Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

มนุษย์

อรรถลักษณะ ๒๐ ข้อ · น.๑๕๔
ความเป็นมนุษย์มนุษย์ธรรมปุคคลปุริสโปสปชานรบุรุษบุคคลชนประชาชนคนสัตว์

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ มีใจสูง; อีกความหมายหนึ่ง เหล่ากอ ของมนู

ข้อ ๒อรรถะ

๒.๑ ความหมายทางฝ่ายวัตถุหรือทางกาย : มีรูปร่างอย่างมนุษย์. ๒.๒ ความหมายทางจิตใจ: มีจิตใจอย่างมนุษย์; หมายความว่า มีจิตใจสูงกว่าธรรมชาติ; สามารถกำจัดปัญหาได้มากกว่าคน ธรรมดา; และเข้าใจว่าเป็นเพราะเหล่ากอแห่งมนูนั่นเอง. ถ้า จิตใจยังไม่สูงถึงระดับนี้ ก็เป็นคนธรรมดา เรียกว่า ชน แปลว่า เกิดมา. ๓. ไวพจน์: คือ ปุคคล, ปุริส, โปส, ปชา, นร, บุรุษ, บุคคล, ชน, ประชาชน, คน, สัตว์ (ชนิดมนุษย์มิใช่เดรัจฉาน)

ข้อ ๔องค์ประกอบ

๔.๑ ประชุมแห่งรูปและนามหรือกายและจิต ชนิดที่ประกอบอยู่ด้วย สติปัญญา พอสมกับความหมายของคำว่ามนุษย์. ๔.๒ ประชุมแห่งขันธ์ห้า. ๔.๓ ประชุมแห่งธาตุทั้งหกคือ ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, อากาศ, วิญญาณ

ข้อ ๕ลักษณะ

มีลักษณะ: ๕.๑ สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานทั้งทางกายและจิต. ๕.๒ สูงกว่าคนธรรมดาในทางจิต. ๕.๓ แห่งความพร้อมที่จะรู้ธรรมะในชั้นโลกุตตระ

ข้อ ๖อาการ

มี อาการ: ๖.๑ แห่งผู้มีใจสูง; ไม่หลงจมอยู่ในสิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง; เช่นเรื่องกิน กาม เกียรติ เป็นต้น. ๖.๒ แห่งการก้าวหน้าไปสู่คุณค่าเบื้องสูงตามลำดับ. ๖.๓ แห่งความถูกต้องทางกาย วาจา จิต ตามอัตภาพ

ข้อ ๗ประเภท

แบ่งโดยประเภทสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. ปุถุชน: คือผู้มีกิเลสหนาในระดับต่าง ๆกัน. ๒. พระอริยเจ้า: มีกิเลสเบาบางหรือหมดสิ้น. กลุ่มที่สอง: ๑. ประกอบอยู่ด้วย มิจฉาทิฏฐิ. ๒. ประกอบอยู่ด้วย สัมมาทิฏฐิ. กลุ่มที่สาม: ๑. ยังไม่หลุดพ้น (ยังอยู่ในวิสัยโลกิยะ). ๒. หลุดพ้นแล้ว (เป็นโลกุตตระ)

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ มนุษย์ต้องมีจิตใจสูง. ๘.๒ มนุษย์ต้องมีการกระทำอย่างมนุษย์ คือมีวิวัฒนาการไปหาจุด หมายปลายทาง. ๘.๓ มนุษย์ต้องไม่สร้างปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว. ๘.๔ มนุษย์ต้องบำเพ็ญประโยชน์ครบทั้งสามคือ ประโยชน์ตน, ประ- โยชน์ผู้อื่น, ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกัน (สาธารณประโยชน์)

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ ความเป็นมนุษย์ขึ้นอยู่กับความมีวิชชาหรือสติปัญญา และการ กระทำของมนุษย์เอง. ๙.๒ มนุษย์ทุกคนมีเชื้อแห่งโพธิโดยเท่ากัน จะต่างกันตรงที่ได้รับการ พัฒนา(เพาะปลูก) หรือไม่เท่านั้น. ๙.๓ จุดหมายปลายทางของมนุษย์ คือ โมกขะ หรือ นิพพาน. แม่บท.. มนุษย์ ๑๕๖ ๙.๔ มนุษย์หรือเทวดาหรือสัตว์เดรัจฉานและพฤกษาชาติทั้งปวง เป็น เพียงกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท. ๙.๕ มนุษย์ต้องมีมนุษยธรรมจึงจะเรียกว่า มนุษย์

ข้อ ๑๐หน้าที่

๑๐.๑ หน้าที่ต่อตัวเอง : คือ การกระทำเพื่อให้เกิดความรอดแก่ ตนเองในทุกความหมาย. ๑๐.๒ หน้าที่ต่อผู้อื่น : คือ การกระทำในลักษณะที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แก่ชีวิตทุกระดับ. ๑๐.๓ หน้าที่ต่ออุดมคติของมนุษย์ : คือ ต้องรักษาความเป็นมนุษย์ ไว้ให้ได้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ ปลาที่ดำผุดอยู่ในวงล้อมของอวนแห่งมาร คือ อวิชชา กิเลส ตัณหา. ๑๑.๒ ไก่ที่ถูกจับมาขังไว้ในกรงเดียวกันเพื่อนำไปฆ่า ก็ยังจิกกันเอง อยู่นั่นเอง หามีความเมตตาแก่กันและกันไม่. ๑๑.๓ ผู้กำลังเดินทางไกลจากโลกิยะสู่โลกุตตระ. ๑๑.๔ นักธุดงค์ เดินทางเพื่อค้นคว้าหาสิ่งที่ดีที่สุดที่ตนควรจะได้

