ฤดูร้อน ๒๕๑๔ ภิกษุนิสิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลบวชเข้ามาอบรมที่ลานหินโค้ง สวนโมกขพลาราม ท่านพุทธทาสเลือกพูดกับพวกเขาด้วยภาษาของวิชาที่พวกเขาเรียนทั้งชุด — ชื่อชุด “เตกิจฉกธรรม” มาจากคำบาลี ติกิจฉา (การเยียวยารักษา) หมายถึงธรรมะสำหรับ “บุคคลผู้รักษาเยียวยาโรคทางวิญญาณ” อย่างที่ท่านสรุปเองในครั้งสุดท้าย
ทั้งชุดวางโครงเป็นการวินิจฉัยโรคตามลำดับ: นายแพทย์ คือพระพุทธเจ้า (บาลีว่า สัพพโลกติกิจฉโก — นายแพทย์ผู้เยียวยารักษาของโลกทั้งปวง) · คนไข้ คือสัตว์โลก ที่ “เป็นคนไข้ของอวิชชา” · แล้วไล่ไปที่อาการของโรค วิธีเข้ารับการรักษา เครื่องมือ หลักวินิจฉัย ภาวะหายโรค และปิดท้ายด้วย วัคซีนป้องกัน
ถ้าร้อนใจก็เป็นสัตว์นรก ถ้าโง่ก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าหิวก็เป็นเปรต ถ้ากลัวก็เป็นอสุรกาย ถ้าอาบเหงื่อต่างน้ำอยู่ก็เป็นมนุษย์ บ้ากามารมณ์ก็เป็นเทวดา … ทุกคนเป็นคนไข้ของอวิชชา
ครั้งที่ ๒ “การที่สัตว์โลกเป็นไข้ของอวิชชา” ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๔
และท่านให้ยาที่จับคู่กับระดับของโรคไว้ชัด: โรค ๓ ระดับ — ทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณ — รักษาด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ตามลำดับ “ศีลก็รักษาโรคทาง ทางกาย สมาธิก็รักษาโรคทางจิต ไอ้ปัญญาก็รักษาโรคทางวิญญาณ” · ทุกครั้งท่านย้ำให้ “ขยันไหว้ครู” ด้วยบทบาลีบทเดียวกัน ที่แปลว่า “อาจารย์ของเรา เป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวง เป็นผู้เห็นสิ่งทั้งปวง เป็นผู้ชนะมาร เป็นผู้สั่งสอน ที่มีความกรุณาใหญ่หลวง เป็นนายแพทย์ผู้เยียวยารักษา ของโลกทั้งปวง”
ชุดนี้จัดพิมพ์เป็น ธรรมโฆษณ์ เล่ม ๒๘ “เตกิจฉกธรรม” ครบ ๑๖ ตอน · ทะเบียนเสียงมีไฟล์ ๑๓ ครั้ง และ วันที่ในทะเบียนตรงกับวันหัวตอนในหนังสือทุกจุดที่ตรวจ (ตอน ๒ = ๓๑ มี.ค. · ตอน ๘ = ๖ เม.ย. · ตอน ๑๓ = ๑๓ เม.ย. · ตอน ๑๔ และ ๑๕ = ๑๔ เม.ย. วันเดียวกันสองครั้ง · ตอน ๑๖ = ๑๕ เม.ย.) จึงจับคู่ได้ตามลำดับครั้ง กดปุ่มในตารางเพื่อฟังครั้งนั้น หรือกดอ่านตอนนั้นในฉบับเต็ม
| ครั้ง | วันที่ | หัวข้อ (ตามทะเบียนเสียง) | ความยาว | ฟัง / อ่าน |
|---|---|---|---|---|
| ๒ | ๓๑ มี.ค. | การที่สัตว์โลกเป็นไข้ของอวิชชา | ๑ ชม. ๑๐ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๒ |
| ๓ | ๑ เม.ย. | อาการของสัตว์โลกที่เป็นไข้ของอวิชชา | ๑ ชม. ๔ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๓ |
| ๔ | ๒ เม.ย. | อาการของโรคทางวิญญาณที่ปรากฏในโลกปัจจุบัน | ๑ ชม. ๑๓ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๔ |
| ๕ | ๓ เม.ย. | การแสวงการรักษาโรคด้วยศาสนา | ๑ ชม. ๔ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๕ |
