา; และเข้าใจว่าเป็นเพราะเหล่ากอแห่งมนูนั่นเอง. ถ้า จิตใจยังไม่สูงถึงระดับนี้ ก็เป็นคนธรรมดา เรียกว่า ชน แปลว่า เกิดมา. ๓. ไวพจน์: คือ ปุคคล, ปุริส, โปส, ปชา, นร, บุรุษ, บุคคล, ชน, ประชาชน, คน, สัตว์ (ชนิดมนุษย์มิใช่เดรัจฉาน)
๔.๑ ประชุมแห่งรูปและนามหรือกายและจิต ชนิดที่ประกอบอยู่ด้วย สติปัญญา พอสมกับความหมายของคำว่ามนุษย์. ๔.๒ ประชุมแห่งขันธ์ห้า. ๔.๓ ประชุมแห่งธาตุทั้งหกคือ ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, อากาศ, วิญญาณ
มีลักษณะ: ๕.๑ สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานทั้งทางกายและจิต. ๕.๒ สูงกว่าคนธรรมดาในทางจิต. ๕.๓ แห่งความพร้อมที่จะรู้ธรรมะในชั้นโลกุตตระ
มี อาการ: ๖.๑ แห่งผู้มีใจสูง; ไม่หลงจมอยู่ในสิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง; เช่นเรื่องกิน กาม เกียรติ เป็นต้น. ๖.๒ แห่งการก้าวหน้าไปสู่คุณค่าเบื้องสูงตามลำดับ. ๖.๓ แห่งความถูกต้องทางกาย วาจา จิต ตามอัตภาพ
แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. ปุถุชน: คือผู้มีกิเลสหนาในระดับต่าง ๆกัน. ๒. พระอริยเจ้า: มีกิเลสเบาบางหรือหมดสิ้น. กลุ่มที่สอง: ๑. ประกอบอยู่ด้วย มิจฉาทิฏฐิ. ๒. ประกอบอยู่ด้วย สัมมาทิฏฐิ. กลุ่มที่สาม: ๑. ยังไม่หลุดพ้น (ยังอยู่ในวิสัยโลกิยะ). ๒. หลุดพ้นแล้ว (เป็นโลกุตตระ)
๘.๑ มนุษย์ต้องมีจิตใจสูง. ๘.๒ มนุษย์ต้องมีการกระทำอย่างมนุษย์ คือมีวิวัฒนาการไปหาจุด หมายปลายทาง. ๘.๓ มนุษย์ต้องไม่สร้างปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว. ๘.๔ มนุษย์ต้องบำเพ็ญประโยชน์ครบทั้งสามคือ ประโยชน์ตน, ประ- โยชน์ผู้อื่น, ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกัน (สาธารณประโยชน์)
๙.๑ ความเป็นมนุษย์ขึ้นอยู่กับความมีวิชชาหรือสติปัญญา และการ กระทำของมนุษย์เอง. ๙.๒ มนุษย์ทุกคนมีเชื้อแห่งโพธิโดยเท่ากัน จะต่างกันตรงที่ได้รับการ พัฒนา(เพาะปลูก) หรือไม่เท่านั้น. ๙.๓ จุดหมายปลายทางของมนุษย์ คือ โมกขะ หรือ นิพพาน. แม่บท.. มนุษย์ ๑๕๖ ๙.๔ มนุษย์หรือเทวดาหรือสัตว์เดรัจฉานและพฤกษาชาติทั้งปวง เป็น เพียงกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท. ๙.๕ มนุษย์ต้องมีมนุษยธรรมจึงจะเรียกว่า มนุษย์
๑๐.๑ หน้าที่ต่อตัวเอง : คือ การกระทำเพื่อให้เกิดความรอดแก่ ตนเองในทุกความหมาย. ๑๐.๒ หน้าที่ต่อผู้อื่น : คือ การกระทำในลักษณะที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แก่ชีวิตทุกระดับ. ๑๐.๓ หน้าที่ต่ออุดมคติของมนุษย์ : คือ ต้องรักษาความเป็นมนุษย์ ไว้ให้ได้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม
เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ ปลาที่ดำผุดอยู่ในวงล้อมของอวนแห่งมาร คือ อวิชชา กิเลส ตัณหา. ๑๑.๒ ไก่ที่ถูกจับมาขังไว้ในกรงเดียวกันเพื่อนำไปฆ่า ก็ยังจิกกันเอง อยู่นั่นเอง หามีความเมตตาแก่กันและกันไม่. ๑๑.๓ ผู้กำลังเดินทางไกลจากโลกิยะสู่โลกุตตระ. ๑๑.๔ นักธุดงค์ เดินทางเพื่อค้นคว้าหาสิ่งที่ดีที่สุดที่ตนควรจะได้
๑๒.๑ สมุทัยของมนุษย์ : คือ ความอยากเป็นมนุษย์ของมนุษย์เอง. ๑๒.๒ สมุทัยทางฝ่ายกาย : คือ ธาตุหกมีบิดามารดาเป็นแดนเกิด. ๑๒.๓ สมุทัยทางฝ่ายจิต : มีผู้อบรมสั่งสอน และสิ่งแวดล้อมเป็น ผู้ให้การเกิด