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยของมนุษย์ : คือ ความอยากเป็นมนุษย์ของมนุษย์เอง. ๑๒.๒ สมุทัยทางฝ่ายกาย : คือ ธาตุหกมีบิดามารดาเป็นแดนเกิด. ๑๒.๓ สมุทัยทางฝ่ายจิต : มีผู้อบรมสั่งสอน และสิ่งแวดล้อมเป็น ผู้ให้การเกิด

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ ทั้งฝ่ายกายและจิตมีการดับไปตามคราว เพราะขาดเหตุปัจจัย ตามธรรมดาของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ ความเป็นมนุษย์โดยคุณค่าทางสติปัญญาดับไป เมื่อควบคุม ความรู้สึกฝ่ายสูงไว้ไม่ได้; เพราะถูกอวิชชาหรือกิเลสตัณหา เข้าครอบงำ

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ มนุษย์เป็นที่ตั้งแห่งอัสสาทะของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่รักแก่กัน และกัน เช่น บุตรเป็นที่ตั้งแห่งอัสสาทะของบิดามารดา เป็นต้น. ๑๔.๒ อัสสาทะของมนุษย์ : ๑. โดยภายใน : มีตนเป็นอัสสาทะ คือไม่มีอะไรเป็นที่รัก ยิ่งกว่าตน. ๒. โดยภายนอก : มีสามระดับ: ก. มีกามธาตุ (สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งกามทุกระดับ) สำหรับ มนุษย์พวกกามาวจรภูมิ. ข. มีรูปธาตุ (ความสุขที่เป็นรูปธรรมไม่เกี่ยวกับกาม) สำหรับมนุษย์พวกรูปาวจรภูมิ. ค. มีอรูปธาตุ (ความสุขที่ไม่เกี่ยวกับรูปธรรมหรือเหนือ รูปขึ้นไป) สำหรับมนุษย์พวกอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

๑๕.๑ ความทุกข์ทุกชนิดทุกระดับ ที่มนุษย์ทุกชนิดทุกระดับสร้าง ขึ้นเอง. ๑๕.๒ กิเลสที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นอาทีนวะของมนุษย์. ๑๕.๓ มนุษย์ผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมเป็นอาทีนวะของสังคมมนุษย์; เพราะเป็นมนุษย์รกโลก

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

นัยที่หนึ่ง : เพื่อออกจากทุกข์ : คือ อริยมรรคมีองค์แปด. นัยที่สอง : เพื่อออกจากความเป็นมนุษย์ : คือ การตัดอุปาทานว่า เป็นตัวตน ก็ถึงความว่างแห่งความมีตัวตน. แม่บท .. มนุษย์ธรรม ๑๕๘ โฆษณ์อรรถานุกรม

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

นัยที่หนึ่ง : เพื่อเข้าถึงความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง : คือ ปฏิบัติตาม อริยมรรคมีองค์แปด. นัยที่สอง : เพื่อเข้าถึงความเป็นมนุษย์ผู้อยู่เหนือปัญหาทั้งปวง: คือ การปฏิบัติเพื่อตัดสังโยชน์หรืออุปาทานในระดับ สุดท้าย

ข้อ ๑๘อานิสงส์

คือ โอกาสแห่งการศึกษาและการทำพระนิพพาน ให้แจ้ง

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

นัยที่หนึ่ง : เข้าไปสู่ความเกิดเป็นมนุษย์ (ตัวตนที่เป็นทุกข์) : เพราะอวิชชาที่ไม่รู้ว่าไม่ควรจะเกิด. นัยที่สอง : เข้าไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง : คือ คบสัตบุรุษ หรือพระอริยเจ้า

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

มนุษย์โดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง : ๒๐.๑ เพื่อการได้เป็นมนุษย์ : คือ ภวตัณหา ตามภูมิตามชั้นที่ตน ปรารถนา. ๒๐.๒ เพื่อถึงยอดสุดของความเป็นมนุษย์ : คือ การตัดตัณหา อุปาทาน

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

๒๑.๑ ภาษาคน: หมายถึงคนที่พอสักว่าเกิดมาก็เป็นคน. ภาษาธรรม: หมายถึงคนที่มีมนุษยธรรม. ๒๑.๒ ภาษาคน: คือมิใช่สัตว์. ภาษาธรรม: คือสัตว์ชนิดหนึ่งโดยเท่ากัน. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ใครคือใคร? ๒. ธรรมะกับสัญชาตญาณ ๓. ศีลธรรมกับมนุษย์โลก โลก ☸ ๑. พยัญชนะ: โลกโดยพยัญชนะ : คือ สิ่งที่ต้องแตกเป็นธรรมดา. ๒. อรรถะ: โลกโดยอรรถะ: ๒.๑ อรรถะในทางรูปธรรม: ๑. คือตัวแผ่นดินโลกตามที่เห็นกันอยู่หรือเชื่อกันอยู่ว่าเป็นอย่าง นั้น ๆ; มีหลายโลก เชื่อกันกระทั่งว่า มีนิริยโลก, เทวโลก, พรหมโลก. ๒. นิยมแบ่งกันเป็นโลกมนุษย์ โลกสัตว์. ๒.๒ อรรถะในทางนามธรรม: ได้แก่สิ่งทั้งหลายที่มาปรากฏแก่ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ ที่เรียกว่า อารมณ์หก. ๒.๓ อรรถะในทางปรมัตถ์ : ๑. ตรัสว่า ความทุกข์นั่นแหละคือโลก. ๒. โลกนี้เป็นเพียงกระ

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๙ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