| ๖ | ๔ เม.ย. | สภาพปกติทางมรรยาทในการบำบัดโรคทางวิญญาณ | ๑ ชม. ๖ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๖ |
| ๗ | ๕ เม.ย. | สภาพจิตที่เหมาะแก่การทำงานในการบำบัดโรคทางวิญญาณ | ๑ ชม. ๖ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๗ |
| ๘ | ๖ เม.ย. | ทางเดินของชีวิต | ๑ ชม. ๑๒ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๘ |
| ๑๐ | ๘ เม.ย. | หลักตัดสินปัญหาในชีวิต | ๑ ชม. ๑๘ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๐ |
| ๑๑ | ๙ เม.ย. | วงล้อของชีวิตในชีวิตประจำวัน | ๑ ชม. ๕ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๑ |
| ๑๓ | ๑๓ เม.ย. | อภิธรรมของชีวิต (ต่อ) | ๑ ชม. ๖ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๓ |
| ๑๔ | ๑๔ เม.ย. | ความไม่มีโรคแห่งชีวิต | ๑ ชม. ๐ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๔ |
| ๑๕ | ๑๔ เม.ย. | โอวาทลาสิกขา | ๑ ชม. ๗ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๕ |
| ๑๖ | ๑๕ เม.ย. | สิ่งที่จะเป็นเหมือนวัคซีนป้องกันโรคทางวิญญาณ | ๑ ชม. ๒ นาที | 📖 อ่านตอนที่ ๑๖ |
เวลาและนาฬิกาธรรมชาติ — ฉบับพิมพ์ไม่บอกว่าบรรยายกันตอนไหน แต่เสียงบอกเอง: ท่านเปิดครั้งที่ ๘ ว่า “วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๑๔ ของพวกเราที่นี่ ได้ล่วงมาถึงเวลา ๔:๓๐ น. แล้ว” และครั้งที่ ๑๖ ก็ “จวนจะ ๔:๓๐ น.” เช่นกัน — เป็นการบรรยายเช้ามืดทุกวัน · ส่วนสัญญาณหมดเวลาไม่ใช่นาฬิกา: “เวลาของเราก็หมด นกมันก็ร้องพอดี ดูนาฬิกาธรรมชาติก็มี” และอีกครั้ง “เวลาก็หมด เลยไปบ้างนิดหน่อย นกก็เตือนหลายหนแล้ว”
เลขครั้งที่ไม่ตรงกัน — และเหตุผล · ทะเบียนเรียกครั้งสุดท้ายว่าครั้งที่ ๑๖ แต่ในเสียง ท่านพูดเองว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๕ ของการบรรยาย … ครั้งสุดท้ายของการบรรยายเรื่อง เตกิจฉกาธรรม” เพราะครั้งที่ ๑๕ (โอวาทลาสิกขา) เป็นการบรรยายพิเศษที่แทรกเข้ามา ไม่ได้นับในลำดับหลัก — ท่านบอกที่มาไว้เองว่าเป็น “การบรรยายพิเศษ … ตามความต้องการ ของสมาชิกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องลาสิกขา แล้วก็ต้องการจะได้ฟังเป็นพิเศษ” · น่าสังเกตว่าในเสียงท่านออกเสียงชื่อชุดว่า “เตกิจฉกาธรรม” ขณะที่ทะเบียนและหนังสือใช้ “เตกิจฉกธรรม”
บัณฑิต ไม่ใช่ “ทิด” — ในโอวาทลาสิกขา ท่านอธิบายคำ บัณฑิต กับ สฺวามี ตามธรรมเนียมอาศรมอินเดียโบราณ (ผู้จบหลักสูตรแล้วกลับไปเป็นฆราวาส = บัณฑิต · ผู้อยู่ต่อจนเป็นนายตัวเอง = สฺวามี) แล้วสรุปกับผู้ที่จะสึกอย่างติดหูว่า “บวชอยู่ตั้ง ๑๐ พรรษาแล้ว สึกออกไปเป็นคนงมงาย … อย่าไปเป็นทิด … ต้องออกไปเป็นบัณฑิต” — สิ่งที่ต้องเอากลับไปคือ “มีธรรมะอยู่กับเนื้อกับตัวเต็มที่อยู่ตามเดิม แม้จะลาออกไปเป็นเพศฆราวาส”