๑๓.๑ ทั้งฝ่ายกายและจิตมีการดับไปตามคราว เพราะขาดเหตุปัจจัย ตามธรรมดาของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ ความเป็นมนุษย์โดยคุณค่าทางสติปัญญาดับไป เมื่อควบคุม ความรู้สึกฝ่ายสูงไว้ไม่ได้; เพราะถูกอวิชชาหรือกิเลสตัณหา เข้าครอบงำ
๑๔.๑ มนุษย์เป็นที่ตั้งแห่งอัสสาทะของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่รักแก่กัน และกัน เช่น บุตรเป็นที่ตั้งแห่งอัสสาทะของบิดามารดา เป็นต้น. ๑๔.๒ อัสสาทะของมนุษย์ : ๑. โดยภายใน : มีตนเป็นอัสสาทะ คือไม่มีอะไรเป็นที่รัก ยิ่งกว่าตน. ๒. โดยภายนอก : มีสามระดับ: ก. มีกามธาตุ (สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งกามทุกระดับ) สำหรับ มนุษย์พวกกามาวจรภูมิ. ข. มีรูปธาตุ (ความสุขที่เป็นรูปธรรมไม่เกี่ยวกับกาม) สำหรับมนุษย์พวกรูปาวจรภูมิ. ค. มีอรูปธาตุ (ความสุขที่ไม่เกี่ยวกับรูปธรรมหรือเหนือ รูปขึ้นไป) สำหรับมนุษย์พวกอรูปาวจรภูมิ
๑๕.๑ ความทุกข์ทุกชนิดทุกระดับ ที่มนุษย์ทุกชนิดทุกระดับสร้าง ขึ้นเอง. ๑๕.๒ กิเลสที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นอาทีนวะของมนุษย์. ๑๕.๓ มนุษย์ผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมเป็นอาทีนวะของสังคมมนุษย์; เพราะเป็นมนุษย์รกโลก
นัยที่หนึ่ง : เพื่อออกจากทุกข์ : คือ อริยมรรคมีองค์แปด. นัยที่สอง : เพื่อออกจากความเป็นมนุษย์ : คือ การตัดอุปาทานว่า เป็นตัวตน ก็ถึงความว่างแห่งความมีตัวตน. แม่บท .. มนุษย์ธรรม ๑๕๘ โฆษณ์อรรถานุกรม
นัยที่หนึ่ง : เพื่อเข้าถึงความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง : คือ ปฏิบัติตาม อริยมรรคมีองค์แปด. นัยที่สอง : เพื่อเข้าถึงความเป็นมนุษย์ผู้อยู่เหนือปัญหาทั้งปวง: คือ การปฏิบัติเพื่อตัดสังโยชน์หรืออุปาทานในระดับ สุดท้าย
คือ โอกาสแห่งการศึกษาและการทำพระนิพพาน ให้แจ้ง
นัยที่หนึ่ง : เข้าไปสู่ความเกิดเป็นมนุษย์ (ตัวตนที่เป็นทุกข์) : เพราะอวิชชาที่ไม่รู้ว่าไม่ควรจะเกิด. นัยที่สอง : เข้าไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง : คือ คบสัตบุรุษ หรือพระอริยเจ้า
มนุษย์โดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง : ๒๐.๑ เพื่อการได้เป็นมนุษย์ : คือ ภวตัณหา ตามภูมิตามชั้นที่ตน ปรารถนา. ๒๐.๒ เพื่อถึงยอดสุดของความเป็นมนุษย์ : คือ การตัดตัณหา อุปาทาน
๒๑.๑ ภาษาคน: หมายถึงคนที่พอสักว่าเกิดมาก็เป็นคน. ภาษาธรรม: หมายถึงคนที่มีมนุษยธรรม. ๒๑.๒ ภาษาคน: คือมิใช่สัตว์. ภาษาธรรม: คือสัตว์ชนิดหนึ่งโดยเท่ากัน. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ใครคือใคร? ๒. ธรรมะกับสัญชาตญาณ ๓. ศีลธรรมกับมนุษย์โลก โลก ☸ ๑. พยัญชนะ: โลกโดยพยัญชนะ : คือ สิ่งที่ต้องแตกเป็นธรรมดา. ๒. อรรถะ: โลกโดยอรรถะ: ๒.๑ อรรถะในทางรูปธรรม: ๑. คือตัวแผ่นดินโลกตามที่เห็นกันอยู่หรือเชื่อกันอยู่ว่าเป็นอย่าง นั้น ๆ; มีหลายโลก เชื่อกันกระทั่งว่า มีนิริยโลก, เทวโลก, พรหมโลก. ๒. นิยมแบ่งกันเป็นโลกมนุษย์ โลกสัตว์. ๒.๒ อรรถะในทางนามธรรม: ได้แก่สิ่งทั้งหลายที่มาปรากฏแก่ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ ที่เรียกว่า อารมณ์หก. ๒.๓ อรรถะในทางปรมัตถ์ : ๑. ตรัสว่า ความทุกข์นั่นแหละคือโลก. ๒. โลกนี้เป็นเพียงกระ
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